Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
คราวก่อนเขียนเอาไว้ใน Media Center Frontier
ความเห็นของผมคือ media center ยังเป็นดินแดนบ้านป่าเมืองเถื่อนอยู่มาก หลายๆ อย่างยังไม่ settle (และน่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักพัก) ดังนั้นมันจะสับสนวุ่นวายอยู่บ้าง
ตอนนี้ยังยืนยันคำเดิม และการเปิดตัว Apple TV รุ่นใหม่ ก็เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ทุกคนแม้แต่ศาสดาเองก็ยังสับสนอยู่ว่า "ตกลงควรทำยังไงดีฟะ" บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจคือ Ars มีเรื่อง Apple's trouble with TV
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของ iTunes
The experience had to be easy, the content had to be there, and, of course, the price had to be right.
พูดถึงสภาพแวดล้อมที่ต่างกันของวงการเพลง (ที่ iTunes เจาะสำเร็จ) กับทีวี (ที่ Apple TV ล้มเหลว)
That worked for music because Apple was first on the scene. Legal digital music sales that non-geek customers could understand and use successfully didn't really exist before Apple's iTunes/iPod combination arrived. Apple had time to grow its music business organically, with very little competent competition. The end result for consumers was simple, comprehensive access to almost all the content they wanted, at prices they found acceptable.
The landscape in the living room is very different. It's not a green field where Apple can plant its digital seeds and grow them into a beautiful walled garden. It is, to use Steve Jobs's own word, "balkanized." Even before Apple dipped its toe in the water with the first Apple TV in 2006, the living room was a battlefield scorched by decades of competition between broadcast networks, cable and satellite providers, and a whole raft of consumer electronics makers.
จ็อบส์ มองว่าปัญหาในห้องนั่งเล่นคือ มันมีอุปกรณ์ต่อพ่วงมากเกินไป
But as Steve Jobs made clear with his remarks at the D8 conference in June, he doesn't believe a product like this can compete with subsidized set-top boxes and still make a profit. "All you can do is add a box onto the TV system," Jobs laments. "You just end up with a table full of remotes, a cluster full of boxes, a bunch of different UIs, and that's the situation we have today."
แนวทางของจ็อบส์คือการออกแบบ set-top box ใหม่ ซึ่งก็ออกมาเป็น Apple TV รอบใหม่
The solution? Jobs continues: "The only way that's ever going to change is if you can really go back to square one and tear up the set-top box and redesign it from scratch with a consistent UI across all these different functions, and get it to the consumer in a way they're willing to pay for it."
ผมคิดว่าต้องแยกเรื่องนี้ออกเป็น 2 ประเด็น
สำหรับคำถามแรก ผมคิดว่า Apple TV ใหม่ที่ทำตัวเป็น dumb terminal สำหรับ iTunes Store ไม่เวิร์คเพราะปัจจัยเรื่อง content เนื่องจากสามารถเซ็นสัญญากับผู้ผลิตรายการทีวีได้เพียงน้อยนิด และมีจุดตายสำคัญคือขาดรายการจำพวก live เช่น กีฬา (มันดูถ่ายทอดสดบอลโลกไม่ได้แน่ๆ) ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอำนาจมหาศาลที่อยู่ในมือเจ้าของ content ซึ่งจะ "ผูกขาด" สิทธิ์การเข้าถึงเนื้อหา ให้อยู่เฉพาะบนเคเบิลทีวีแบบดั้งเดิมเท่านั้น อันนี้แอปเปิลคงทำอะไรมากไม่ได้
นอกจากนี้ Apple TV ยังเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับอเมริกาโดยเฉพาะ สำหรับเมืองไทยถ้าเจ้าของเนื้อหาอย่าง GMM, RS, BEC, MCOT ยังไม่สนใจเรื่อง digital distribution และเนื้อหาอเมริกาเองก็มีข้อจำกัดเรื่อง localization (แม้ว่าจะสามารถซื้อได้จากเมืองไทยก็ตาม) แนวคิดเรื่อง dumb terminal คงไม่เกิดแน่ๆ และมันจะไปเข้าโมเดล media center ที่มี storage (ซึ่งเอาเนื้อหามาจากบิต) หรือไม่ก็ Dreambox (ซึ่งว่ากันตามตรงก็ผิดลิขสิทธิ์) แทน
สำหรับคำถามที่สอง ผมคิดว่าสุดท้ายแล้ว box จะหายไป (สำหรับกรณี media box ที่เป็น IP-based ไม่นับพวกเคเบิลหรือดาวเทียม) และมันจะเข้าไปรวมกับทีวีโดยตรง ซึ่งในระยะยาว ผู้ผลิตทีวีอย่าง Sony/Samsung จะได้เปรียบกว่า จริงๆ ตอนนี้ก็เริ่มมีแล้ว เพียงแต่ผู้ผลิตทีวีเองก็ยังไม่สามารถสร้างหรือเจรจาเนื้อหาที่เจ๋งพอมาลงในโปรแกรม media center ของตัวเองเช่นกัน
แน่นอนว่าในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ ที่แอปเปิลจะทำทีวีเอง (มันก็คือ Cinema Display + Apple TV ในตัวนั่นเอง)
Comments
ipats
5 September, 2010 - 02:53
Permalink
ที่เห็นๆ
ที่เห็นๆ คือตอนนี้ทีวีบางรุ่นเริ่มดู youtube ได้แล้ว!
mk
5 September, 2010 - 07:37
Permalink
@ipats ใช่ครับ
@ipats ใช่ครับ แต่ยังอีกไกลและยังไม่พอ คือ YouTube ยังขาดเนื้อหาระดับเทพทั้งหลาย เช่น ซีรีส์ที่โดนไล่ลบไปหมดแล้ว etc. ตรงนี้ต้องหาวิธีที่ดึงเจ้าของเนื้อหาลงมาเล่นด้วยให้ได้
7
5 September, 2010 - 21:17
Permalink
ขอแค่ทีวีต่อเนตได้
ขอแค่ทีวีต่อเนตได้ แล้วให้คนทำ content ต่างคนต่างทำเวปที่แสดงผลได้ดีกับทีวี และต่างคนต่างเก็บเงินกันเองจะดีกว่าเปล่า ผมว่าอย่างนี้ พวกช่อง adult น่าจะลงมาเล่นเป็นพวกแรกๆเลย
mk
5 September, 2010 - 21:32
Permalink
ปัญหาคือ content
ปัญหาคือ content จะมีค่าเมื่อมันเป็น exclusive ครับ (เช่น ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกของ True Visions) และการเอามาฉายบนเน็ต มันจะทำให้ไม่ exclusive เก็บตังจากระบบเก่าได้ยาก
พวกที่จะมาลงเน็ตได้ก็ต้องเป็น net exclusive แต่ผู้บริโภคอย่างเราๆ อยากดูแบบที่ฉายบนทีวีด้วยนี่หว่า
7
6 September, 2010 - 00:18
Permalink
ติดตามมาหลายโพสเกี่ยวกับเรื่อ
ติดตามมาหลายโพสเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพิ่งมา get idea จริงๆครั้งนี้เอง
ผมว่าปล่อยให้เป็น tv ที่เล่น net ได้ไปเลยครับ ง่ายๆ ไม่ต้องทำไรเพิ่มแล้ว
ถ้า net tv แพร่หลายมากขึ้นจริงๆ ผมว่าช่องทางทำเงินจะลงตัวเอง ไม่ต้องมี box อะไรแล้ว
จะดู tv ธรรมดาก็ได้ เล่น game ก็ได้(ผ่าน console) หรือเล่นผ่าน net จะ flash หรือไรก็ช่าง
media ก็มีทั้งฟรี ทั้งเสียเงิน ซื้อเอาเอง ผ่านช่องทางปกติ(visa paypal etc.)
protocal ก็อาจจะมีเฉพาะ tv ขึ้นมาอันนึงแบบ wap ก็ได้ เอาไว้ save channel หรือลูกเล่นต่างๆ
google ก็สามารถหา web tv ได้อีกแบบนึง แบบ tv.youtube.com ไรเงี้ย
รีโมท ก็ทำแบบ bb มีแป้นพิมพ์เล็กๆให้กด+ปุ่มคำลั่งลัดสักชุดนึง(mouse ยังจำเป็นมั้ย?)
คือถ้าจะดูเวปธรรมดาก็จะลำบากนิดนึง แต่ถ้าเป็น wev tv ก็จะมาตรฐาน ใช้รีโมทได้สะดวกกว่า
บนรีโมทมี lcd ขาวดำเล็กๆถูกๆสักแถวนึง เผื่อพวกจิ้มดีด จะได้มองจอที่รีโมทได้(ดีมั้ย?)
คิดไปคิดมา ชักเยอะแล้ว พอก่อนดีกว่า
mk
6 September, 2010 - 11:02
Permalink
ติดปัญหาเรื่อง content
ติดปัญหาเรื่อง content เหมือนเดิมครับ
เรื่อง box สุดท้ายมันคงไปรวมกับ tv เป็น net tv
แต่ระหว่าง net tv ที่ดูได้แค่ youtube กับ tv ธรรมดา + เคเบิลที่ดูพรีเมียร์ลีกสดได้ อันนี้สู้กันยากนะครับ
7
6 September, 2010 - 15:47
Permalink
แล้ว net tv
แล้ว net tv ติดเคเบิ้ลไม่ได้เหรอครับ มี 3 อย่างเลยไง ใครมีเงินก็ติดไป
เห็นว่าเคเบิ้ลเมืองนอกมีบริการ internet พ่วงด้วย ไม่น่ายากนะ เสียบสายเพิ่มอีกอัน
ที่จริงผมมองว่า net tv มันเป็นช่องทางขาย content ตรง ให้กับ user ได้เลยไง
ผมสามารถทำ content ขายได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านบริษัท media ต่างๆ สะดวกดีออก
แล้วจริงๆนะ ถ้าผมซื้อพรีเมียร์สดจากเข้าของ content ตรงเลยจะถูกว่าซื้อจาก cable หรือเปล่า
ผมอยากดูเฉพาะ ng อย่างเดียว ทำไมต้องซื้อพ่วงช่องอื่นๆจาก cable ด้วยหล่ะ
แล้วจริงๆนะ ผมอยากดู ng แค่ตอนเดียวเองอ่ะ ขอซื้อตอนเดียวได้มะ เลือกตอนด้วย
ถ้า net เร็วพอ cable แหละจะไม่น่ารอด tv จะมี content กระจายดูไม่หวาดไม่ไหว
mk
6 September, 2010 - 22:06
Permalink
เรื่องซื้อตอนเดียว-หลายตอน
เรื่องซื้อตอนเดียว-หลายตอน ลองหาหนังสือ "นักสืบเศรษฐศาสตร์" มาอ่านครับ มีอธิบายไว้ละเอียด มันเป็นเทคนิคทางการค้าที่เรียกว่า bundle
ส่วนเรื่องเน็ตทีวีติดเคเบิลได้ไหม ก็ได้ครับ แต่คนจะใช้หรือเปล่า เหมือนกับทีวีปกติติดเคเบิล 2 ยี่ห้อนั่นล่ะครับ สุดท้ายคนก็เลือกดูยี่ห้อเดียวอยู่ดี
Add new comment