Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ตอนที่อ่าน Decision Points ผมพบปัญหาอยู่บ้างว่าไม่รู้ประวัติศาสตร์อเมริกัน เลยไม่เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์หลายๆ อย่างที่หนังสือเอ่ยถึง (จริงๆ ก็พอรู้บ้างแต่ก็เฉพาะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นยุคใหม่ของอเมริกาแล้ว)
ทางแก้ก็คือขอให้ชาวบ้านยืมหนังสือประวัติศาสตร์อเมริกามาจากห้องสมุดให้หน่อย และแล้วก็ได้เล่มนี้มา ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1865-1945 ยุคหลังสงครามกลางเมือง-สงครามโลกครั้งที่สอง โดย ศ. สมร นิติทัณฑ์ประภาศ
เท่าที่ศึกษามา ประวัติศาสตร์อเมริกาถูกขับเคลื่อนด้วย "สงคราม" ถ้าให้แบ่งยุคใหญ่ๆ ก็จะแบ่งด้วยสงครามหลักๆ ดังนี้ (ผมแบ่งเองนะ)
หนังสือเล่มนี้จับความยุคที่ 2 และ 3 คือจากสงครามกลางเมืองถึงสงครามโลกครั้งที่สอง กินเวลา 80 ปีพอดี ช่วงเวลานี้คือช่วงที่สหรัฐเริ่มเคลียร์ปัญหาแตกแยกภายใน และทะยานขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
แบ่งเป็นยุคย่อยๆ ได้ดังนี้
ค.ศ. 1865-1898
หลังจากลินคอล์นชนะสงครามกลางเมือง อเมริกาก็กลับมารวมเป็นหนึ่ง เรื่องเหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่าย เพราะฝ่ายที่แพ้ก็ระแวง ฝ่ายที่ชนะก็ไม่อยากแชร์ทรัพยากรให้ อเมริกาตอนนี้แบ่งเป็น 3 ฝ่ายคือ
ช่วงนี้ อเมริกาต้องบูรณะประเทศที่บอบช้ำจากสงครามกลางเมือง และเริ่มขยายอาณาเขตไปยังภาคกลางของประเทศที่ยังรกร้างอยู่ การตื่นทอง การขยายเส้นทางรถไฟ การกดดันอินเดียนแดง เกิดขึ้นในช่วงนี้
ค.ศ. 1898-1918
หลังจากประเทศเริ่มฟื้นฟูกลับมาดีแล้ว อเมริกาก็เริ่มปฏิวัติอุตสาหกรรม เศรษฐีใหญ่ของโลกไม่ว่าจะเป็นตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์ เมลอน มอร์แกน เกิดขึ้นในช่วงนี้จากการผูกขาดอุตสาหกรรมใหม่ๆ
นอกจากนี้อเมริกายังขยายอิทธิพลออกไปยังหมู่เกาะต่างๆ ทั้งสองมหาสมุทร ผนวกฮาวาย ซื้ออลาสกา ล่าฟิลิปปินส์กับคิวบาเมืองขึ้น สร้างคลองปานามา เกิดขึ้นในช่วงนี้
ช่วงนี้เป็นช่วงที่อเมริกาปฏิรูปภายในเยอะมาก ทำให้เป็นฐานแห่งอำนาจในยุคต่อๆ มา แถมช่วงนี้ยังโชคดีที่ได้ประธานาธิบดีเก่งๆ ติดต่อกันหลายคน โดยเฉพาะช่วงปี 1901-1921 เริ่มจากธีโอดอร์ รุสเวลท์, วิลเลียม ทัฟท์, วูดโรว์ วิลสัน
ยุคนี้อเมริกาเน้นความมั่งคั่งอย่างเดียว ไม่ยุ่งกิจการในประเทศมหาอำนาจอื่นๆ โดยเฉพาะในยุโรป พอยุโรปเกิดฮึ่มๆ กันจนเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 ตอนแรกอเมริกาก็ไม่อยากยุ่ง แต่สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้
ค.ศ. 1918-1928
ประธานาธิบดีวู้ดโรว วิลสัน จัดการเรื่องสงครามได้ดี แต่พอชนะแล้วกลับไม่เก่งการทูต เลยทำให้แรงกดดันระหว่างมหาอำนาจในยุโรปไม่นิ่ง และในประเทศเองก็ไม่ได้รับการยอมรับ จนต้องตกกระป๋องไป
ช่วงนี้พรรครีพับลิกันเลยกลับมาครองอำนาจยาว อเมริกากลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมอีกครั้ง เริ่มมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างรถยนต์ การบิน ภาพยนตร์ เข้ามา
ส่วนประเด็นด้านสังคมก็เกิดการแบ่งแยกระหว่างผิวอีกครั้ง เพราะคนดำไปร่วมรบมาและรู้แล้วว่า "การถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียม" มีรสชาติอย่างไร ส่วนสมาคม Ku Klux Klan ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้
ช่วง ค.ศ. 1920 เป็นต้นมา อเมริกาเกิดฟองสบู่ขาขึ้น ทุกอย่างสะดวกสบาย มั่งคั่ง หนุ่มสาวสมัยใหม่เลิกเคร่งเครียดเรื่องศาสนา เน้นสนุกสนานในชีวิตมากขึ้น (พวกกระโปรงสั้น ผมบ็อบ เกิดขึ้นช่วงนี้) จนกระทั่งฟองสบู่แตกในปี 1929
ค.ศ. 1929-1941
ฟองสบู่แตกทำให้เกิด Great Depression คนกลับมาประหยัดมัธยัสถ์ แต่ประธานาธิบดีฮูเวอร์กลับแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ขั้วเลยพลิกกลับมาที่ประธานาธิบดีแฟรงคลิน รุสเวลท์ แห่งเดโมแครต แล้วก็ลากยาว 12 ปีจนตายคาเก้าอี้เลย
ต้องถือว่ารุสเวลท์เป็น ปธน. ที่เก่งมากคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำได้ (ด้วยโมเดลแบบ Kaynes คือใช้การลงทุนภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลโอบามากำลังทำตามอย่าง) และนำประเทศฝ่าสงครามโลกซึ่งเป็นภัยคุกคามสูงสุดที่อเมริกาเคยเจอมาได้
สรุป
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วสรุปสาระสั้นๆ ได้ว่า
ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือ ศ. สมร นิติทัณฑ์ประภาศ สุดยอดมาก นอกจากจะเขียนประวัติศาสตร์ได้ละเอียด หาข้อมูลประกอบเพียบ ยังสามารถ "วิเคราะห์" เหตุและผล จุดอ่อนจุดแข็งของการปกครองแต่ละช่วงได้เป็นอย่างดี คารวะหมดใจครับ
ออฟฟิศผมอ่านเล่มนี้จบกันไป 3 คนแล้ว คนที่ 4 กำลังจะเริ่มอ่าน ของเค้าดีจริงๆ
Comments
Ripmilla
27 January, 2011 - 20:36
Permalink
แอบมีโฆษณาแฝง Thinkpad ด้วย
แอบมีโฆษณาแฝง Thinkpad ด้วย
rena
9 February, 2012 - 08:49
Permalink
อยากได้เนื้อหาเป็นภาษาไทยตามน
อยากได้เนื้อหาเป็นภาษาไทยตามนี้ค่ะ ช่วยอธิบายเนื้อหาได้รึเปล่าคะ
Reconstruction 1865-1877
- The Debate Over Reconstruction
- Republican Rule
- Reconstruction Collapses
Urban America 1865-1896
- Immigration
- Urbanization
- The Gilded Age
- Populism
- The Rise of Segregation
ช่วยด้วยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
Add new comment