Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ผมรู้สึกว่าควรจะเขียนเรื่องทัวร์แอฟริกาใต้ให้จบก่อนฟุตบอลโลก 2010 จะเริ่มต้น
วันที่สี่ของคอร์สอบรม หลังจากชาวคณะไปขึ้น Table Mountain และเดินห้าง Canal Walk มาด้วยกัน ก็เริ่มจะสนิทกันมากขึ้น ฝ่ายเจ้าภาพคือนักเรียน ป. เอก และนักวิจัยของ Graduate School of Business, University of Cape Town เลยอาสาจะพาพวกเราไปหาประสบการณ์แปลกใหม่
ประสบการณ์ที่ว่านั่นคือ ทาวน์ชิป (township) หรือสลัมของชาวแอฟริกาใต้นั่นเอง จริงๆ จะเรียก township ว่าเป็นสลัมก็ไม่ถูกเท่าไรครับ มันเป็นกึ่งๆ สลัม กึ่งๆ คอมมูน มากกว่า ถ้านึกไม่ออกลองจินตนาการตามหนังเรื่อง District 9 มันอารมณ์นั้นเลย (แต่ไม่โทรมขนาดนั้นและไม่มีมนุษย์ต่างดาวแหวะๆ)
ตามประวัติศาสตร์ ในสมัยที่แอฟริกาใต้ยังแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรงอยู่นั้น ชาวผิวขาวได้อพยพคนผิวสีอื่นๆ ไปอยู่นอกตัวเมือง มีพื้นที่ให้จำนวนหนึ่ง แถมล้อมรั้วอีกชั้นไม่ให้ออกมา ชาวผิวสีที่แร้นแค้นอยู่แล้วก็ไม่มีทางเลือก ต้องสร้างบ้านด้วยเศษไม้และเศษวัสดุ กลายเป็นบ้านหลังเล็กๆ ชั้นเดียว อยู่กันเป็นบล็อคๆ เหมือนหมู่บ้านจัดสรรบ้านเรา
township มีอยู่เกือบทุกแห่ง โดยจะอยู่เขตรอบๆ เมืองครับ ถ้าเป็นของ Cape Town นั่งรถจากสนามบินเข้าเมืองรับรองได้เห็นแน่นอน ตอนนี้มันทันสมัยขึ้นมาก มีไฟฟ้าโทรศัพท์เข้าบ้านแล้ว แต่คนที่อยู่มานานเค้ายังชอบสภาพแบบนั้น และยังไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบบ้านแต่อย่างใด
ก่อนไปและระหว่างนั่งรถไป township ทุกคนก็หวั่นๆ กันเล็กน้อย ผมแอบหวั่นกว่าใครเพราะดันเคยดู District 9 มาด้วย โซนที่เจ้าบ้านพาไปมีชื่อว่า Gugulethu ข้อมูลจาก Wikipedia บอกว่าอยู่ห่างจากเมือง Cape Town ไป 15 กม.
พอรถจอดถึงที่หมาย ก็พบว่า มันไม่ได้แย่อย่างที่คิด
อย่างไรก็ตาม ทริปขบวนนี้แบ่งกันเป็นรถสองคัน และไอ้คนจัดดันไปอยู่รถอีกคัน (ที่ยังมาไม่ถึง) ชาวคณะเลยต้องยืนรออยู่ริมถนนหนาวๆ (วันนั้นอากาศหนาวพอตัว) แถวนั้นดันมีขอทานเดินมาขอเงิน เลยยิ่งเสียวเข้าไปใหญ่ ยืนเกาะกลุ่มกันชิดมากขึ้น
แต่ทว่า... ทันใดนั้น ก็มีรถ BMW Series 3 คันหนึ่งมาจอดเทียบท่าหน้าฟุตบาทที่พวกเรายืนอยู่ มีคนดำแต่งชุดแร็ป ใส่แว่นดำเดินลงมา แล้วเดินเข้าเต๊นท์ของร้านที่อยู่แถวนั้นไปแบบสบายอารมณ์
พวกเราก็หายลกสิครับ แถมถกกันมันส์เลยว่า ทำไมสลัมแถวนี้มันมี BMW ด้วยวะเนี่ย !!!
คำตอบอยู่ตรงนี้ครับ ร้านอาหารเพิงๆ แบบร้านขายส้มตำบ้านเราที่ไปยืนกันอยู่นั้น เป็นร้านขายเนื้อย่างชื่อดังชื่อว่า Mzoli's Meat
ดังแค่ไหน? ระดับแค่มี entry ของตัวเองใน Wikipedia ก็แล้วกัน
เท่าที่ผมประเมินดู พอบอกได้ว่าร้าน Mzoli's นี่เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของคนดำในแถบนี้ ร้านจะขายแต่เนื้อย่างเท่านั้น แล้วมีเต๊นท์ขนาดใหญ่พอสมควรอยู่หลังร้านให้นั่งกิน (โต๊ะเก้าอี้พลาสติก แอบสกปรกเล็กน้อย) ส่วนคนกินจะมากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ และนำเบียร์กันมาเอง แล้วมานั่งสังสรรค์กินเบียร์เคล้าเนื้อย่างกันอย่างสบายใจ
ชาวท้องถิ่นกินเบียร์อะไรกัน ผมแอบเล็งโต๊ะข้างๆ เห็นดาวแดงครับ ฮ่าๆ
ส่วนทีมเราก็มีสปอนเซอร์จัดหาเครื่องดื่มมาให้เสร็จสรรพ เบียร์หลายอย่างกินปนๆ กันไป
แม้ว่าจะเป็นร้านดังแต่บรรยากาศยังมั่วโคตรๆ อันนี้หลังร้านเห็นฟืนเผาเนื้อกองพะเนิน
แอบเดินเข้าไปห้องเก็บของหลังครัว ของกองเต็ม
อาหารรอกันนานมาก นานจนเพื่อนร่วมทีมต้องเดินไปเร่งในครัวแล้วหยิบออกมาเอง กินอะไรก็อย่างที่เห็นล่ะครับ กะละมังนี้กินกัน 20 คนได้ ข้างบนเป็นไส้กรอกเนื้อ อร่อยมาก ส่วนข้างล่างที่เห็นกระดูก อันนี้คือ lamb chop หรือซี่โครงแกะนั่นเอง อร่อยเช่นกัน กินกันใช้มือล้วนๆ เลยนะนั่น
คุณปู่เสื้อแดงทางซ้ายที่นั่งกินเบียร์เฮฮาอยู่นั้น แกเป็นป๋าของอาจารย์สายโทรคมนาคมในยุโรป (บินมาจากเดนมาร์ค) พอผมไปคุยกับแก แกบอกว่าเพิ่งมาบรรยายให้ กทช. ไทยฟังไปเมื่อปีที่แล้ว
โซ้ยกันกะละมังเดียวนี่ล่ะครับ
ในทริปมีคนกินเนื้อไม่ได้ (คนไทยนั่นเอง ประเทศอื่นไม่ค่อยมีกันนะ) เค้าเลยสั่งไก่มาให้กินแทน
กินกันจนมืด เพิงที่เรานั่งหน้าตาแบบนี้
ที่จอดรถเยอะเช่นกัน รถหรูพอประมาณ ไม่ถึงขนาดมี Porche มานั่งกิน แต่รถซีดานยุโรปก็มีให้เห็นเป็นมาตรฐาน
โต๊ะใหญ่มาก ยิ่งดึก ยิ่งเมา งานสังสรรค์สามทวีป เอเชีย ยุโรป แอฟริกา ประเทศละคนสองคน (ไทยน่าจะเยอะสุด 4 คน)
กินกันจนร้านหุบเต๊นท์ไล่ แถมรอรถมารับกันอีกนาน มีกลุ่มที่ฟิตจัดไปเที่ยวกลางคืนกันต่อ แต่ผมหมดแรงแล้วขอบายดีกว่า...
จบแล้ว ประสบการณ์ครั้งหนึ่งใน township
Comments
Iterator
3 June, 2010 - 20:39
Permalink
เห็นพูดถึงรถหรู กับคนผิวดำ
เห็นพูดถึงรถหรู กับคนผิวดำ มันสะท้อนอะไรบางอย่างได้นะครับ
ลองดูคลิปนี้ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=e5jJSjpztmA
หลังจากระบอบเดิมเลิกไป
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมและทัศนคติ ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้
แน่นอนคนที่มีศักยภาพมาก ก็สามารถเก็บเกี่ยวโอกาสไปได้ก่อน
แต่ยังไงคนผิวดำส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในระดับยากจนกว่าค่าเฉลี่ย แต่ก็น่าจะดีกว่าระบอบเดิม
เหมียว
3 June, 2010 - 21:14
Permalink
ไส้กรอกน่ากิน เกรียมได้ใจ
ไส้กรอกน่ากิน เกรียมได้ใจ
Erawat
4 June, 2010 - 21:54
Permalink
เป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ
เป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ ยากนักที่นักท่องเที่ยวแบกเป้ จะได้ไปเหยียบแบบนั้น
Add new comment