Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
เขียนไม่จบเสียที มันช่างยาวนาน
เอาเป็นว่าวันเดียวกับที่
มองไปข้างหน้าเห็น Table Mountain เด่นเป็นสง่า ความขลังของ Cape Town มันอยู่ตรงนี้
มาเจอวันฟ้าสวยพอดี ถ่ายอะไรก็ดูดี
รูปนี้ดูยากไปนิด แต่กล้องมันถ่ายได้แค่นี้ เจ้าของเรือกำลังให้อาหารนก ต้องเพ่งกันหน่อย
ยังไม่ทันขึ้นจากเรือ ระหว่างรอคิวอยู่ก็เห็นแมวน้ำดำผุดดำว่าย เยอะจริงๆ
เดินขึ้นมาจากเรือ มีประตูเล็กๆ ให้แมวน้ำขึ้นจากทะเลมาเดินเล่น คนถ่ายรูปเพียบ
นอนแผ่ไม่เกรงใจใครอยู่หนึ่งตัว
จากซ้าย - เรือที่ขึ้นไปเกาะร็อบเบน, อาคาร Nelson Mandela's Gateway สำหรับขึ้นเรือ, หอนาฬิกาสีแดง, อาคารสีเหลืองๆ นั่นจะมาตอนเย็น
เพื่อนปินส์ของผมแยกย้ายไปช็อปปิ้งต่อ เราเลยเดินเล่นมาอีกทาง
สถานที่ท่องเที่ยวระดับนานาชาติที่ดี ย่อมต้องมีป้ายชื่อเมือง ไม่มีกรุงเทพแน่
ละแวกแถว Waterfront ไปยังโรงแรมที่พัก มีตลาดขายงานฝีมือ Craft Market เดินผ่านทุกวัน แต่มันปิดแล้วทุกครั้ง เพิ่งได้มาตอนกลางวันเป็นครั้งแรก
ข้างในส่วนมากเป็นภาพวาดและงานไม้แกะสลัก เผอิญไม่มีเป้าหมายจะซื้ออะไรกลับมาเป็นพิเศษ แถมต้องแบกตำรากลับมาอีกปึกเบ้อเริ่ม เลยดูอย่างเดียว
ร้านนี้ค่อยดูเป็นแอฟริกาหน่อย แต่อย่างว่า แอฟริกาในความคาดหวังของเรา กับแอฟริกาจริงๆ มันอาจไม่เหมือนกันก็ได้
เนื่องจากวันนี้เดินทั้งวัน ทั้งบนฝั่งและบนเกาะ เลยกลับไปนอนสลบที่โรงแรมหนึ่งตื่น ก่อนจะออกมาหาของกินตอนกลางคืน
เข้าเรื่อง
เท่าที่เตรียมตัวหาข้อมูลมายัง Cape Town ครั้งนี้ ไกด์บุ๊กทุกเล่ม เว็บทุกเว็บ จะพูดถึงร้าน Emily's ว่าเป็นร้านที่ต้องมาลิ้มลองให้จงได้ แต่พิจารณาจากระดับราคาของร้านแล้ว การจะชวนคนอื่นที่ไม่สนิทกันมากิน คงไม่สะดวกใจกันทั้งสองฝ่าย
ไหนเลยวันนี้อยู่คนเดียว ไม่ต้องเกรงใจใคร แถมจะกลับเมืองไทยในวันพรุ่ง เงินสดพอมีเหลือเพราะแลกมาแล้วไม่ค่อยได้ใช้ ต้องไปลองซะแล้ว
Emily's มีสองสาขาครับ ถ้าเลื่อนขึ้นไปดูภาพหอนาฬิกาสีแดงข้างบน ข้างหอนาฬิกาจะมีร้านอาคารร่มแดงอยู่ อันนั้นก็คือ Emily's แต่จะขายเฉพาะ snack หรืออาหารเบาๆ และเปิดเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น
ผมเดินไปอีกครั้งตอนกลางคืนพบว่ามันปิด! เลยได้รู้ความจริงว่าตัวร้านจริงๆ ที่ขายอาหารเต็มรูปแบบ อยู่บนอาคารสีเหลืองๆ ที่อยู่ข้างหลังหอนาฬิกาในภาพ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก ตัวร้านอยู่ชั้นบนสุด ต้องเดินขึ้นบันไดไปเท่านั้น
ห้างในตอนค่ำดูเงียบๆ แต่ไม่ต้องกังวล ถ้าใครจะตามไปก็จำหน้าร้านเอาไว้
ร้านตกแต่งสวยหวาน มองเห็นห้าง V&A Waterfront อยู่ลิบๆ ผมเป็นลูกค้าคนแรกของร้านเลยนะเนี่ย
บรรยากาศของร้าน หลังจากนั่งได้แป๊บนึงก็มีมาอีกโต๊ะ วันนั้นมี 3-4 โต๊ะได้ คนไม่เยอะเท่าไร
การมาร้านอาหารค่ำแบบเต็มรูปแบบ เราจะต้องสั่งเครืองดื่มด้วย อันนี้เป็นมารยาทที่เพื่อนผมสอนมาอีกที การสั่งน้ำเปล่า (tap water) เพียงอย่างเดียว ถือเป็นการเสียมารยาทพอสมควร เพราะรายได้ส่วนหนึ่งของร้านมาจากค่าเครื่องดื่ม
ผมจะกินไวน์ก็ไม่สันทัดนัก เลยสั่งเบียร์มาลองดีกว่า สอบถามพนักงานเสิร์ฟแล้วเค้าบอกว่า Castle เนี่ยเบียร์ท้องถิ่น เลยบอกว่า "จัดมา"
ในภาพจะเห็นผมสั่งน้ำเปล่ามาด้วย ถ้าสั่งดริงค์อย่างอื่นอยู่แล้ว ไม่เสียมารยาทอะไรครับ
คนท้องถิ่นนิยม Castle กันมาก ได้ข่าวว่าเบียร์อย่างเป็นทางการของ FIFA อย่าง Budweiser แทบไม่มีตัวตนในบอลโลกครานี้ รสชาติก็บรรยายไม่ถูก แต่สรุปว่าใช้ได้ละกัน
ไม่รู้เพราะเป็นลูกค้าคนแรกหรือเปล่า แต่พนักงานนำสิ่งนี้มาเสิร์ฟแล้วบอกว่านี่คือ "Cheif's Compliment" ของแถมจากเชฟ
มันคือชีสผักรวม ในชีสมีผักหลายอย่าง แล้วโปะหน้ามาด้วยผักอีกที ตกแต่งสวยงาม
ด้วยความสัตย์จริงคือผมกินชีสไม่เป็นอย่างสิ้นเชิง ก็ได้แต่กินมั่วๆ ไปครับ แต่จานนี้อร่อยนะ กินช้าๆ พยายามหัดดมชีสไปด้วย ค้นพบเคล็ดลับว่ากินชีสเหมือนกินไวน์ (เค้าถึงกินคู่กัน) คือตักใส่ปากแล้วอย่าเพิ่งกลืน อมไว้ให้กลิ่นขึ้นจมูกแล้วซึมซับความรื่นรมย์ก่อน
อันนี้เป็นเครื่องเคียงของอาหารจานหลัก ขนมปังกินเล่นก่อนจานหลัก ขนมปังเฉยๆ เพราะมันนิ่ม แต่เนยมีมาให้ 3 แบบ ตรงกลางเป็นเนยปกติ ด้านซ้ายคือเนยเครื่องเทศ อันนี้เฉยๆ ส่วนอันขวาเนยอะไรก็ไม่รู้ อร่อยโคตรๆ
จานหลักมาแล้วครับ ที่ผมสั่งเป็น "นก" (quail) ขอโทษที่จำชื่อเต็มไม่ได้เพราะมันนานแล้ว แต่สั่งเพราะคิดว่ามันแปลกดี ผลที่ได้คือจัดจานสวยจนไม่กล้ากินอะ ใครตามไปกินมันมีเมนู quail อยู่อันเดียว เดาไม่ยาก
ที่เห็นในด้านซ้ายมือของภาพ มันคือเนื้อนกพันด้วยเบคอน ข้างในยัดไส้มันบดและอินทผลัม (date) เสิร์ฟพร้อมผักหลายชนิด และด้านขวาของภาพที่เห็นสีน้ำตาลเหมือนปาท่องโก๋ มันคือ "แอปเปิลทอด"
ซูมเข้ามาให้ดูอีกนิด ที่เห็นแกนกลางของเนื้อนกไม่ใช่กระดูก (ตอนแรกผมคิดว่ากระดูก) แต่มันคืออินทผลัม ส่วนแอปเปิลหั่นเป็นแว่นแบบโดนัท แล้วไปชุบแป้งทอด
อร่อยไหม? อร่อยมากครับ คือเนื้อนกจะแน่นๆ จิ้มกับซอสที่ราดมา แล้วกินกับแอปเปิลที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ช่วยตัดเลี่ยนได้ ผมได้ประสบการณ์ว่าการกินดินเนอร์ลักษณะนี้ต้องเน้นการดมและมองด้วย มันคืองานศิลปะ กินเอาอิ่มอย่างเดียวไม่ได้ เรามาดื่มด่ำกับความสามารถของเชฟ
เห็นจานแค่นี้แต่กว่าจะกินหมดก็เหนื่อยเหมือนกัน
มื้อนี้หมดไป 165 Rand โดยแบ่งเป็นค่าจานหลัก 150 Rand (640 บาท) กับเบียร์อีก 15 Rand (64 บาท) กินภัตตาคารที่แอฟริกาต้องทิป โดยบวกตัวเลขให้ในช่อง gratuity แล้วค่อยจ่ายรวมทีเดียว
ไม่แน่ใจว่าต้องทิปเท่าไร แต่โดยส่วนตัวผมจะให้ 10% โดยประมาณแล้วปัดให้เลขมันกลมๆ สวยๆ
สรุปว่ามื้อนี้ประทับใจ แพงหน่อยแต่เข้าถึงรสชาติของร้านดังใน Cape Town
ขากลับเดินผ่าน Nobel Square รูปปั้นของสี่ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลของแอฟริกาใต้ ถ้าจำไม่ผิดเป็น Nobel Peace Prize ทั้งหมด
การไปเยือนเกาะร็อบเบน ทำให้ผมซาบซึ้งกับแมนเดลามาก ก่อนกินข้าวเลยแวะไปซื้อเล่มนี้มาจากร้านหนังสือใน V&A Waterfront คือ "A Long Walk to Freedom" ที่แมนเดลาแอบเขียนครึ่งแรกอยู่ในคุก เล่มนี้เป็นเวอร์ชัน illustrated คือมีภาพประกอบเรื่องด้วย จะได้อ่านตามแล้วรู้เรื่อง
ตอนถัดไปจะเข้าสู่วันสุดท้ายในแอฟริกาใต้แล้วครับ
Comments
ดาวในน้ำ
11 July, 2010 - 17:20
Permalink
ตัวที่นอนอยู่น่ารักง่ะ
ตัวที่นอนอยู่น่ารักง่ะ
polaromonas
11 July, 2010 - 17:33
Permalink
อ่านเพลินดีครับ
อ่านเพลินดีครับ อาหารน่ากินมาก :)
เหมียว
11 July, 2010 - 21:39
Permalink
ชีสก็น่ากิน เนยใบไม้ก็น่ากิน
ชีสก็น่ากิน เนยใบไม้ก็น่ากิน แอปเปิ้ลก็น่ากิน นกยัดไส้ก็น่ากิน แมวน้ำก็น่ากิน :D~
Add new comment