Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ประชาไทมีบทความ ระบบอุปถัมภ์ในปรากฏการณ์น้ำท่วมไทย 2553 เขียนถึงน้ำท่วมในหลายๆ แง่มุม แต่ที่ผมสนใจก็มุมเดิมคือเรื่อง "ชนชั้น" โดยเฉพาะ "พฤติกรรมของชนชั้นกลาง"
เราจะพบว่า หลังการล้อมปราบอย่างเหี้ยมโหดของรัฐบาลในเดือนพฤษภาคม 2553 ชนชั้นกลาง มีความอึดอัดและหาทางออกเพื่อ “จุดยืนทางศีลธรรม” ของตน อย่างขมีขมัน ด้วยการออกมาร่วมมือร่วมใจกันผ่านแคมเปญต่างๆ ตั้งแต่ Together We Can, Big Cleaning Day ฯลฯ นี่คือ การเยียวยาตัวเองด้วยการแสดงความเป็น “ผู้อุปถัมภ์” ต่อผู้ที่ด้อยกว่า ต่ำกว่า และเดือดร้อนกว่าตน
ย่อหน้านี้พูดถึง "ภาพกว้าง" ของพฤติกรรม ซึ่งประเด็นนี้มีคน "พูดถึงบ้าง" ในช่วงหลัง พ.ค. แต่ไม่เยอะนัก อาจเพราะโดนบดบังด้วยประเด็นอื่นๆ ไปหมด
ผู้เขียนเห็นว่าการตื่นตัวดังกล่าวของคนเมืองอาจจะมาจากการรับรู้ถึงการผลิตซ้ำ ของวาทกรรมโลกร้อนที่เป็นกระแสมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระแสดังกล่าว ได้สร้างภาพจำลองถึงความชิบหายของคนเมืองอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ที่ไม่อาจควบคุม เป็นภัยธรรมชาติที่ตามมาลงโทษมนุษย์ผู้ย่ำยีบีฑาธรรมชาติ และที่สำคัญน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ “โจมตีเมือง” ที่เป็นเมืองของชนชั้นกลางอันเป็นย่านธุรกิจ สำนักงานและที่พักอาศัยแบบที่พวกเขาคุ้นเคย ซึ่งไม่ใช่หายนะของทุ่งนา ไร่ผลผลิต เรือกสวน
ความเสียหายประเภทหลังแม้พวกเขาจะสงสาร และอาจช่วยบริจาค แต่ก็ไม่ได้ “อิน” อย่างเทียมเท่า...
อันนี้เป็นการวิเคราะห์ที่น่าสนใจมาก คือเรื่อง "อารมณ์ร่วม" ที่เกิดจาก "ความคล้ายคลึงกัน" (similarity) ของพื้นที่ประสบภัย ซึ่งน่าเอาไปศึกษาต่อว่ามันมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง
ไหน ๆ เขียนเรื่องนี้แล้ว อย่าลืมดูเรื่อง "ประเทศกรุงเทพ" ในเจาะข่าวตื้น
Add new comment