วรเจตน์วิพากษ์ กรณีคุณหญิงจารุวรรณ

อุปมาเหมือนพระ วัดๆ หนึ่งมีพระอยู่รูปเดียว ชาวบ้านแถวนั้นก็ต้องนิมนต์พระรูปนี้ไปทำพิธี หรือทำบุญตักบาตร แต่ต่อมาปรากฏประจักษ์ชัดว่าพระรูปนี้ต้องอาบัติปาราชิก ต้องขาดจากความเป็นพระ แต่พระบอกว่าถึงจะยังไงก็ตามถ้าไม่มีพระรับกิจนิมนต์ เดี๋ยวญาติโยมจะเสียหาย เพราะฉะนั้น อาตมาก็ขอรับกิจนิมนต์ต่อไปจนกว่าจะมีพระรูปใหม่มาประจำที่วัดนี้ ถามว่ามันจะได้หรือไม่ กรณีก็คล้ายกัน

ดร.วรเจตน์ ชำแหละปมปัญหาสตง. ใครกันแน่ตัวจริง "คุณหญิงจารุวรรณ-พิศิษฐ์ " ตลกเศร้าแห่งองค์กร !

Comments

ถ้าพระรูปนั้นไม่ได้รับปัจจัยจากกิจนิมนต์ก็คงเปรียบกันไม่ได้มั๊ง

ใส่บาตร กิจนิมนต์ ยังเป็นเรื่องของความสมัครใจ

แต่กรณีนี้เป็นเรื่องเงินภาษี และอำนาจ และอะไรอีกมากมาย

เมืองไทยตอนนี้ คนแก่ เป็นปัญหามากเป็นพิเศษ

ไม่คล้ายหรอก พระจะรับกิจนิมนต์ก็ต้องชาวบ้านมานิมนต์ก่อนถึงจะรับกิจได้ ถ้าปรากฎชัดว่าพระต้องอาบัติปาราชิก ชาวบ้านเขาก็ไม่มานิมนต์สิ ถ้าชาวบ้านยังมานิมนต์ก็แปลว่า

1)พระรูปนั้นไม่ต้องอาบัติปาราชิก

2)ชาวบ้านไม่รู้ แต่คนอื่นที่รู้

3)ชาวบ้านรู้แต่ยังนิมนต์ให้มาทำพิธี ก็ต้องถือเป็นนิกายหรือศาสนาใหม่

Add new comment