Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
เมื่อวานไทยรัฐโทรมาขอสัมภาษณ์ วันนี้ลงพิมพ์ในฉบับออนไลน์แล้ว และเนื่องจากเว็บไทยรัฐเข้าดูได้แค่ 7 วันย้อนหลัง เลยก็อปมาแปะเก็บไว้ละกันครับ
หมายเหตุ: ไทยรัฐลงผิดหนึ่งจุด ตรงที่บอกว่าภาษา Java จริงๆ ต้องเป็น JavaScript
หมายเหตุ 2: บล็อกของลิ่วต้นฉบับ อยู่ที่ Slash-news
'บล็อกนัน' เว็บข่าวไอทีกับภารกิจต้นน้ำส่องความลับเว็บไซต์ข่าวไอทีชั้นนำระดับประเทศ แนวโน้มเว็บไซต์ข่าวและมาตรฐานใหม่ html5 วิวัฒนาการแวดวงไอที พร้อมสะท้อนเสียงคนทำเว็บที่ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคม...
ในยุคขยายตัวของเทคโนโลยีเช่นในปัจจุบัน ทำให้หลายอย่างหลายอย่างปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นดิจิตอลมากขึ้น รวมถึง 'เว็บไซต์ข่าว' และหากกล่าวถึงเว็บไซต์ข่าวเฉพาะทางอย่างข่าวไอที คงไม่มีใครไม่รู้จัก "บล็อกนัน" เว็บไซต์ข่าวไอทีอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่เริ่มต้นจากความชื่นชอบในเทคโนโลยี วันนี้ ทีมข่าวไอทีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักกับหนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์บล็อกนันดอทคอม (www.blognone.com) "นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์" กับภารกิจถ่ายทอดความรู้ผ่านเว็บไซต์ในฐานะคนข่าว...
IT Digest : เว็บไซต์บล็อกนันมีจุดเริ่มต้นจากอะไร
อิสริยะ : เกิดจากคน 2 คนที่มีความชอบส่วนตัวด้านไอที โดยอ่านเว็บข่าวไอทีต่างประเทศตั้งแต่สมัยเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรศาสตร์ ประมาณปี 2547 จึงร่วมกับเพื่อนสนิท ด้วยค่านิยมที่ว่าอยากได้ต้องทำเอง จึงสร้างเว็บไซต์ข่าวไอที โดยพัฒนาจากการเขียนบล็อกของคุณวสันต์ ลิ่วลมไพศาล เพื่อนสนิท ในยุคนั้นประเทศไทยยังไม่ค่อยมีเว็บข่าวไอที มีแต่นิตยสารไอทีที่ออกขายปักษ์รายเดือน ประกอบกับการพัฒนาเว็บไซต์ในช่วงนั้นยังไม่ค่อยดี จึงสร้างเว็บไซต์ข่าวไอทีเชิงเทคโนโลยีเน้นเจาะลึกเรื่องเทคนิคตามความสนใจ
จนถึงตอนนี้ เราก็ยังเป็นแกนหลักกันอยู่ 2 คน แต่อาศัยวิถีสังคมเข้าช่วย เราใช้โมเดลว่าใครชื่นชอบเรื่องไอทีก็สามารถสมัครสมาชิกและเขียนเรื่องต่างๆ ลงเว็บได้เลย คล้ายโมเดลของ Slashdot เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บล็อกนันมีสมาชิกที่ลงทะเบียนประมาณ 13,000 คน
IT Digest : วิวัฒนาการของเว็บไซต์ข่าวตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเป็นไปในทิศทางใด
อิสริยะ : ในอดีตการทำเว็บไซต์ถือเป็นเรื่องยาก ทั้งระบบซอฟต์แวร์ การจดโดเมน หรือการบริหารสมาชิก ยอมรับว่าเราก็ลองผิดลองถูกมาเยอะ ขณะนี้ มีเว็บไซต์เฉพาะทางเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นทั้งส่วนของผู้บริโภคและองค์กรIT Digest : พบวิวัฒนาการความสนใจด้านไอทีของคนไทยเป็นอย่างไร
อิสริยะ : ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ กลายเป็นมาตรฐานว่านักศึกษาจะต้องมีโน้ตบุ๊กสำหรับใช้งาน Wi-Fi ที่มหาวิทยาลัยได้ทันที แต่หากเปรียบเทียบวงกว้างกับผู้ใช้กลุ่มอื่นก็ยังถือว่าไม่แพร่หลายนัก ส่วนโทรศัพท์มือถือ เริ่มเป็นที่นิยมและแพร่หลายมาก โดยเฉพาะช่วงที่มือถือมีความสามารถมากขึ้น เรียกว่าทุกคนต้องมีกันคนละ 1 เครื่องเป็นอย่างน้อย ส่วนจะมีคุณสมบัติมากน้อยอย่างไรก็ถือเป็นอีกเรื่องIT Digest : มองความแตกต่างเชิงธุรกิจ ระหว่างเว็บไซต์ข่าวในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างไร
อิสริยะ : เว็บไซต์ข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างมีรูปแบบที่คล้ายกัน แบ่งได้ง่ายที่สุด คือ เว็บข่าวในเครือสื่อใหญ่และเว็บทั่วไป โดยเว็บในเครือสื่อขนาดใหญ่มักจะมีรูปแบบธุรกิจชัดเจน มีทีมขายโฆษณา จะเห็นได้ว่าขณะนี้นิตยสารทั่วไปก็จะมีหน้าข่าวไอที ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ต้องทำ เพราะไอทีเปลี่ยนบทบาทจากเรื่องเฉพาะกลุ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันในต่างประเทศมีบางเว็บไซต์ โดยเฉพาะสื่อขนาดใหญ่ที่เรียกเก็บเงินค่าสมาชิกกับผู้อ่าน แต่เว็บไซต์ทั่วไปทั้งขนาดเล็กและกลางยังคงเป็นการอ่านฟรี ส่วนในประเทศไทยนั้น เชื่อว่าแนวโน้มจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกคงเป็นไปได้ยาก เพราะสื่อรายใหญ่ยังคงเอาตัวไม่รอดจากปัญหาค่าโฆษณา ขณะที่สื่อรายเล็กส่วนใหญ่ก็ทำด้วยความชอบ
IT Digest : อะไรคือกลยุทธ์ที่เหมาะสมของเว็บไซต์ข่าวในการสร้างรายได้ยุคดิจิตอล
อิสริยะ : พูดตามตรงว่าเราเองก็ยังมองไม่ออก คาดว่าอยู่ที่วิธีคิดของแต่ละคน ด้วยรูปแบบเว็บไซต์ข่าวของประเทศไทยที่คนมีทัศนคติว่าเว็บไซต์ข่าวต้องฟรี จึงถือเป็นเรื่องยากและทำให้บิสสิเนสโมเดลขึ้นอยู่กับโฆษณาเป็นหลักIT Digest : มีความเห็นอย่างไรกับมาตรฐานเว็บไซต์แบบ html5
อิสริยะ : ความจริง html5 ออกมาเพื่อแข่งกับ Flash และแอพพลิเคชันบนไอโฟน ก่อนหน้านี้การสร้างเว็บไซต์จะใช้โปรแกรม Java หรือ html4 ซึ่งเป็นการเขียนโปรแกรมและออกแบบมาเพื่องานเอกสาร รองรับตัวอักษรรูปแบบต่างๆ เช่น ตัวหนา ตัวเอียง มีลิงก์ ใส่ภาพ จึงเกิดการพัฒนา html5 เพื่อนำเว็บมาเขียนโปรแกรมได้ แต่ขณะนี้ html5 ยังไม่เสร็จ ขึ้นอยู่กับ W3C ที่เป็นหน่วยงานกำกับและควบคุมมาตรฐานเว็บโดยส่วนตัวมองว่าการใช้งานเว็บไซต์ในรูปแบบเอกสารไม่จำเป็นต้องใช้ html5 หากต้องการแอพพลิเคชันและนำเสนอความทันสมัย หรือเพิ่มฟีเจอร์ให้แก่ html5 ก็สมควรใช้ ทั้งนี้ เชื่อว่า html5 จะกลายเป็นกระแสนิยมทั่วโลก เนื่องจากซอฟต์แวร์ในเข้าดูเว็บจะปรับเปลี่ยนไปตามกระแสโลก โดยผู้ใช้สามารถใช้ได้ทันทีเมื่อมีการเปิดตัวไม่ว่าจะอยู่ประเทศใด ส่วนการใช้งาน html5 ในขณะนี้ก็สามารถใช้งานได้แต่ยังไม่สมบูรณ์ เชื่อว่าเมื่อมีมาตรฐานกลางออกมา ผู้พัฒนาเว็บไซต์ก็จะปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามนั้น เชื่อว่า html5 จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำเว็บไซต์ภายใน 5 ปีข้างหน้า
IT Digest : ในฐานะคนทำเว็บไซต์ข่าว มองว่าอะไรเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ
อิสริยะ : ในส่วนของบล็อกนัน เราเคยตั้งเป้าไว้ 3 ข้อ 1.ความสำเร็จเชิงเนื้อหา คือ เป็นแหล่งข่าวที่ได้รับการยอมรับทัดเทียมหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้เราถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว 2.เป็นธุรกิจที่สามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเอง บล็อกนันเป็นเหมือนงานพาร์ทไทม์ของเราตั้งแต่เริ่มต้น กระทั่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น เราเองก็หวังให้บล็อกนันกลายเป็นงานฟูลไทม์ และ 3.ช่วยผลักดันแวดวงไอทีของประเทศไทย เมื่อครั้งเป็นนักศึกษา เราไม่รู้ว่าจะต้องศึกษาเรื่องใดเพื่อใช้ในการทำงาน จึงต้องการให้มีพื้นที่สำหรับนักศึกษาและคนทำงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ถือเป็นการชี้ทางให้นักเรียนนักศึกษาได้มีความรู้นอกห้องเรียน และช่วยเหลือเว็บหน้าใหม่หรือเว็บเฉพาะทาง เบื้องต้นเราใช้วิธีลิงก์ไปยังหัวข้อข่าวเหล่านั้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อกระตุ้นยอดผู้่อ้านให้เว็บไซต์เหล่านั้น รวมถึง กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาในแวดวงไอที โดยภารกิจดังกล่าวถือเป็นภารกิจที่ไม่มีวันสำเร็จIT Digest : ขณะนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีการผลักดันด้านไอทีอย่างไรบ้าง
อิสริยะ : จากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับภาครัฐ มองว่ายังมีปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างรัฐและเอกชน ด้วยรูปแบบการดำเนินงานและระบบของภาครัฐ จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนได้ ขณะที่ภาคเอชนก็อยู่ในฐานะผู้ซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาให้บริการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าประเทศไทยยังสามารถพัฒนาได้อีกมากIT Digest : อยากอะไรฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์
อิสริยะ : ปัจจุบันประเทศไทยยังอยู่ในฐานะผู้บริโภคเทคโนโลยี ทำอย่างไรให้เราเปลี่ยนเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี ทั้งที่เรามีศักยภาพและช่องทางที่สามารถทำได้ ยกตัวอย่างเช่นการหารายได้จากแอพพลิเคชันบนแอพสโตร์ อยู่ที่ไหนก็สามารถผลิตและขายได้
Comments
Li2CO3
22 July, 2010 - 21:31
Permalink
ชอบคำตอบสุดท้ายของคุณมาร์คครั
ชอบคำตอบสุดท้ายของคุณมาร์คครับ ควรส่งเสริมและสนับสนุนจริงๆ
Add new comment