เพื่อให้เข้ากับกระแส "ปฏิรูปประเทศไทย" เลยตั้งใจว่าจะเขียนบล็อกเสนอไอเดียการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงต่างๆ ให้ได้วันละ 1 ไอเดีย 1 บล็อก ใช้ชื่อโครงการว่า Transform Thailand "แปลงร่างประเทศไทย" จะได้ไม่ซ้ำกับค่ายอื่นๆ
ไอเดียและเนื้อหาไม่สงวนลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร ใครจะพิมพ์ไปให้หมอประเวศอ่านก็ขอบคุณเป็นอย่างสูง
วันแรกผมขอเสนอไอเดียในการกระจายอำนาจง่ายๆ โดยให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงทุกจังหวัด
ถึงแม้กรอบวิธีคิดแบบ conservative จะมองว่านี่เป็นการโยกอำนาจจากข้าราชการ (ที่ดูซื่อสัตย์) ไปให้นักการเมืองท้องถิ่น (ที่ดูมาเฟีย) แต่ในอีกมุม มันเป็นการเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นมีโอกาสเลือกตัวแทนของตัวเอง เข้าไปจัดสรรทรัพยากรในพื้นที่ที่อาศัยอยู่
ผลประโยชน์โดยอ้อมคือ ผู้ว่าฯ แบบเลือกตั้งจะกลายเป็น "พ่อเมือง" ดูแลคนในพื้นที่เป็นอย่างดี เพราะมีผลต่อคะแนนเสียง ซึ่งหน้าที่ "พ่อเมือง" ในปัจจุบันเป็นของ ส.ส. แบบกลายๆ (เพราะไม่มีตำแหน่งอื่น) ถ้ามีผู้ว่าเลือกตั้งตรง ส.ส. จะได้กลับไปทำหน้าที่ร่างกฎหมายที่สมควรทำได้มากขึ้น ข้ออ้างว่าต้องลงพื้นที่ของ ส.ส. แล้วโดดประชุมสภาจะได้เบาลง
ปัญหาที่สำคัญของไอเดียนี้คือ ข้าราชการเกือบอาวุโสที่รอคิวอยู่ในมหาดไทยจะไม่ยอม เพราะรอมาทั้งชีวิตจะได้เป็นผู้ว่า มายกเลิกอย่างงี้ได้ไง อันนี้แก้ยาก ไอเดียเบื้องต้นคือ เริ่มเลือกตั้งผู้ว่าในจังหวัดขนาดใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ก่อน ถ้าเวิร์คแล้วคนจะเรียกร้องเอง ถ้าถึงระดับนั้นมหาดไทยก็ต้านยากเถอะ
เอาแบบจัดการภาษีรายได้เองด้วย
ลำบากกะอีตรงพวก ข้าราชการเก่า ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแหละ พวกเสือนอนกินทั้งหลายมันคงไม่ยอม
ไม่ต้องใช้ความสามารถไรมาก เข้ากับเจ้านายเก่งๆ ทำงานเอาหน้า อดทนรอเลื่อนขั้น แค่นั้นเอง
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ จริง ๆคนก็คิดกันมานานแล้วน่ะแหละ แต่ก็ติดประเด็น
เจ้าของอำนาจเดิม และผู้ได้รับผลประโยชน์ ไม่อยากเสียอำนาจและผลประโยชน์ไป นั่นแหละครับ
ประเด็นก็คือจะผลักดันอย่างไรให้มันเกิดขึ้นได้
ตั้งกลุ่มเฟซบุ๊ค "ชนชั้นกลางยี่สิบล้านคนต้องการเลือกผู้ว่าฯ" ไง
ถ้าประชาธิปไตยจ๋า ก็ต้องสามารถเลือกได้ทุกระดับ
คนชอบพูดว่า พวก นายก อบต. ,เทศมนตรี เ็ป็นมาเฟีย
ที่บ้านผม (จ.สุรินทร์) ไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้น
ทุกๆ เดือนสองเดือนก็จะมีประชาคมหมู่บ้าน
อบต.ก็จะมาเล่านั่นเล่านี่ ทำไมถนนตรงนั้นได้ทำก่อน
แล้วตรงนี้เมื่อไหร่จะได้
อาจจะมีแบ่งฝักแบ่งฝ่ายบ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องดูแล
ฝ่ายของเขาพอสมควร ไม่ใช่ไม่เห็นหัวใครเลย
(สมัยพวกไม่มีฝ่ายนีี่กินรวบเลย)
ตอบคุณวิทยาครับ ผมคิดว่าเรื่องมาเฟีย เป็นวาทกรรม ที่ฝ่าย conservative ของไทย (ซึ่งเป็นกลุ่มราชการ+นักวิชาการ) พยายามสร้างขึ้นเพื่อความชอบธรรมในการปกครองของฝ่ายตนน่ะครับ
ซึ่งแท้จริงแล้วมันไม่จริงนัก แต่เมืองไทยก็ต้องสู้กันด้วยวาทกรรมแบบนี้ล่ะ
มันฟังดู common มากจนผู้รู้สึกเหมือนว่า ที่จริงมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วซะอีก
ปล. ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะกด Captcha ของคุณผ่านในทีเดียว
มะระ ต้องไปด่า mollom อะ
ขอนแก่นเคยเสนอเป็นจังหวัดนำร่องเรื่องนี้ไปแล้วนะ แต่การเมืองมันวุ่น ๆ เปลี่ยนรัฐบาลเป็นว่าเล่น เรื่องเลยเงียบไป
พูดถึงเทศมนตรีมาเฟีย ผมว่าสำหรับพื้นที่ผม (เทศบาลนครขอนแก่น) มันเป็นความจริงพอสมควรครับ บุคลิกของนายกเทศมนตรีจะเป็นคนเผด็จการ ผมเคยเข้าไปสังเกตการณ์การประชุมสภาเมือง ก็พบว่าเป็นคนไม่ฟังข้อคิดเห็นอะไรเลย แค่จัดประชุมเพื่อเป็นพิธีการแค่นั้น เวลาประกาศอะไรก็ใช้เสียงดัง โชว์พาวเวอร์แข็งกร้าว ฉะทุกความเห็นที่ไม่ลงรอย ที่สำคัญคือมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะเป็นเจ้าของห้างใหญ่ เวลาที่อนุมัติอะไรผ่านมักจะพบว่าธุรกิจของแกมีเอี่ยวด้วยเสมอ ถ้าไม่มีเอี่ยวก็จะโดนดองไว้นาน ๆ
ไหนจะมี สท. บางคนทำกิจการเปิดบาร์กลางคืน เลิกเกินเวลา ใช้เสียงดังรบกวนชาวบ้านอย่างไม่เกรงอกเกรงใจอีก
เป็นมาเฟียจริง ๆ ครับ เพราะไม่มีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ แล้วเสียงในสภาก็เป็นของแกทั้งนั้น
แต่เวลาเลือกตั้งทีไร ทีมแกก็ได้เข้าไปทุกที เพราะมันไม่มีตัวเลือกอื่นให้เลือก หรือถึงมี ก็ไม่มีโอกาสได้รู้นโยบาย เพราะไม่ค่อยมีช่องทางให้ติดตาม เห็นทีมแกออกหาเสียงอยู่ทีมเดียว จะให้มีรายการทีวีเกาะติดแบบเลือกผู้ว่า กทม. ก็ไม่มี
ผมว่าการมีสื่อมวลชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งเป็นเรื่องสำคัญถ้าจะทำเรื่องกระจายอำนาจ ทุกวันนี้สื่อรวมศูนย์เกินไป รายงานแค่เรื่องส่วนกลาง อย่างที่เคยพูดไปบ่อย ๆ เลือกผู้ว่า กทม. ใครจะไปอยากรู้ แต่เลือกตั้ง สท. นี่สิ ไปรู้ชื่อผู้สมัครกันหน้าคูหาเลย ถ้าไม่มีสื่อท้องถิ่น ชาวบ้านก็ไม่สามารถติดตามการทำงานหรือนโยบายใด ๆ ของท้องถิ่นได้
เห็นด้วยกับเรื่องนี้มากเลยครับ น่าจะเลือกตั้งทุกจังหวัด
และเห็นด้วยกับคุณ thep เช่นกันครับ ผมเองก็อยู่ขอนแก่น
ผมเคยเห็นการประชุมสภาบาง อบต. ยอมรับว่าเป็นอย่างที่คุณเทพ พูดมาจริงๆ
แต่ผมก็มีข้อสังเกตดังนี้นะครับ
1. ที่คุณเห็นในที่ประชุมสภานั้นเป็นแค่เวลาสั้นๆ ทำให้ดูเหมือนเผด็จการ แต่ผมเชื่อว่า นายก อบต. ที่จะทำอย่างนี้ได้ เบื้องหลังเขาต้องสั่งสมบารมี จัดสรรแบ่งผลประโยชน์ในหมู่ผู้สนับสนุนให้ลงตัว ถ้วนทั่วให้ได้ ผลประโยชน์ก็คงจะกระจายกันพอสมควร ไม่ใช่ีกระจุกที่ตัวคนใดคนหนึ่ง (แต่เป็นกลุ่้มแทน ฮา ฮา)
ถ้ามาแบบไม่ใช่เลือกตั้งเนี่ย แทบไม่ต้องแบ่งใครนะ (เคยได้ยินมาว่าบางตำแหน่งส่งขึ้นข้างบน)
2. ถ้าชาวบ้านยังเลือก สท.ที่ชอบให้อำนาจ ใ้ช้เสียงดังรบกวนชาวบ้าน มันก็เรื่องของชาวบ้านครับ เลือกเองก็รับผิดชอบพฤติกรรมของตัวแทนพวกเขาเอง แต่ผมคิดว่าคนมันเรียนรู้กันได้
สมมุิติว่าคนทำเรื่องเบบนี้เป็นคนสนิทของข้าราชการประจำ แบบนี้มันยากกว่านะ
ผมยังอยากทดลองครับ ขอเวลาสักสิบปีปะไร