Internet Penetration in Thailand - Why It's So Low?

เป็นคำถามที่ผมสงสัยมานานแล้ว และถ้ามีโอกาสทำวิจัยเรื่องนี้ คงไม่ปฏิเสธ

ก่อนอื่นลองดูตัวเลขชี้วัดด้านโทรคมนาคมของไทย (ตัวเลขจาก BuddeComm)

หมายเหตุ: ความแม่นยำของตัวเลขข้างต้น อาจต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง ถ้าลองเอาข้อมูลจาก Wikipedia มาเทียบ (ปี 2010) mobile 79.0%, internet 24.4%, fixed line 10.8% จะเห็นว่าต่างไปอยู่เยอะ (หรือแม้แต่ตัวเลข กทช./NECTEC ก็ตามที) แต่ผมเชื่อว่า "สัดส่วน" เทียบกันเองทั้งสามตัวแล้ว ก็ยังใช้ได้อยู่ในภาพรวม

คำถาม (เชิงวิจัย) ก็คือ ทำไมตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยจึงต่ำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับมือถือ

สมมติฐานที่คิดออกในตอนนี้

1) อินเทอร์เน็ตในอดีต (dial-up) และปัจจุบัน (DSL) ล้วนแต่พึ่งพิงสายโทรศัพท์ fixed line ซึ่งจะเห็นว่าอัตรา fixed line ในบ้านเราก็ต่ำเช่นกัน มันเลยกดให้ internet penetration ต่ำตามไปด้วย

สมมติฐานนี้ ส่งผลให้เกิดคำถามต่อเนื่องอีกว่า มันเป็นเรื่องของเทคโนโลยี, นโยบาย, หรือความสามารถในการแข่งขันกันแน่

  • ถ้าเป็นเรื่องเทคโนโลยี แปลว่าถ้าเราสามารถหาเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อที่ดีกว่า ถูกกว่า ฯลฯ ได้ (เช่น 3G, WiMAX) ตัวเลขมันจะเพิ่มขึ้นเอง ตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งคือญี่ปุ่น ซึ่งใช้การ access ผ่านมือถือกันมานานในยุค dial-up
  • ถ้าเป็นเรื่องนโยบาย แปลว่านโยบายในการวาง fixed line ของบ้านเรามีปัญหา อันนี้ต้องไปศึกษาเปรียบเทียบกับ fixed line ของประเทศอื่นๆ
  • ถ้าเป็นเรื่องความสามารถในการแข่งขัน อาจแปลได้ว่า fixed line provider ในไทย (เช่น TOT, TT&T, TRUE) นั้น "ห่วย" กว่า โดยเฉพาะถ้าเทียบกับ mobile operator อันนี้ตีหยาบๆ

แน่นอนว่ามันอาจตอบว่า "ถูกทุกข้อ" ก็ได้ หรืออาจมีตัวแปรอื่นๆ ที่ผมยังคิดไม่ออกในตอนนี้ก็ได้เช่นกัน

2) คนไทยอาจยังมองว่าอินเทอร์เน็ตเป็นของฟุ่มเฟือย ไม่ใช่สาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ

เป็น mindset ที่พบบ่อยไม่น้อย (โดยเฉพาะเวลาไปในวงเสวนาของเครือข่ายผู้บริโภค) ซึ่งอาจมีผลต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตในบ้านเราอยู่บ้างบางส่วน (ผมเชื่อว่าเกาหลีใต้มี mindset ที่ต่างไปจากนี้แน่นอน)

ประเด็นที่คิดต่อได้คือ mindset เหล่านี้อาจสะท้อนไปถึง policy ของภาครัฐด้วยหรือไม่ (ถ้ามองในกรอบของสายวิชา public policy ที่มองว่า policy มีผลสะเทือนต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ)

...

คิดไม่ออกแล้วเอาไว้แค่นี้ก่อน ใครหาทุนวิจัยได้ ผมยินดีทำนะครับงานนี้

Comments

อาจจะเป็นเพราะราคา ด้วยหรือเปล่าครับ ปัญหาอย่างนึงเวลาผมจะแนะนำใครให้ติดแบบ fixed line ก็คงจะเป็นที่ค่าใช้จ่ายต่อเดือนอย่างต่ำราวๆ 500 บาท แถมทั้งผู้ให้บริการต่างๆก็ได้รับแต่ feedback แย่ๆ และก็จะต้องถูกผูกพันระยะยาว ในขณะที่ผมมองว่ามือถือมัน on-demand มากกว่า สามารถปรับเปลี่ยน+ยกเลิกได้ง่าย

Add new comment