I'm getting old and I need something to rely on

ปีนี้ผมจะอายุ 22 ปี เพิ่งเรียนจบ เริ่มต้นทำงาน เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ใหญ่ที่เปลี่ยนมาจากวัยเด็ก ผูู้ชายไฟแรงพอที่จะทำงานตอบแทนคนรอบข้างที่เลี้ยงดูมาตลอด

แต่ผมกำลังรู้สึกว่าตัวเองแก่เกินไปแล้ว...

ผมคิดว่าสิ่งที่เราเรียกกันว่าความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมันเป็นนามธรรมไม่สามารถอธิบายได้ แท้จริงแล้วน่าจะเป็นปัญญาที่เพิ่มมากขึ้นตามการเวลา ความสุขุม ละเอียด รอบคอบ ที่ได้มาจากประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

แต่ตอนนี้ตัวผมเองกำลังไม่แน่ว่า "ความสุขุม" แท้จริงแล้วคือ "ความกลัว" หรือเปล่า?

หลังจากเราลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง เราย่อมได้พบกับทางที่ผิดหวัง แน่ล่ะไม่มีใครชอบความผิดหวัง ดังนั้นสถานการณ์แบบเดียวกันหรือคล้ายๆ กันคราวหน้า เราย่อมตัดสินใจเลือกทางที่มันน่าจะไม่ผิดหวังอีก ซึ่งก็ฟังดูดีตามคอมม่อนเซนส์ หรือทางจิตวิทยา

ยิ่งเติบโตขึ้น ภาระผูกพันยิ่งเยอะ ผ่อนรถผ่อนบ้าน มีลูกมีเมีย มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับในสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็น"บ่วง"ที่คล้องตัวเราไว้ แปะหน้าผากไว้ตลอดเวลาว่า "ถ้ามึงล้ม ของพวกนี้จะหายไป" เตือนใจไม่ให้พลาดอยู่เสมอ

มันทำให้เราตัดสินใจเลือก"เสี่ยง"น้อยลง

"เสี่ยงน้อยลง" ไม่ใช่ไม่ดี ชื่อเสียงเงินทองอาจของนอกกาย แต่ลูกเมียสุขสบายมันของจริง เป็นใครใครก็ทำ

แต่เราจะสังเกตว่าบุคคลที่ไม่ค่อยเสี่ยง ชีวิตจะอยู่รอดปลอดภัยเป็นคนธรรมดา ซึ่งผมไม่อยากเป็นอย่างนั้น ผมอยากจะเป็นคนที่ทำ"อะไรบางอย่าง" ที่มันเปลี่ยนแปลงสังคมได้

ชาวนาปลูกข้าวก็แก่ตายไปอย่างมีความสุข (รึเปล่า) โลกก็ลืมเขาไป แต่คณะปฏิวัติจบชีวิตลงได้สองแบบเท่านั้น คือ วีรบุรุษ กับกบฎ

ผมชื่นชมในคณะปฏิวัติเหล่านั้น ไม่ว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยเขาก็ได"กล้า" และ "พยายาม"ทำอะไรบางอย่าง ที่หลายๆ คนคิดได้แต่ได้แค่คิด เหตุการณ์ประวัติศาสตร์สอนผมว่า มันถูกจดจำก็เพราะมีคนที่ "Think Different" แบบนี้

ผมย้อนไปดูตัวเองในอดีต ไม่ต้องไกลเป็นสิบปี แค่อ่านบล็อกของตัวเองในปีที่แล้ว ในตอนนั้นรู้สึกว่าสดกว่านี้ หัวแข็งกว่านี้มาก มุ่งมั่น เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่ามันถูก (ถึงคนอื่นจะรับไม่ได้เลยก็ตาม) ผลลัพธ์ในกรณีนี้ก็คือเจ็บตัวไปเยอะ และหลังจากนั้นมา เมื่อคิดจะทำอะไรแรงๆ แบบนั้นอีก ก็จะมีเสียงกระซิบในใจอยู่เสมอว่า พร้อมจะเจ็บตัวอีกแล้วรึเปล่า? สุดท้ายมันจะกลายเป็นพฤติกรรมการนิ่งเฉย ต่อสิ่งรอบข้าง แนวว่าไม่ใช่เรื่องของกู สนใจทำไม ยุ่งไปเดี๋ยวก็โดนด่า

เติ้งเสี่ยวผิงอาจจะปกครองและพัฒนาเมืองจีนได้ดี แต่ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เขาสามารถจะทำแบบเหมาเจ๋อตุงได้มั้ย ถ้าต้องการ Innovation คนแบบเหมาเหมาะสมกว่า เผอิญว่าผมอยากเป็นคนแบบนั้น และผมกำลังรู้สึกตัวว่ากำลังเสียคุณสมบัติสำคัญเพื่อก้าวเข้าสู่จุดนั้นไป

ผมไป TLUG ผมอิจฉาอ.สุพัฒน์ที่คิดแตกต่าง แล้วกล้าที่จะบอกกับโลกว่าฉันคิดอย่างนี้ และยังยืนหยัดต่อความคิดของตัวเองโดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์ ผมอยากได้ความรู้สึกแบบนี้คืนมา

ถ้าอธิบายแบบหนังจีนก็ประมาณว่า ตอนนี้กระบวนท่าเยอะขึ้น แต่ฟันไม่แรงเหมือนเดิม ซึ่งสถานการณ์จริงถ้าคุณเจอยอดฝีมือ โอกาสฟันมีทีเดียว เลือกฟันแรงน่าจะรอดตายได้มากกว่า ถ้าอ่านเรื่องดาวตก ผีเสื้อ กระบี่ จะรู้ว่าเล่าแป๊ะไม่มีท่าเท่ๆ เลย แต่แค่ฟันแรงกว่า ฟันเร็วกว่า ฟันแม่นกว่า ก็เอาชนะได้ทุกผู้ทุกคน

หยุดเขียนซักระยะนะครับ ที่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว (เช่น Blognone หรือคอลัมน์) ยังเขียนเหมือนเดิม