คำ ผกา @Siam

ความเดิม คำ ผกา

จาก บทสนทนาของใครต่อใครที่บ้านของกะทิ (3) (เป็นตอนต่อของ บทสนทนาของ ดาวพระศุกร์ และ ทัดดาวบุษยา ตอนที่ 1 'รู้นะ ...คิดอะไรอยู่!') ลงพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ เล่ม 1556

"แล้วยังโรงหนัง ร้านอาหารแถวสยามฯ อีก มันคืออดีต คือความทรงจำที่งดงามของทัดกับเพื่อนๆ เป็นที่เราไปเรียนกวดวิชา ไปดูหนัง ไปเดินเล่น ฟังเพลง กินข้าว เค้าจะรู้ไหมว่า เค้าได้ทำลายครึ่งหนึ่งของชีวิตพวกเราลงไปในกองเพลิง นี่ยังไม่พูดถึงตัวสถาปัตยกรรม คนไร้การศึกษาพวกนั้นคงไม่มีวันเห็นคุณค่างานสถาปัตยกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน สังคม และบ่งบอกถึงอารยธรรมของกรุงเทพฯ เค้าไม่มีวันรู้หรอกว่าตึกนั้นไม่ใช่แค่อิฐ หิน ดิน ทราย แต่มันคือจังหวะชีวิตของคนกรุงเทพฯ คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของพวกเรา" ดาวพระศุกร์ยังคงพูดเสียงเครือ

คำ ผกา นี่เยี่ยมยอดจริงๆ แต่ผมไม่ใช่คนกรุงเทพ ไม่รู้สึกแบบดาวพระศุกร์เลยสักนิด กรั่กๆ

Comments

คนที่ครึ่งชีวิตอยู่กับอิฐพวกนั้นนี่ ไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชดีนะ

ทำไม่ผมอ่านแล้วรู้สึกไปเองว่าคุณ mk "สะใจ" ที่มันโดนเผา ไปได้นะ?

ด้วยความเคารพ

โถ แม่ดาวพระศุกร์ -"-

แต่อู๋เสียดายนะบอกตรง ๆ ถึงจะไม่ได้เป็นคนที่ขนาดว่า "ครึ่งชีวิตอยู่กับอิฐพวกนั้น" ก็เถอะ
(คงไม่น่าสงสารหรือน่าสมเพชขนาดนั้นใช่มั้ยนะ ฮ่าๆ )

เราน่าจะพยายามเข้าใจกันมากกว่าจะมาบอกว่าชั้นคนกรุงเทพ เธอคนต่างจังหวัดเทือกนั้น
ชั้นยังมีแฟนเป็นคนต่างจังหวัดเระ แล้วมันจะทำไมฟระ - -"

ผมไม่ได้สะใจที่โดนเผาครับ แต่สะใจที่คำ ผกา เขียนถึงคนกลุ่มนี้ได้โดนใจผมเสียเหลือเกิน ผมคิดว่า "วิธีคิดของคนกลุ่มนี้" เป็นปัญหาของประเทศครับ เพราะเขาคิดว่า "ครึ่งชีวิตของเขา" คือศูนย์กลางของจักรวาล มันเลยเกิดเป็นปัญหาอย่างที่เห็นจนโดนเผานี่แหละ

ประเทศไทย ไม่ใช่แค่กรุงเทพ

ผมเห็นด้วยกับคุณ mk หลายอย่างนะ แต่คำว่า "คนกรุงเทพ" นี่ผมโดนร่างแหไปด้วยตลอด

ดันเกิดเป็นคนกรุง ใช้ชีวิตวัยเรียนอยู่แถวสยาม น่าสมเพช :P

ผมติดตามบทความชุดนี้ บอกตรงๆ ตอนแรกๆ ผมก็งงๆ ว่า เธอเขียนอะไรของเธอ อ่านไม่เข้าใจ ?
หลังจากอ่านสองสามครั้ง เริ่มเข้าใจวิธีของเธอครับ ว่าเป็นการ"กัด" ความคิดของคนกรุงครับ
และมันต้องดีความเอาเองนะครับว่ากัดแบบไหน

อย่างย่อหน้าที่ยกมาเนี่ย ดาวพระศุกร์กับทัดดาว เสียดายโรงหนังสยาม ซะเหลือเกิน คิดว่าเป็นฝึมือพวกไร้การศึกษา ไม่เป็นคุณค่าสถาปัุตยกรรม ฯลฯ

ก็ไม่แปลกอะไรอีกนั่นแหล่ะครับ ที่ใครจะคิดแบบนั้น

แต่ปัญหาคือ พวกเธอยังไม่ไปไกลถึงประเด็นที่ว่า

ทำไมพวกนั้นต้องเข้ามา ? ทำไมต้องมีการเผา ?
แล้วแล้วต่อๆ ไปจะมาเผาอีกไหม ? แล้วจะป้องกันได้อย่างไร ?

ความคิดประเภท "เผาแล้วก็สร้างใหม่" ,"ขอความสุขคืน" ,"รักกันไว้เถิด"
มันแก้ํปัญหาไม่ได้ครับ ( จริงๆ ก็พิสูจน์มาระยะหนึ่งแล้วว่าแก้ปัญหาไม่ได้ ปราบแล้วก็มาอีก ยิ่งปราบยิ่งมา)

Add new comment