Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ใบตองแห้งสัมภาษณ์วรเจตน์เรื่อง 3G - วรเจตน์ ภาคีรัตน์: ‘ถึงเวลาทบทวนศาลปกครอง’
อาจารย์วรเจตน์พูดหลายประเด็น ผมมีความเห็นประเด็นเดียวคือเรื่องช่วงคลื่น 2.1 GHz
“คือตัวคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยสภาพของคลื่นและโดยข้อบังคับว่าด้วยวิทยุโทรคมนาคมซึ่งเป็นภาคผนวกของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยโทรคมนาคมของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คลื่นนี้ใช้เฉพาะในกิจการโทรคมนาคมเท่านั้น ไม่ได้มีการกำหนดให้ใช้ร่วมกันระหว่างกิจการโทรคมนาคม กับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ประเทศไทยเราเป็นสมาชิกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ และได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญานั้น จึงต้องผูกพันตามตารางกำหนดคลื่นความถี่ระบุไว้ในข้อบังคับท้ายอนุสัญญาด้วย เพราะฉะนั้นต่อให้มีคณะกรรมการร่วม คลื่นย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ มันก็เป็นคลื่นเพื่อกิจการโทรคมนาคมอยู่ดีนั่นแหละ คณะกรรมการร่วมก็จะต้องกำหนดให้คลื่นนี้เป็นคลื่นที่ใช้ในกิจการโทรคมนาคมอยู่ดี ฉะนั้นโดยสภาพของคลื่นที่เป็นคลื่นในกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้ว การที่ไม่มีแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ หรือตารางกำหนดคลื่นความถี่และการกำหนดการจัดสรรคลื่นความถี่จึงไม่กระทบอำนาจ กทช.กทช.จึงสามารถที่จะออกใบอนุญาตได้ ซึ่งหมายความว่ามีอำนาจในการดำเนินการประมูลได้"
ความเห็นของผมก่อนอ่านบทสัมภาษณ์ของ อ. วรเจตน์ ก็คิดแบบเดียวกันในเรื่องนี้คือ กทช. มีอำนาจเต็มในการให้ประมูลคลื่น 2.1 GHz ด้วยเหตุผลเดียวกันว่ามันเป็นช่วงคลื่นโทรคมตาม ITU อยู่แล้ว
น่าสนใจว่าศาลบ้านเราเปิดพจนานุกรมเพื่อตัดสินคดีได้ แต่กลับเปิดเอกสารทางเทคนิคของ ITU ไม่ได้
ป.ล. ในบทความยังมีอีกหลายๆ ประเด็นที่น่าสนใจ แต่คงไม่พูดถึงในที่นี้
Comments
ipats
1 October, 2010 - 02:44
Permalink
อีกนัยนึง,
อีกนัยนึง, การร่วมภาคีก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเสียอธิปไตยในการบริหารภายในหรือเปล่าครับ (เทียบกับเขาพระวิหาร ที่เราขู่คว่ำบาตรยูเนสโก, เรื่องนี้ ถ้าเราไม่ทำตาม ITU, ITU ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยกเลิกสมาชิกภาพ?)
ซึ่งก็คือ.. "ถ้า" กสทช. บอกว่า 2.1 จะเอาไปให้โทรศัพท์ใช้ แล้วศาลบอกว่า กสทช. มีอำนาจเต็มที่ในการจัดสรร มันก็ถูกตามกฏหมายหนิครับ (ถ้าครม. อนุมัติให้ยกเลิกสมาชิกภาพ??) เพราะอย่างไรก็ตาม, เรายึดตาม รธน. ว่ามีความสำคัญมากกว่าข้อตกลงกับองค์กรณ์ระหว่างประเทศอยู่แล้วหนิครับ
ipats
1 October, 2010 - 02:46
Permalink
แก้ครับ, "ถ้า" กสทช. บอกว่า
แก้ครับ, "ถ้า" กสทช. บอกว่า 2.1 จะเอาไปให้โทรศัพท์ใช้ คือ "โทรทัศน์" (สองคำนี้พิมพ์สลับกันตลอด)
chayanin
1 October, 2010 - 04:36
Permalink
ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจถูกไหม
ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจถูกไหม แต่มาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ว่า "รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ และพึงถือ หลักในการปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค ตลอดจนต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศ ไทยเป็นภาคี รวมทั้งตามพันธกรณีที่ได้กระทำไว้กับนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ"
จาก "ปฏิบัติตาม[...]พันธกรณีที่ได้กระทำไว้กับนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศ" ควรจะแปลว่า กสทช. ไม่น่าจะมีอำนาจ ในการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้รับรองไว้ เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ
mk
1 October, 2010 - 07:52
Permalink
@ipats
@ipats เรื่องนี้ต้องไปดูคำอธิบาย (ในเชิงกฎหมาย) ของ อ. วรเจตน์ครับ ว่ามันจะมีเรื่องการตีความตามกฎหมายเป๊ะ กับการตีความตามความจริงอยู่
ปัญหาคือศาลไทยไม่มีมาตรฐานเท่าไรนักในการสลับไปมาระหว่างการตีความทั้งสองแบบ
@chayanin จริงๆ กรณีเทียบเคียงกันคือเรื่องลิขสิทธิ์ ที่ไทยต้องทำตาม Berne Convention ก็น่าจะอ้างไปว่าต้องปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน
Add new comment