Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
วันนี้ "เผลอ" อ่านประวัติศาสตร์ของโลกอิสลาม (ซึ่งเรารู้น้อยมาก) ใน Wikipedia แล้วยาว ไหนๆ ลงทุนอ่านแล้ว ก็มาบันทึกไว้สักหน่อย
คำว่า "อาหรับ" ที่เราเรียกกัน มีประวัติไม่ยาวนานนักเมื่อเทียบกับอารยธรรมในละแวกตะวันออกกลางอื่นๆ นั่นคือ อารยธรรม "อิสลาม/อาหรับ" เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ 6-7 ในช่วงที่นบีมูฮัมหมัดประกาศศาสนาอิสลามนั่นเอง
ก่อนหน้านั้น ตะวันออกกลางตอนบนถูกปกครองโดย จักรวรรดิเปอร์เซีย ซึ่งนับถือศาสนาโซโรแอสเตอร์เป็นหลัก เปอร์เซียถูกปกครองโดยกรีกและโรมันบ้าง (เช่น สมัยของอเล็กซานเดอร์) เปอร์เซียแบ่งออกเป็น 4 ยุคย่อย โดยยุคสุดท้ายเรียกว่า Sassanid Empire
ส่วนครึ่งล่างคือคาบสมุทรอาระเบีย ไม่มีอาณาจักรที่ต่อเนื่องยาวนานนัก ส่วนมากแบ่งเป็นเผ่าเล็กเผ่าน้อย (ชาวเบดูอิน ก็อยู่ในช่วงนี้) ศาสนามีหลายชนิด ทั้งศาสนาเล็กๆ ของตัวเอง รวมถึงศาสนายิว (ยูดาย) ที่เหลือดูใน Pre-Islamic Arabia
หลังจากนบีมูฮัมหมัดเกิดมา ก็รวมเผ่าต่างๆ ในคาบสมุทรอาระเบียให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ (รายละเอียดพวกนี้ดูในประวัติของศาสนาได้ไม่ยาก) ฐานที่มั่นของอิสลามก็เริ่มต้นที่นครเมดินา แล้วค่อยๆ ขยายออกไปทางเหนือ ซึ่งครอบครองโดยไบแซนไทน์ (สีม่วง) และ Sassanic (สีชมพู)
นบีมูฮัมหมัดได้ร่างเอกสารที่เรียกว่า Constitution of Medina ขึ้นมาเป็นข้อตกลงระหว่างเผ่าต่างๆ ในอาระเบีย ซึ่งเป็นรากฐานของระบบการปกครองแบบ "กาหลิบ" และรัฐกาหลิบที่เรียกว่า Caliphate ซึ่งสืบทอดการปกครองต่อจากมูฮัมหมัดมาประมาณหนึ่งพันปีกว่าๆ
รัฐกาหลิบแบ่งออกเป็น 4 ยุค
Wikipedia ภาษาไทยเรียก "รอชิดีน" (ไม่แน่ใจว่าถูกต้องแค่ไหน ขอใช้ภาษาอังกฤษ Rashidun แล้วกัน) เป็นรัฐกาหลิบรัฐ
หลังจากมูฮัมหมัดเสียชีวิตในปี 632 Abu Bakr พ่อตาของมูฮัมหมัดก็ขึ้นมาเป็นกาหลิบคนแรก ตั้งอาณาจักร Rashidun ขึ้นมา และขยายอาณาจักรอย่างรวดเร็ว
Rashidun มีศูนย์กลางอยู่ที่เมดินา แต่มีอายุไม่นานนัก มีกาหลิบรวมกันเพียง 4 องค์ ภายหลังทะเลาะกันเอง (ซึ่งเป็นเหตุให้นิกายชีอะห์แยกตัวออกไป) และโดนอาณาจักรที่สอง Umayyad กลืนไปในปี 661
อาณาจักรที่สอง Umayyad Caliphate (ไทยใช้ "อุมัยยะห์") มีอายุประมาณ 100 ปี คือ 661-750 มีฐานที่มั่นอยู่ที่ดามัสกัส ขอบเขตอาณาจักรใหญ่มาก ไปจนถึงสเปนเลยด้วยซ้ำ
ช่วงปลายของ Umayyad ถูกเผ่า Abbasid ที่อาศัยอยู่แถวๆ อิรักในปัจจุบัน รุกเข้ามาจากทางตะวันออก และล่มสลายลงไปในปี 750
แต่ฝั่งตะวันตกสุดของ Umayyad แถวสเปน กลับอยู่รอดมาได้ถึงปี 1031 โดยเรียกว่า Caliphate of Córdoba มีเมืองหลวงที่เมือง Cordoba ในสเปนนั่นเอง
อาณาจักรที่สาม Abbasid Caliphate มีฐานที่มั่นอยู่ที่แบกแดด (ซึ่งเป็นฐานเดิมของเผ่า Abbasid) มีอายุราว 500 ปี (750-1258) ยุคนี้ถือว่าเป็น "ยุคทองของอิสลาม" (Islamic Golden Age)
เหตุของการล่มสลายของ Abbasid ก็ไม่ใช่ใครอื่น อาณาจักรมองโกลนั่นเอง มองโกลถล่มกรุงแบกแดดราบเรียบในปี 1258
เผ่า Abbasid ส่วนหนึ่งที่ยังเหลืออยู่หนีไปอยู่กับอียิปต์ ใต้ราชวงศ์มัมลุค (Mamluk) จนถึงปี 1543 ที่โดน Ottoman กลืนเข้าไป
จักรวรรดิออตโตมัน ก่อตัวขึ้นจากเศษเสี้ยวของ Byzantine ที่บอบช้ำจากครูเสด โดยเริ่มในปี 1299 และสามารถยึดคอนสแตติโนเปิด ฐานที่มั่นของ Byzantine ในปี 1453
ประมุขของออตโตมันจะเรียกตัวเองว่า "สุลต่าน" แต่ในปี 1517 พอยึดอียิปต์ได้ ก็สืบทอดตำแหน่ง "กาหลิบ" มาจากพวก Mamluk ได้ จึงถือว่าตัวเองเป็นอาณาจักรกาหลิบที่สี่ (Ottoman Caliphate)
จักรวรรดิออตโตมันอยู่มาได้ประมาณ 600 ปี (ถ้านับจากปี 1299) ก็ถือว่าเจริญรุ่งเรืองมาก จนมาแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่งในปี 1918 ก็โดนฝ่ายพันธมิตรเฉือนแบ่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย (ดูใน Partitioning of the Ottoman Empire
ออตโตมันกลับมาได้อีกครั้งจากการรวมชาติของ Ataturk ตั้งเป็นประเทศตุรกีในปี 1924 ซึ่งรัฐตุรกีสมัยใหม่ก็ปฏิเสธระบบกาหลิบ ทำให้อาณาจักรกาหลิบ (อิสลามสายมูฮัมหมัด) จบลงแค่นี้
Saudi Arabia
จะเห็นว่าอาณาจักรกาหลิบจะย้ายเมืองหลวงขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ (จะเอียงไปตะวันตกหรือตะวันออกก็อีกเรื่องนึง ตามฐานที่มั่นของเผ่าที่ยึดอำนาจได้) จากเมดินา ไปดามัสกัส ไปแบกแดด ไปอิสตันบูล
ส่วนพื้นที่ดั้งเดิมคือคาบสมุทรอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศซาอุดีอาระเบียในทุกวันนี้ ก็ตกอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรต่างๆ มายาวนาน มาจนถึงปี 1744 ในสมัยของออตโตมัน เผ่า Saud ก็พยายามแยกตัวออกมาจากออตโตมัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
จนกระทั่งปี 1902 กษัตริย์ Ibn Saud (พ่อของกษัตริย์อับดุลลาห์องค์ปัจจุบัน) ก็ตั้งประเทศซาอุดีอาระเบียได้สำเร็จ ในช่วงที่ออตโตมันกำลัง "ขาลง"
Iran
ประเทศที่น่าสนใจอีกแห่งคืออิหร่าน ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกสุดของอาณาจักรกาหลิบทั้งหลาย ในสมัย Abbasid ช่วงกลางๆ คือปี 800-900 ก็เริ่มเสื่อมลง ทำให้เกิดอาณาจักรเล็กๆ ของชาวเปอร์เซียขึ้นมาบริเวณอิหร่านในปัจจุบัน แต่ยังไม่ทันตั้งอาณาจักรที่ต่อเนื่องยิ่งใหญ่ได้ ก็โดนมองโกลปราบเรียบในช่วงปี 1200-1300
จากนั้นพื้นที่แถบอิหร่านก็ถูกปกครองโดย ติมูร์ (Timurid Empire) จนถึงปี 1452 และอาณาจักร Safavid (1502-1736) ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของอิสลามนิกายชีอะห์ในอิหร่าน (จนถึงปัจจุบัน)
อิหร่านมีระบอบกษัตริย์ปกครองต่อมาเรื่อยๆ จนศตวรรษที่ 19-20 ก็โดนจักรวรรดิอังกฤษ-รัสเซีย แบ่งกันยึดครอง พอสิ้นสงครามโลกก็กลับมามีอิสรภาพ ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ต่ออีกสักพัก ก่อนจะเจอโคไมนี ปฏิวัติอิสลาม กลายเป็นสาธารณรัฐอิหร่านแบบในปัจจุบัน
จะเห็นว่าหลังสมัย Abbasid มาแล้ว แทบไม่เกี่ยวกับอิสลามฝั่งกาหลิบเลย
ส่วนรัฐอิสลามสมัยใหม่อื่นๆ ก็คงไว้ในโอกาสต่อไป
Comments
เหมียว
1 December, 2010 - 22:04
Permalink
แล้วอะลาดินเป็นชาวอาหรับปะ
แล้วอะลาดินเป็นชาวอาหรับปะ
lamunorp
8 December, 2010 - 22:21
Permalink
ขอบคุณครับที่แปลให้อ่าน
ขอบคุณครับที่แปลให้อ่าน สรุปให้เข้าใจง่ายดี
+1ครับ
Add new comment