User-Generated Column

แนวโน้มที่เห็นชัดเจนมากในสื่อกระดาษกระแสหลักในรอบ 2-3 ปีหลัง (โดยเฉพาะนิตยสาร) คือเปิดพื้นที่ให้ "คอมเมนต์" จากโลกออนไลน์มาตีพิมพ์ในหนังสือฉบับกระดาษ

ที่เด่นๆ คงเป็นมติชนสุดสัปดาห์ที่สละ 1 หน้าเพื่อตีพิมพ์คอมเมนต์จาก Facebook ของคนดังๆ ในแวดวง (โดยไม่ลงชื่อ แต่นั่นเป็นอีกประเด็น) ส่วนเครือเนชั่นก็คัด tweet มาลงในหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ และล่าสุด เพิ่งซื้อ GM มาหลังจากที่ไม่ได้อ่านมานาน ก็พบว่ามีเหมือนกัน

คำถามคือ เราอยากอ่านคอมเมนต์พวกนี้ในหน้ากระดาษหรือไม่?

คำตอบคงต่างกันไปแต่ละบุคคล แต่ของผมเองตอบได้ทันทีว่า "เปิดข้าม" เพราะรู้สึกว่ากอง บก. เล่นง่ายไปหน่อย และเป็นเนื้อหาที่อ่านได้จากบนเน็ตอยู่แล้ว

แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งกว่านั้น มันก็มีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น การตีพิมพ์ "คอมเมนต์จากโลกออนไลน์" ต่างอะไรกับการตีพิมพ์ "จดหมายจากผู้อ่าน" ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านานในโลกสิ่งพิมพ์กระดาษ

ตัว content นั้นคงไม่แตกต่าง และคอมเมนต์จากโลกออนไลน์หลายครั้งก็มีค่าและ thoughtful มาก

แต่สิ่งที่ต่างคงเป็น exclusivity ว่าเราสามารถอ่าน "จดหมายจากผู้อ่านคนอื่นๆ" ได้ผ่านหน้าตอบจดหมายเท่านั้น ในขณะที่เราสามารถอ่าน "คอมเมนต์จากผู้อ่านคนอื่นๆ" ได้ทันทีตอนนี้บนหน้า Facebook ของนิตยสาร (เพียงแต่เราต้องเป็นคัดกรองเอง)

แน่นอนว่าเงื่อนไขนี้ใช้ได้กับคนที่เป็น online native อย่างเราๆ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามีผู้อ่านฉบับกระดาษอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ active บนโลกออนไลน์มากนัก และการตีพิมพ์คอมเมนต์จากเน็ตอาจจะมีประโยชน์กับผู้อ่านกลุ่มนี้

คำถามต่อมาคือสัดส่วนของผู้อ่านสองกลุ่มนี้คือเท่าไร และในมุมมองของสำนักพิมพ์แล้ว จะหาจุดสมดุลย์ระหว่างผู้อ่านสองกลุ่มนี้ได้อย่างไร อันนี้ยังตอบไม่ได้

การตีพิมพ์คอมเมนต์จากเน็ตบนกระดาษ มันจะสร้างความรู้สึก "มีค่า" ให้กับเจ้าของคอมเมนต์ (ที่เป็นแฟนนิตยสารนั้นๆ หรือไม่

คือผมเคยทำ และเข้าใจอารมณ์นะ ว่าการส่งจดหมายไปยังนิตยสารและได้ลงพิมพ์ มันเป็นอะไรที่เท่มากและน่าภูมิใจมาก แถมเป็นการสร้าง loyalty ของผู้อ่าน (อย่างน้อยก็เจ้าของจดหมาย) ไปได้อีกนาน

แต่พอเป็นโลกออนไลน์แล้ว เงื่อนไขนี้ apply ได้เหมือนกันหรือเปล่า

เราจะรู้สึกอย่างไรเมื่อคอมเมนต์ของเราที่โพสต์บน Facebook หรือเว็บไซต์ของสิ่งพิมพ์ (โดยไม่หวังว่าจะได้ลงพิมพ์ในฉบับกระดาษ) จะรู้สึกภูมิใจเหมือนกับจดหมายที่ตั้งใจเขียนไปลงหรือไม่ รู้สึกดีมาก ดีขึ้นมานิดนึง หรือว่าเฉยๆ?

ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่เป็นผมคงเฉยๆ แถมมีความคิดไปในทางลบนิด ๆ ด้วยว่า "(เมิง) เล่นกันง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ"

สรุปว่า สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็เป็น subset หนึ่งของ dilemma อันใหญ่กว่านั้นที่ยังหาคำตอบที่ดีพร้อมไม่ได้ นั่นคือ เราจะบาลานซ์โลกออฟไลน์กับโลกออนไลน์ที่มีธรรมชาติต่างกันอย่างสุดขั้วอย่างไร

ปัญหานี้อาจแก้ได้ง่ายๆ โดยเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว (ออฟไลน์หรือออนไลน์ไปเลย หรือไม่ก็แยกมันจากกันให้ชัดเจน) แต่ถ้ามีเป้าหมายว่าจะเอาทั้งคู่ เราจะบาลานซ์มันอย่างไร?

Comments

คล้ายๆ กันครับ เพียงแต่สำหรับผมถ้าจัดหน้าเหมือนคุยกันมากกว่าลากมาแปะแบบนี้จะดูต่างออกไปอีกแบบเลย

Add new comment