Middle Class Analysis

ประชาชาติมีบทสัมภาษณ์ ปราปต์ บุนปาน ลูกเจ้าของมติชน และล่าสุดคือบรรณาธิการบริหารมติชนออนไลน์

ปราปต์ บุนปาน สุดท้ายแล้วคนรุ่นเราก็ต้องเลือกชนหรือเดินไปบนทางแยกสักทางในสักวันหนึ่งอยู่แล้ว

คุยหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ผมสนใจก็คือเรื่อง "ชนชั้นกลาง" อีกนั่นแหละ พูดง่ายๆ คือผมไม่เข้าใจสลิ่มนั่นเอง (และกำลังพยายามทำความเข้าใจอยู่)

อาจารย์เกษียร เตชะพีระ เคยตั้งคำถามว่า ไม่แน่ใจว่าคนชั้นกลางที่ไปทำความสะอาดกรุงเทพฯ จงใจจะลืมเหตุการณ์นองเลือดเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเขาอาจเป็นกลุ่มคนพันธุ์ใหม่ ซึ่งเราน่าจะทำการศึกษาต่อไป หรือว่าคนพวกนี้ถูกปิดหูปิดตาจนไม่เห็นอะไรเลยกันแน่ คือมีชีวิตที่ดีในกรุงเทพฯ แต่อยู่ดี ๆ ก็มืดบอด มองไม่เห็นอะไรเลย ผมคิดว่าคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ สัมผัสปัญหาหรือเรื่องบางอย่างได้

พูดตรง ๆ เลยก็คือ อย่างพวกเราคนชั้นกลางก็รู้ว่าสังคมกำลังเปลี่ยน และในความเปลี่ยนแปลงนั้นมันคงไม่ราบรื่น ทุกคนสัมผัสกับบรรยากาศได้ โดยเฉพาะที่ผ่านมา ผมคิดว่าคนจำนวนมากรู้ เริ่มจับอารมณ์ตรงนี้ได้ คาดการณ์ได้ แต่มันขึ้นอยู่กับเขาว่าจะเลือกอะไร บางคนอาจมองเรื่องเฉพาะหน้าไปก่อนเพื่อความอยู่รอด แต่เท่าที่ผมสัมผัส ผมรู้สึกว่าคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มืดบอดขนาดนั้น หรือไม่ได้งี่เง่าขนาดว่า "พี่ไก่อูรูปหล่อจังเลย" หรือไม่รู้ไม่เห็นถึงการตาย คืออาจจะเริ่มเห็น แต่วิถีชีวิตหรือวิธีคิดของเขาทำให้เขาไม่สามารถหลุดออกจากกรอบบางอย่างได้

ปัญหาอย่างหนึ่งในการทำความเข้าใจกับสลิ่มก็คือ สลิ่มไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นสลิ่ม (คือเป็น unconscious สลิ่ม) ทำให้กระบวนการศึกษาอาจจะต้องใช้วิธี observation เป็นหลัก แทนการสนทนา

Comments

ไม่ได้จงใจลืม แต่ผมว่าไม่สนใจมากกว่าครับ คือ เฉยๆ

unconscious สลิ่ม นี่โคตรน่ากลัวเลยนะ

แต่เหมาก็ไม่ถูก บางคนมันเป็นกลางจริงๆแบบกลางกลวง ไม่ชอบความวุ่นวาย(ในความคิดเค้า) ขอกูเสวยสุขอยู่ในความสุข ณ ปัจจุบันแค่นี้พอ

ทำการทดลองชัดเจนสุดๆ ผมลอง flood timeline ใน facebook ตอนเหตุการณ์ระเบิดสมานเมตตา แมนชั่น ในขณะที่ timeline ส่วนใหญ่เป็น วนิดา แทบไม่มีใครสนใจเลย

ปรากฏการณ์แบบนี้โคตรน่ากลัวเลยนะ เฮ้อ

คนกลุ่มนี้ ไม่ใช่คนชั่วร้าย เพียงแต่ เขาถูกผลิตออกมา เป็นมนุษย์ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ออกมาจากสายพาน การผลิตของรัฐไทย
software ที่โดน install เข้าไปแต่เด็ก มันก็ ยึดติดแน่นอย่างงั้น ก็ตีความโลกจาก ทัศนคติที่ยึดแน่นนั้นไปเรื่อย ๆ

จะเรียกว่าพวกนี้คือ ผลผลิตที่ถูกปั๊มออกมาตามพิมพ์เป้ะ

บ้าน (ทีวี) ->โรงเรียน-> มหาลัย-> บริษัท

ไอ้ที่เขาไม่หลุด ไม่ใช่ไม่หลุด แต่มันไม่มีแก่นสารแต่ต้น ความเจริญของคนเหล่านี้คือความเจริญผิวเผิน
เอาเปลือกมาหุ้ม เอาของที่ดูดีมาเสพ ๆ ไปอย่างงั้น อะไร dramatized ถูกจริต ก็เสพ ก็บูชา
เขาไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอกครับ

จริง ๆ เขียนสมการหาที่มาที่ไปของแนวคิดพวกนี้ไม่ยาก mindset คนพวกนี้เขียนออกมาเป็น แผนผังได้ง่าย

@ijoza

unconscious สลิ่ม = "บางคนมันเป็นกลางจริงๆแบบกลางกลวง ไม่ชอบความวุ่นวาย(ในความคิดเค้า) ขอกูเสวยสุขอยู่ในความสุข ณ ปัจจุบันแค่นี้พอ" นั่นล่ะจ้า