One Day with Galaxy Tab

ซัมซุงให้ Galaxy Tab มาเล่น เนื่องจากมีคนเขียนรีวิวไปเยอะแล้ว (รีวิวของ Blognone โดยคุณ @wingth) ก็เอาแบบรวบรัดละกัน

Galaxy Tab - Unbox - สัมผัสแรกที่จับ (จริงๆ ก็จับมาหลายรอบแล้ว) คือ "มันหนัก" โอเค มันเบากว่า iPad และเพื่อความแฟร์คือผมใช้ Kindle 3 อยู่ เอาอะไรมาเทียบมันก็หนักกว่าทั้งนั้นแหละ -_-' - เปิดเครื่องมามันจะบอกให้เสียบซิม อันนี้แปลกๆ อยู่บ้าง เพราะในความรู้สึกของผม มันควรจะเป็น "แท็บเล็ตที่ดันโทรศัพท์ได้" มากกว่า "โทรศัพท์บิ๊กไซส์" - การถอดเปลี่ยนซิมจะทำให้เครื่องรีบูตตัวเองทันที แปลกด้วยเหตุผลเดียวกับข้อที่แล้ว คือมันควรจะเหมือนถอดเปลี่ยน Micro SD มากกว่านะในความรู้สึกผม - ช่องเสียบซิม ใส่ยากมากครับ สุดท้ายต้องใช้ปลายปากกากดซิมลงไปให้เข้าล็อค ใช้เล็บจิกทำได้ยากสุดๆ ไปเลย ยกให้เป็นข้อเสียอันดับหนึ่งของ Tab - เร็ว (ถ้าพูดภาษาสาวกก็ต้องบอก "เร็วส์") โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Magic สุดอืดที่ใช้อยู่ มีกระตุกบ้างเป็นบางจังหวะแต่นานๆ ที ไม่ค่อยแล็กแบบ Galaxy S - ให้ Android 2.2 มาเลย เกือบทุกอย่างเหมือน Galaxy S แต่ตัดโปรแกรมเสริมไปบ้างตัว เพิ่มโปรแกรมเสริมมาบางตัว เช่น Reader Hub ซึ่งยังไม่ได้ลองเต็มที่สักเท่าไร - ผมพบว่า OS มันไม่เหมาะกับแท็บเล็ตมากนัก คือเราเดาไม่ได้ว่าโปรแกรมไหนจะจอใหญ่จอเล็ก โปรแกรมของซัมซุงเอง (เช่น อีเมล) จะปรับมาให้เหมาะกับหน้าจอของ Tab ในขณะที่โปรแกรมอื่นอย่าง Gmail ใช้แบบปกติบนมือถือมาขยายขนาด ฟอนต์จะใหญ่ๆ เล็กๆ สลับกันไป - ถ้าจะให้แฟร์ iPad ก็เจอปัญหานี้ในช่วงแรกๆ สุดท้ายทางออกมีทางเดียวคือสร้างโปรแกรมเวอร์ชัน iPad ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง อันนี้ต้องรอดูต่อไปว่าฝั่งกูเกิลจะทำได้ดีแค่ไหน ข่าวร้ายคือต้องรอ Honeycomb โน่น - ฟีเจอร์กล้องน้อยกว่า Galaxy S ตัดโหมดพิสดารต่างๆ ออกไป (เข้าใจว่าเพราะกลัวทับไลน์กัน) พอใช้จอของ Tab เป็น viewfinder พบว่าจอมันใหญ่มาก - บางจุดของกล้องก็ยังทำไม่ดี เช่น การพรีวิวภาพหลังถ่าย ไม่สามารถ rotate ภาพด้วยการหมุนเครื่องได้ ต้องดูในแนวนอนเท่านั้น ถ้าอยากดูภาพแนวตั้งต้องเข้าโปรแกรม Gallery เอาเอง (ผมคุ้นๆ ว่าไม่เจอปัญหานี้กับ Galaxy S) - คีย์บอร์ดใหญ่ กดง่าย, คีย์บอร์ดภาษาไทยเหมือน BlackBerry คือ 1 ปุ่มหลายตัวอักษร, ระบบ suggestion ห่วยมากต้องปิดทิ้งไปเลย ตัวมาตรฐานของ Android ยังทำได้ดีกว่า, มี Swype มาให้ด้วยแต่ยังไม่ได้ใช้ - ลำโพงเสียงดังดีมาก, ลองใช้เป็นโทรศัพท์ ต้องวางไว้บนโต๊ะแล้วคุยเหมือนเปิด speaker เท่ไปอีกแบบ - ลองโหลดโปรแกรม Kindle for Android แล้วพบว่ามันไม่เหมาะกับการอ่าน e-book เท่าไร เหตุผลหลักไม่ใช่เพราะจอภาพ แต่เป็นเพราะมันไม่มีปุ่มเปลี่ยนหน้าแบบ Kindle 3 (ซึ่งมีทั้งสองข้าง) ทำให้การอ่านมือเดียวแทบเป็นไปไม่ได้เลย (โดยเฉพาะการถือด้วยมือซ้าย ซึ่ง Kindle ทำได้สบายมาก) - จอภาพไม่ได้เป็น Super AMOLED ไม่สวยเท่า Galaxy S แต่ก็เล่น Angry Birds ได้เต็มตาดี

งานที่เหมาะสำหรับ Galaxy Tab

  • เล่นเว็บ จอใหญ่อ่านง่าย แต่เว็บส่วนมากจะ detect แล้วป้อนหน้าเว็บมือถือให้เราแทน ต้องกดเปลี่ยนเป็น full site อีกรอบ
  • สแกนหัวข่าว อย่างโปรแกรม Pulse ดีกว่าบนมือถือมาก ผมสามารถนั่งๆ นอนๆ สแกนข่าวที่น่าสนใจ อ่านข่าวจนจบเรียบร้อย แล้วค่อยลุกขึ้นนมาเปิดโน้ตบุ๊กพิมพ์ข่าวทีหลังได้สบายมาก อันนี้เยี่ยมยอด
  • Flash อันนี้เป็น killer feature เต็มภาคภูมิ มันเล่น Flash ได้สมูธมาก (ต้องอัพเวอร์ชันล่าสุดก่อนด้วย) จนคำกล่าวหาของจ็อบส์ กลายเป็นเรื่องโกหกไร้สาระไปเลย

ยังไม่ได้ลอง

  • การพิมพ์แบบซีเรียสจริงจัง
  • การแก้ไฟล์เอกสาร
  • e-reader ที่ซัมซุงให้มา
  • มัลติมีเดียสารพัด
  • ต่อเชื่อมกับโปรแกรมฝั่งเดสก์ท็อป เช่น Kies หรือพวก Winamp/doubleTwist

สรุปแบบสั้นที่สุดมันคือ "Galaxy S กินเห็ดมาริโอ้"

Comments

ชอบบทสรุปที่สุดแล้ว

"Galaxy S กินเห็ดมาริโอ"

อยากรู้ว่ามัน Flash ได้ลื่นขนาดไหนจัง...

มันลื่นพอใช้ได้ครับ ไม่ถึงกับเนียนกิ๊ง แต่ดีกว่าที่ผมคิดมาก ใช้งานจริงได้เลย (สำหรับพวก video นะครับ เกมไม่ได้ลองอะ)

แต่ท่าปกติก็คือปิด Flash เอาไว้ แล้วสั่งเปิดเป็น on-demand

firmware ล่าสุด ตัว JM4 พรีวิวภาพหลังถ่าย สามารถ rotate ภาพด้วยการหมุนเครื่องได้ แล้วครับ (แอบมี transition แนวๆเดียวกับ IOS ด้วย)

Add new comment