My Thought on iPhone 4

เมื่อวานเป็นวันที่เกือบทุกคนที่ผมเจอ ถามผมด้วยคำถามเดียวกันว่า "iPhone 4 เป็นยังไงบ้าง"

คำตอบแบบสรุปๆ ของผมก็คือ "ดีแต่ยังไม่น่าตื่นเต้น"

ทำไมรึ? เป็นเพราะประโยคนี้ของจ็อบส์ ที่ดักคอไว้ล่วงหน้าครับ

"You won't be disappointed"

Source: ข่าวใน Blognone, ต้นเรื่องที่ MacRumors

จากที่ควรจะตื่นเต้นเล็กน้อย เลยกลายเป็นผิดหวังนิดๆ แทน (หรือว่ามันคือจ็อบส์ตัวปลอมมาออกข่าวลวงวะเนี่ย) คนที่คิดตรงกับผมที่สุด (แถมอยู่ใน Moscone West ด้วย) คงไม่มีใครเกิน Jason Kincaid อ่านเรื่องของเขาได้ที่ An Android User’s Take On Yesterday’s iPhone News ใน TechCrunch เขียนได้ดี ผมชอบมาก

ประเด็นด้านฮาร์ดแวร์ แอปเปิลทำได้เยี่ยมแบบไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าเทียบกับ Galaxy S ที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ (เครื่องขอยืมนะ) มันก็ไม่ต่างกันมากนัก กล้องหน้ามี กล้องหลังดี จอเทพ แบตโอเค แต่ build quality ของซัมซุงยังไม่ค่อยดีนัก สรุปแล้วให้คะแนนเป็นรองแอปเปิลอยู่หนึ่งขั้น และพิจารณาแล้ว ค่าย Android น่าจะแซงกลับได้ไม่ยาก (ถ้าแอปเปิลยังใช้ 1 year cycle แบบนี้อยู่) ผมเขียนไว้ใน Blognone แล้วว่าจุดชี้ขาดอยู่ที่แบตเตอรี่ ซึ่งน่าจะหาคนแซงแอปเปิลได้ยาก

แต่จุดที่น่าผิดหวังคือซอฟต์แวร์ ถ้าไม่นับเรื่องชื่อ iOS สุดเห่ยแล้ว ตอนนี้ในระดับระบบปฏิบัติการ ต้องยอมรับกันตามตรงว่า iOS ตกเป็นรอง Android แล้ว เพิ่งจะมี multi-tasking (แบบปลอมๆ ด้วยข้ออ้างเรื่องแบต), ยังขาดระบบ notification และ widget, เพิ่งเปลี่ยน wallpaper ได้ (อันนี้ฮา) ฯลฯ ส่วนฝั่ง Android จากเดิมที่มีปัญหาเรื่องหน้าตาของระบบมันยังดูเห่ยๆ อยู่ พอมีบริษัทคอนซูเมอร์ลงมาทำเอง (อย่างซัมซุง) มันก็หน้าตาสวยขึ้นเยอะ แถมใน Froyo ยังมีฟีเจอร์เจ๋งๆ อย่าง Cloud to Device ที่ผมมองว่ามันคือ game changer ในอนาคต แอปเปิลคงซุ่มทำอะไรอยู่แต่กูเกิลเดินหน้าไปไกลแล้ว

ไปที่ online service เป็นจุดที่กูเกิลกินขาดแบบไม่ต้องอธิบาย ส่วนที่แอปเปิลยังเป็นต่ออยู่คือ iTunes Store และ iBookstore เท่านั้น (ซึ่งฝั่งกูเกิลมี Google Music และ Google Editions จ่อคิวรออยู่) และผมยังไม่เห็นโอกาสที่ MobileMe จะพลิกกลับมานำเกมได้เลย

แอพพลิเคชันกลับเป็นสิ่งที่แอปเปิลทำได้ดีกว่า และคนมักมองข้ามไป ผมคิดว่าโปรแกรมอย่าง iMovie และ iWork (ซึ่งจะตามมาบน iPhone แน่นอน) เป็นสิ่งที่กูเกิลสู้ได้ยาก และเป็น game changer อย่างแท้จริง (ลืม FaceTime ไปได้เลยเพราะมันเป็นของไว้ใช้โฆษณาเท่านั้น) นอกจากนี้แอปเปิลยังมี third party ecosystem ที่ใหญ่มาก (โดยเฉพาะเกม) ที่ผมยังไม่เห็นวี่แววว่ากูเกิลจะสู้ได้เช่นกัน

โดยรวมๆ แล้วให้แอปเปิลนำอยู่หนึ่งช่วงตัวครับ แต่ด้วยอัตราเร่งของ Android ขนาดนี้ ท่านศาสดาแซงมานำหน้าได้แค่นี้ ผมว่า disappointed ไปหน่อยนะ

หมายเหตุ: To be fair มือถือภายใต้ paradigm แบบโปรแกรม-ไอคอน มันก็คงไปไกลกว่านี้มากไม่ได้แล้ว จะโทษว่าศาสดาห่วยก็คงจะไม่ถูกนัก ทางออกที่ถูกต้องอาจเป็น paradigm ใหม่ของ mobile computing ซึ่งเป็นสิ่งที่ไมโครซอฟท์ทำอยู่ใน Windows Phone 7 มันอาจจะดีกว่าในระยะยาวก็ได้ ใครจะไปรู้

Comments

หรือสรุปความว่าท่านคิดว่า "ดีไม่กี่เท่า" ทั้งที่คาดหวังว่าน่าจะ "ดีหลายเท่า" สินะ (ฮาาา)

"ผู้ชนะคือผู้คิดเกมใหม่" ครับ

เห็น Facetime แล้ว นึกถึงบรรดางานเปิดตัวสินค้า ที่เอาหน้า Celeb หลายคนโชว์ผ่านระบบนี้ คุยกันไป กิ๊วก๊าวขึ้นมาเลย

แต่ผมชอบ Facetime ตรงกล้องหลังนะ กล้องหน้านี่มันมีมาชาติกว่าแล้ว ก็แปลกดีที่ไอ้กล้องหลังนี่ไม่มีใครคิด

ส่วนตัวก็อาจจะซื้อ iPhone 4 ก็ได้ เพราะซื้อ App จาก AppStore มามากมายเหลือเกิน ส่วน Android ผมปลุกปั้นให้ @joyz เป็น Android iDol แทนและ อิอิ

@arjin ศาสดาเป็นคนใบ้เองว่า "จะดีหลายเท่า" ครับ มันเป็นการเซ็ต expectation

@ripmilla ผมว่า FaceTime มันใช้โปรโมทได้ดีเยี่ยมนะ แต่ในความเป็นจริง จะมีสักกี่คนที่มี iPhone 4 ใช้คุยกันเอง อย่างน้อยก็ใน 2-3 ปีนี้

ผมเห็นด้วยนะครับว่า มันดีแต่ยังไม่น่าตื่นเต้น
และเห็นด้วยเกือบทุกอย่างที่คุณ mk ว่ามาเลยล่ะ

แต่ผมมีความเห็นต่างอยู่ตรงจุดหนึ่งครับ ตรงเรื่องของ Multitasking
ผมว่า Apple เขามองในมุมของ User เป็นหลักนะครับ
อยากให้ผู้ใช้งานระบบของเขานั้นใช้งานได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับระบบมากนัก
อย่างที่ผมเคยจับ ๆ Windows Mobile, Symbian มา
การที่เปิดโปรแกรมไปเรื่อย ๆ เยอะ ๆ ทำให้เครื่องอืด ๆ แล้วต้องมานั่ง End task นี่มันน่ารำคาญอยู่พอควร
ทาง Apple ก็ค่อนข้างจะไม่ชอบประสบการณ์ตรงนี้ เลยเลือกแนวทางนี้ขึ้นมาครับ
ต่อไปผมว่าน่าจะลงตัวทั้งทางฝั่ง Dev และ User มากกว่านี้ครับ

ตอบคุณเอ

ผมคิดว่าเราสามารถสร้างระบบที่มี full multi-tasking และไม่มีปัญหาเรื่องอืดหรือกินแบต ได้พร้อมๆ กัน โดยไม่ต้องเสียอย่างใดอย่างหนึ่งไปครับ

มีเพื่อนผม บางคน พูดว่า iPhone 4 เปลี่ยน wallpaper เหมือนกับเป็นสิ่งอัศจรรย์ คิดค้นข้นมาใหม่ :P ฟังแล้วฮาดีครับ

Add new comment