Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
เจอจาก Facebook ของ "เพื่อนของเพื่อน" คนหนึ่ง ขอเอามาลงแบบไม่แสดง identity เป็นกรณีพิเศษ (ถ้าแสดง identity แล้ว อาจทำให้ผู้อ่านมี bias ต่อเนื้อความได้)
คนกรุงเทพหลายคน มีความคิดแปลกๆที่ว่า "ถ้าเหลือแต่กรุงเทพแล้วประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เจริญ" คนเหล่านั้นไม่ชอบเห็นภาพที่ดินแตก ระแหง หรือ เห็นภาพถนนลูกรัง พวกเขาอยากจะเห็นเพียงสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น เช่น รถไฟฟ้า ห้าง โรงแรมหรูๆ ขณะเดียวคนเหล่านั้นก็ดูดกินทรัพยากรของภูมิภาคด้วยความมูมมามสกปรก ถ้าพวกเขาโหวตได้ ในตรรกะแคบๆของพวกเขา พวกเขาจะ "สถาปนาประเทศกรุงเทพ" แน่นอน
คอมเมนต์ของผู้เขียน
เราอยู่ในฝูงคนกรุงเทพพวกนั้น ตลอดมา และ มันน่ากลัวมากที่ต้องทนอยู่กับ คนฝูงนี้ อีก จนกว่าจะตาย
คอมเมนต์ของคนอื่นๆ (คัดมาบางส่วน)
เขาไม่เข้าใจว่า ทรัยากรที่นำมาพัฒนากรุงเทพนั้น มันเดินทางมายังไง ความเชื่อมโยงระบบทั้งระบบมันเป็น ยังไง จึงพ่นความคิดที่ดูเหมือนไร้สติ ปัญญานั้นออกมา
คอมเมนต์ของคนอื่นๆ (คัดมาบางส่วน)
กรุงเทพ ทำตัวเป็นเหมือนสโลแกนกำแพงตึกร้างในภูมิภาคนี้มานานแล้ว "กรุงเทพฯ พ่อทุกสถาบัน" เขมร พม่า ลาว เวียดนาม เหยียดชาติพันธุ์ เหยียดภาษา เหยียดวัฒนธรรม เหยียดแม้แต่ผู้นำประเทศ ประสาอะไรกับคนในชาติเดียวกัน ซึ่งผสมปนเปกับชาติพันธุ์ต่างๆ อันหลากหลายในภูมิภาคนี้มานานแสนนาน ...กรุงเทวดา เมืองฟ้าอมร ! ใครบ้างคือคนกรุงเทพ จริงๆ ?
คอมเมนต์ของคนอื่นๆ (คัดมาบางส่วน)
กว่า 40 % ที่อาศัยอยุ่ในกรุงเทพ เป็นคนต่างจังหวัด ที่กรุงเทพ เจริญได้ก็เพราะหยาดเหงื่อแรง งานจากคน ต่างจังหวัด ทรัยยากรต่างๆ ก็มาจากต่างจังหวัด ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเกื้อหนุน ซึ่งกันและกัน แต่คนกรุงเทพกลับแปลก ไม่อยากให้ต่างจังหวัดมีความเจริญเหมือนอย่างกรุงเทพบ้าง
Comments
สาวก
12 June, 2010 - 15:25
Permalink
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของกิจ
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของกิจกรรมสร้างความแตกแยกของพวกแดงอกหัก
พวกนี้ปัญญาพอมี แต่ไม่ใช้ในการสร้างสรรค์ แต่ชอบใช้ในการสร้างความแตกแยก
คนอย่างมึงนี่แหละที่ทำให้มวลชนแดงต้องพ่ายแพ้ทั้งๆ ที่น่าจะชนะ สงสารแต่พี่น้องที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย ที่มาด้วยปัญหาอย่างแท้จริง แต่ถูกพวกแกนนำและคนอย่างมึงหลอกเอาๆ หลอกแล้วหลอกเล่า ก็ต้องเรียกว่าโง่นั่นแหละ โง่ซ้ำซาก ซวยน้อยก็แค่ผิดหวังกลับบ้าน ซวยมากก็โดนจับหรือโดนลูกหลงตายห่าไปก็เยอะ ขณะที่แกนนำปลอดภัยสุขสบายและพวกปลุกปั่นก็ไม่แปดเปือนแม้แต่ฝุ่งผงใดๆ ทั้งสิ้น
ก็หวังว่าครั้งนี่คงจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง
และเมื่อแดงแท้ตาสว่างขึ้นมาเมื่อไหร่ ระวังตัวให้ดี แดงปลุกปั่นอย่างมึง (มึงนั่นแหละ mk) ระวังจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่
Iterator
12 June, 2010 - 16:20
Permalink
ผมขอมายืนยันว่าความคิดที่คุณ
ผมขอมายืนยันว่าความคิดที่คุณ ยกขึ้นมา มีอยู่จริง และแพร่หลายมากเสียด้วย
ผมเคยคุยกับเพื่อนผมหลายคน มีความคิดดังที่ว่า
ถ้าแยกกรุงเทพเป็นประเทศจะเป็นประเทศที่เจริญ ต่างจังหวัดคือตัวถ่วงของประเทศไทย
หลังจากที่ผมได้สนทนาแลกเปลี่ยนกับเขาด้วยเหตุผลข้อมูล ด้วยทัศนติสังคมประชาธิปไตย
ที่ไม่ได้โกรธเกลียดคนคิดต่าง สุดท้ายเขาก็เปลี่ยนความคิดไปแล้ว (ใช้เวลานานมาก)
สิ่งที่สำคัญคือ วัฒนธรรมสังคมประชาธิปไตยครับ ความคิดเห็นต่างกันไม่ใช่ที่มาของการเกลียดชัง
ทุกคนล้วนมีความคิดเห็นได้ ทุกคนอย่ามั่นใจความคิดของตัวเองจนเกินไป ต้องหัดแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น
และใช้ ข้อมูล เหตุผลเพื่อทดสอบความเชื่อของตนเอง ไม่ใช่การปกป้องหน้าตาหรือความฉลาดความโง่
คุณควรดีใจถ้าคุณพบว่าสิ่งที่คุณเชื่ออาจไม่ตรงความเป็นจริง
ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้คือ ความจริงเป็นปัญหาของคนหลายคนที่มีผลประโยชน์อยู่เขาเลยต้องพยายาม
ปิดกั้นข้อมูล และปลูกฝังวัฒนธรรม คิดต่างคือศัตรู และการห้ามแสดงความเห็นที่ไม่ถูกใจตนเอง
จงพยายามใช้ความอดทนครับ แยกเหยื่อ ออกจาก ผู้ออกแบบระบอบ ตัวผู้ออกแบบระบอบเขาเข้าใจทุกอย่าง
ไม่ได้ไม่เข้าใจแต่เขาออกแบบ มาให้เป็นแบบนั้น ตั้งใจทำให้เป็นแบบนั้น เพื่อประโยชน์ตัวเอง
การอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สังคมประชาธิปไตยต้องการ หาใช่การใช้ความเกลียดชัง พูดข่มขู่ คุกคามสาปแช่ง นั่นคือตัวอย่างของสังคมเผด็จการ
Iterator
12 June, 2010 - 16:38
Permalink
อ้อ ผมจะมาช่วยขออธิบายว่า
อ้อ ผมจะมาช่วยขออธิบายว่า ทำไมแนวคิด
ถ้าแยกกรุงเทพเป็นประเทศจะเป็นประเทศที่เจริญ ต่างจังหวัดคือตัวถ่วงของประเทศไทย
ผมจึงไม่เห็นด้วย เดี๋ยวจะหาว่าไม่สร้างสรรค์
การที่กรุงเทพ มีความเจริญทางเศรษฐกิจสูงนั้นมีที่มีดังนี้
-> เป็นศูนย์กลางการปกครอง อำนาจมารวมศูนย์ไว้ที่นี่
-> ธุรกิจห้างร้าน ขนาดใหญ่ไม่ว่าของไทยและของต่างชาติ ต่างต้องมาตั้งสาขาใหญ่ที่นี่ เพราะจำเป็นต้องติดต่อ
กับทางราชการ (ทั้ง ๆ ที่กิจกรรมการผลิตจริง ๆ อาจอยู่ที่ นิคมในชลบุรี สมุทรปราการ ระยอง แต่สุดท้าย การบันทึกผลกำไรและจ่ายภาษี จะมาขึ้นที่ สำนักงานใหญ่ คนที่คิดง่าย ๆ ว่า productivity เกิดที่กรุงเทพทั้งหมดคงไม่ใช่)
-> กิจกรรมการผลิต ของไทยจำนวนมาก มาจากการลงทุนของต่างชาติ ที่เขามองเห็นประเทศไทยน่าลงทุนในแง่ แรงงานราคาถูก ซึ่งมีมากมายในต่างจังหวัด สังคมที่สงบ คนไม่รุนแรง (คนต่างจังหวัด) ทำเลที่ดี ( ก็อยู่ ต่างจังหวัด ท่าเรือน้ำลึกต่าง ๆ และที่ตั้งที่ดี)
-> ศูนย์กลางการศึกษา มากระจุกที่นี่
กรุงเทพเป็นการซ้อนทับกันของเมืองหลวง และจังหวัดปกติ ถ้าเอาอำนาจการปกครองไว้ที่อื่น ที่อื่นก็ต้องเจริญ
เพราะทุกอย่างที่มีศักยภาพต้องตามไป
อำนาจที่ใช้ตัดสินทรัพยากรนอกกรุงเทพเองทำให้กรุงเทพเจริญ ไม่ใช่อำนาจในการตัดสินทรัพยากรในกรุงเทพเองที่ทำให้กรุงเทพเจริญ
ถ้าตัดกรุงเทพไปวันนี้กรุงเทพจะเป็นอย่างไร อย่างแรก บริษัทก็จะย้ายออกไปเพราะไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในที่แห่งนี้ ไม่มีโรงงานที่ระยอง สมุทรปราการ ชลบุรี ไม่มีการท่องเทียวในภูเก็ต แรงงานก็อพยพออกตาม
กรุงเทพไม่ใช่สิงคโปร์ ที่หาเงินจาก trading หรือ service sector ที่มีประสิทธิภาพรองรับ นานาชาติ
แต่เป็นการใช้การเป็นประตู ไปสู่ส่วนอื่น ๆ ของประเทศเท่านั้นเอง ฝรั่งที่มาเที่ยวในธุรกิจกลางคืน ก็จะไม่มา
เขาจะไปที่อื่นแทน คนมาดูวัดคงเหลือบ้างแต่ไม่เท่าไหร่
mk
12 June, 2010 - 17:36
Permalink
โห โพสต์ยังไม่ทันขาดคำ มี
โห โพสต์ยังไม่ทันขาดคำ มี "คนเสียประโยชน์" มาโพสต์ด่าทันที แสดงว่าเรื่องนี้แทงใจดำคนกลุ่มนึงจริงๆ
mk
12 June, 2010 - 17:37
Permalink
หมายเหตุ: ความเห็นข้างต้น
หมายเหตุ: ความเห็นข้างต้น ได้รับการอนุญาตให้เผยแพร่โดยผู้เขียนแล้วครับ
gudgee
13 June, 2010 - 11:13
Permalink
แบ่งไปเลยก็ไม่เลว
แบ่งไปเลยก็ไม่เลว เบื่อพวกหน้าด้านเต็มทน
สาวก2
13 June, 2010 - 16:04
Permalink
คุณสาวกครับ
คุณสาวกครับ สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุลนะครับ ไม่เห็นด้วยกับ mk ไม่แปลกหลอกครับ แต่เอาภาษาคนหน่อยครับ อ่านแล้วจิตตก
mama aiko
13 June, 2010 - 17:14
Permalink
ที่มันแตกแยกก็เพราะคนอย่าง #1
ที่มันแตกแยกก็เพราะคนอย่าง #1 นี่แหละ ถ้ามีปัญญามากอย่างที่ทะนงว่าตนมี ทำไมไม่แสดงออกมาให้เห็นอย่างสร้างสรรค์บ้างคะ
เข้ามามั่ว
13 June, 2010 - 18:53
Permalink
มันผิดตั้งแต่ความคิดว่า
มันผิดตั้งแต่ความคิดว่า "จะแยก" แล้ว
มันแยกได้ที่ไหนล่ะ
เอาเวลาคิดจะแยก ไปคิดว่า "จะอยู่" ร่วมกันยังไง ดีกว่า
ส่วน คห. 1
ผมว่า คุณไปห่วง "แดงอกหัก" ที่อยู่ในต่างจังหวัดนับล้านๆ คนจะดีกว่า (ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่)
ไม่ต้องห่วง "แดงอกหัก" ในเมืองหลวงแค่ไม่กี่พันกี่หมื่นคนหรอก
Wittaya
15 June, 2010 - 17:42
Permalink
จะเกี่ยวก้ันไหมเนี่ย สมัยโน้น
จะเกี่ยวก้ันไหมเนี่ย
สมัยโน้นเรียนอยู่ต่างจังหวัด ในห้องต้นๆ ซึ่งถือเป็นหัวกะที เป็นความหวังของโรงเรียน
สอบอะไรพรรคพวกในห้องเราก็ติดตลอด
ครูก็เอาใจ ไว้ผมยาวก็ไม่ค่อยว่า แต่งกายผิดระเบียบก็ไม่ค่อยโดนว่า
ครูที่สอนเราก็เอาครูที่ขยันๆ มาสอน เหมือนกับได้รับการเอ็นดู"เป็นพิเศษ"
ยอมรับว่าเหลิงครับ คิดว่าพวกเราที่แหล่ะคือหัวใจ เป็นส่วนสำคัญของโรงเรียน
ไอ้พวกห้องหลังๆ มันไม่รู้จักตั้งใจเรียน ขยันเรียนเหมือนพวกเรา
ดูซิ พวกมันเอาแต่เตะบอล จีบสาว เถลไถล ไร้สาระ ฯลฯ
อารมณ์ประมาณนั้นแหล่ะ
พอเวลาผ่านไปนานก็ได้เห็นว่าไม่มีใครดีกว่าใครหรอกครับ
ต่างก็สุขทุกข์ตามประสา
แต่ก็เสียดายที่เคยนึกดูถูกเพื่อนๆ ด้วยกันเองแบบนั้น
watee
15 June, 2010 - 18:53
Permalink
้เรียน คห.1 ถ้าเลือกได้
้เรียน คห.1
ถ้าเลือกได้ ถ้าผมไปอยู่ี่ที่อื่นได้ ผมก็ไม่อยากอยู่ในแผ่นดินที่มีคนความคิดเห็นแบบพวกคุณอยู่ หรอกครับ
แต่มันเลือกไม่ได้ นี่นาถ้ามีโหวต ให้แยกผมจะยินดีอย่างยิ่งที่ไม่มีกทม.อยู่ในประเทศผม
ปล.ผมทำงานกทม.ครับ
Add new comment