AIS on 3G

สำหรับคนที่ยังสนใจเรื่อง 3G และกิจการโทรคมนาคมไทย แนะนำให้อ่านบทสัมภาษณ์ของ "สมประสงค์ บุญยะชัย" ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น และ "วิเชียร เมฆตระการ" หัวหน้าคณะผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ในประชาชาติธุรกิจ

ล้ม3Gบอนไซหุ้นกลุ่มสื่อสาร บิ๊กเอไอเอสจี้รัฐเป็นเจ้าภาพผ่าทางตัน

ฟังกรรมการ (กทช.) และรัฐวิสาหกิจ (กสท.) ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกันมาก็เยอะแล้ว มาฟังเสียงจากผู้ประกอบการเบอร์หนึ่งของตลาด น่าจะมีน้ำหนักกว่าใคร

บทสัมภาษณ์นี้สรุปภาพรวมของกิจการโทรคมนาคมไทยได้ดีเลย สั้นง่ายตรงไปตรงมา คัดมาเฉพาะบางส่วนของคุณสมประสงค์ แต่ควรอ่านทั้งหมด

สำหรับผมมีข้อสังเกตส่วนตัวว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ในการออก พ.ร.บ.ปี 2543 กำหนดให้มี กทช. และ กสช. ให้ร่วมกำหนดแผนความถี่ของประเทศ ตั้งแต่ปี 2543 จนบัดนี้ กสช.ตั้งไม่ได้ กทช.ตั้งได้เมื่อปี 2547 เมื่อตั้งแล้วจะทำงานยังไง กทช.จึงนำเรื่องนี้ไปสอบถามกฤษฎีกาว่า เมื่อไม่มี กสช. กทช.จะทำงานได้อย่างไรเมื่อความถี่เป็นส่วนสำคัญของโทรคมนาคม

กฤษฎีกาตอบว่า กทช.ทำได้ในส่วนของโทรคมนาคม ให้ไปพิจารณาดูว่าความถี่นั้นเป็นความถี่ที่เป็นมาตรฐานสากลเรื่องเกี่ยวกับโทรคมนาคมหรือไม่ และความถี่นี้ได้เคยถูกกำหนดไว้ในสมุดจำแนกความถี่ของกรมไปรษณีย์แต่เดิมไหม ซึ่งใน 2.1 GHz กำหนดไว้ เพราะเป็นมาตรฐานใช้กันทั่วโลก ไอทียูรับรอง ยิ่งกว่านั้นยังเคยมอบสิทธิให้ทีโอที กสทฯ

ต่อมาได้มาเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตโดย กทช. ซึ่ง กทช.มอบใบอนุญาตแก่ทีโอที กสทฯ ต่อมา กสทฯขายให้ทีโอที รับเงินไปแล้ว 2.4 พันล้าน กสทฯยังมาขออนุญาตโอนสิทธิให้ทีโอที ในปี 2552

ต่อมาในปี 2553 กสทฯกลับเป็นผู้ฟ้องว่า กทช.มีอำนาจหรือไม่ โดยประเด็นที่ตั้งฟ้องว่า ไม่มีการประชุมกันระหว่าง กสช.กับ กทช. ก็จะมีการประชุมได้ยังไง เมื่อ กสช.ไม่มี กทช.ได้ถามไปยังกฤษฎีกาแล้ว เท่ากับไม่ได้เพิกเฉยต่อหน้าที่ ทำครบกระบวนการแล้ว ถ้า กทช.ทำอย่างนี้ กสทฯมีความสงสัย ทำไมไม่ฟ้องตั้งแต่ปีโน้น เป็นข้อสังเกตของผมซึ่งค่อนข้างงง

Keyword:

Comments

ผมก็งงครับ เหอะๆ

Add new comment