คนไม่เห็นผี

ผมไม่เคยเรียนจิตวิทยาเลย แต่คิดว่าบทความ คนไม่เห็นผี ของเกษียร เตชะพีระ เป็นการวิเคราะห์ความคิดคนโดยดูจากพฤติกรรมที่แสดงออกได้เข้าท่าดี

ยกคำพูดมาเป็นส่วนๆ

1

การทำความสะอาดใหญ่จึงอาจสะท้อนบอกด้วยว่าเมืองอย่างกรุงเทพฯไม่อยากจำอะไร หรือในทางกลับกันอยากให้อะไรจบลง ความข้อนี้อาจช่วยให้เข้าใจนัยสำคัญของสติ๊กเกอร์เล็ก ๆ ระบุข้อความว่า “I saw dead people! 19 MAY 10” ซึ่งผู้ใช้ชื่อว่า “กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง” นำไปติดแถวราชประสงค์เมื่อเร็ว ๆ นี้ สติ๊กเกอร์ใบเล็ก ๆ ที่ดูไร้พิษสงมีส่วนทำให้คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานกลุ่มฯ ถูกคุมตัวไว้ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้คงไม่ใช่เพียงเพราะสติ๊กเกอร์หรือแถบผ้าแดงที่คุณสมบัติกับพวกนำไป พันรอบป้ายราชประสงค์ทำให้สถานที่สาธารณะดูสกปรกรกรุงรังหลังทำความสะอาด เสร็จมาหมาด ๆ เท่านั้น แต่น่าเป็นไปได้ว่ากิจกรรมดังกล่าวได้ไปรื้อฟื้นรบกวนระบบความทรงจำที่เพิ่ง สถาปนาขึ้นใหม่ของกรุงเทพมหา-นคร – ว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรจำและควรลืมได้แล้ว อะไรบ้างที่ควรจบและไม่ควรเดินเรื่องต่อแล้ว – ด้วย 2

แน่นอนว่าสำหรับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นรอบสองเดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีการตั้งศาลสถิตดวงวิญญาณอย่างเรียบร้อยเหมาะสมใด ๆ ให้บรรดาผู้ที่จากไป และหากตัดสินจากแคมเปนของรัฐบาล ปฏิกิริยาขานรับของคนกรุงและเสียงสะท้อนตอบของสื่อทีวีวิทยุกระแสหลักในการ ช่วยกันร่วมแรงร่วมใจ [ฟื้นฟูตึกไหม้-เห็นใจเหยื่ออัคคีภัย-ชอปปิ้งช่วยชาติ] แล้ว ก็ราวกับว่าไม่เคยเกิดเหตุหรืออย่างน้อยก็ไม่รู้ไม่เห็นที่มีคนตายเรือนร้อย คนเจ็บเรือนพันซึ่งน่าจะสำคัญไม่น้อยกว่าปัญหาข้างต้นเหล่านั้นขึ้นเลยในกรุงเทพมหานคร

การที่คนกรุงไม่เห็นผีตอนนี้อาจตีความได้ว่าพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้วจากอดีต (ที่เคยเห็นเมื่อครั้งปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือ พ.ศ. ๒๕๓๕) และกลายเป็นคนพันธุ์ใหม่ที่เรายังต้องใช้เวลาค้นคว้าวิจัยทำความรู้จักอีก มาก หรือมิฉะนั้นก็อาจตีความได้อีกอย่างว่ามีอะไรบางอย่างบังตาพวกเขา จนมองไม่เห็นกันไปทั้งเมือง

3

เอาเข้าจริงระเบียบโลกทางการเมืองของคนไทยค่อนข้างเปราะบาง เราจะตระหนักความข้อนี้เมื่อสังเกตว่ายากมากที่โลกดังกล่าวจะยอมรับให้ความ เห็นต่าง/ความไม่เห็นด้วยมีที่ทางยืนอยู่ได้ ความเห็นต่าง-ความขัดแย้งมักถูกมองเป็นภาวะผิดปกติหรือพยาธิสภาพที่พึงบำบัด หรือขจัดให้หายไป เพื่อกลับสู่ความสมานฉันท์-เห็นพ้องต้องกัน-รู้รักสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวอัน เป็นภาวะปกติธรรมดาที่ชอบที่ควรของโลกคนไทย

หรือมิฉะนั้น จะด้วยเหตุอันใดก็ตาม ผิว่าไม่สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามเลิกเห็นต่างและขัดแย้ง-แล้วหันกลับมายอม เห็นด้วยและร่วมรักสามัคคีกับเราได้, ปฏิกิริยาโดยอัตโนมัติของคนไทยก็คือสงสัยมันผู้นั้นจะไม่ใช่คนดี,ไม่ใช่คนไทย, และอาจไม่ใช่แม้กระทั่งคน จำต้องใช้มาตรการเด็ดขาดทำสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะมันเสีย

แล้วพวกมันคนไหนยอมแพ้หรือโชคดีรอดชีวิต เราค่อยเข้าไปลูบหลัง…ปรองดอง…สมานฉันท์…ชวนมาร่วมปฏิรูปด้วยกันอีกทีหนึ่ง

Add new comment