Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
คำถามที่ผมเจอบ่อยมากคือ "SIU ทำอะไร" คำตอบแบบสั้นๆ SIU เป็น think tank ด้านเศรษฐกิจ การเมือง และนโยบายสาธารณะ (ถ้ายังไม่รู้จักว่า think tank คืออะไร รบกวนอ่านในลิงก์วิกิพีเดียข้างต้น)
ในฐานะ think tank ด้านการเมือง SIU ประเมินสถานการณ์แล้วคาดการณ์ผลลัพธ์ได้ว่า "มันมาแน่" และเคยนำเสนอกระบวนการประสานความขัดแย้งในงานเสวนา ก้าวข้ามความขัดแย้งสังคมไทย ไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2553 ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิฟรีดริช เนามัน ได้รับเสียงตอบรับจากสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง (ประชาชาติธุรกิจเอาไปลงเต็มหน้า)
เครื่องมือประสานความขัดแย้งที่ SIU นำเสนอคือ scenario planning ซึ่งสรุปแบบสั้นๆ ได้ว่า "ไม่คุยเรื่องปัจจุบันที่ขัดแย้งกัน แต่คุยเรื่องอนาคตของประเทศที่เห็นพ้องกัน" กระบวนการนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วในแอฟริกาใต้ (อ่าน ประสบการณ์สร้างความสมานฉันท์ของประเทศแอฟริกาใต้ในโครงการ Mont Fleur Scenario)
ในงานสัมมนาวันนั้น ผมรับหน้าที่เป็นผู้นำเสนอเรื่อง Mont Fleur Scenario (เคยแปะ สไลด์ และ วิดีโอ ไว้ในบล็อกก่อนๆ) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสนใจประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศแอฟริกาใต้เรื่อยมา
เมื่อได้รับโอกาสไปอบรมที่ประเทศแอฟริกาใต้ในช่วงสงกรานต์ ผมจึงไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการสัมผัสร่องรอยของความขัดแย้งด้วยตัวเอง (แถมมีคนจ่ายเงินให้) ผมเดินทางไปแอฟริกาใต้แบบไม่พร้อมมากนัก (จัดของวันเดินทาง และออกเดินทางในคืนวันที่ 10 เมษายน) แต่เมื่อไปถึงแอฟริกาใต้ ผมก็ตระหนักอย่างรวดเร็วว่า "โคตรเหมือนเมืองไทยเลยว่ะ"
ที่ชายหาด Camps Bay อันสวยงามของเคปทาวน์ หาดทรายขาว และน้ำทะเลจากมหาสมุทรแอตแลนติก ริมหาดเป็นวิลล่าและคาเฟ่สไตล์เมดิเตอเรเนียน เต็มไปด้วยฝรั่งนอนตากแดด ที่นี่ ผมเจอผู้หญิงฝรั่งจูงหมาแบบปารีส ฮิลตัน มานั่งชมวิวกินข้าว แล้วจู่ๆ มีเพื่อนของเธอขับ BMW มาจอดเทียบหน้าร้าน เปิดกระจกตะโกนทักทาย
แต่ที่ชายหาดอันเดียวกันนี้ คนดำที่ผมเจอ มีแต่คนโบกรถ เด็กเสิร์ฟ คนกวาดขยะ และคนขายหนังสือพิมพ์ตามไฟแดง ที่ม้านั่งชายหาดไม่มีคนดำนอนตากแดดอยู่แม้แต่น้อย มันคืออาณาจักรของคนขาวอย่างสมบูรณ์ (เว้นเสียแต่ว่ามีเอเชียหน้าตางงๆ เดินไปเดินมาอยู่หนึ่งคน)
ซีนแบบเดียวกันนี้ เห็นได้คุ้นตาในเมืองไทย แค่เปลี่ยนชาติพันธุ์ของตัวละครเท่านั้น
แต่ถ้าจะให้เทียบกันจริงๆ แอฟริกาใต้แย่กว่าเรามาก คนดำเคยถูกจำกัดถิ่นที่อยู่ในสลัม (ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเรียก "township") ถ้าใครคิดไม่ออกเอา District 9 มาดู เพียงแต่มันไม่แย่ขนาดในหนังนะ
ความเลวร้ายขั้นสูงสุดคงไม่มีอะไรเกินกว่า เกาะร็อบเบน ที่คุมขังนักโทษทางการเมืองผิวดำ บนเกาะนี้ นักโทษมีแต่ผิวดำ และผู้คุมมีแต่ผิวขาว บนเกาะนี้ ผมได้เห็น "ห้องขังเดี่ยว" ของ Robert Subukwe ผู้นำผิวดำคนหนึ่ง ที่ถูกกักบริเวณให้อยู่คนเดียวนานหลายปีจนประสบปัญหาในการพูด บนเกาะนี้ ผมได้เห็นห้องขังที่เล็กกว่าห้องน้ำที่บ้าน ซึ่งแมนเดลาใช้เป็นที่นอนติดต่อกัน 18 ปี
หลังกลับมาจากเกาะ สิ่งแรกที่ผมทำทันทีคือซื้อหนังสือ Long Walk to Freedom อัตชีวประวัติของแมนเดลา ผมต้องการรู้ว่าเพราะเหตุใด ประเทศที่มันเลวร้าย แตกแยก เกลียดชัง มากถึงขนาดนั้น ซัดกันมานาน 40-50 ปี มันถึงกลับมาจับมือกันได้ (แถมตอนนี้เจริญรุ่งเรืองจนจัดฟุตบอลโลกได้ด้วยนะ)
อาการตอนนั้นของผม เหมือนกับนักเรียนที่ได้รับโจทย์ข้อสอบ แต่ตอบไม่ได้ ขอลอกคำตอบรุ่นพี่ที่สอบผ่านสักหน่อยละกันวะ (ครูอาจเปลี่ยนโจทย์ไปจากปีก่อนๆ แต่ก็ดีกว่าตอบอะไรไม่ได้เลย)
ตอนนี้ผมอ่าน Long Walk to Freedom จบแล้ว (รวมถึง "วิถีแมนเดลา" ภาคต่ออย่างไม่เป็นทางการที่เขียนโดยบรรณาธิการของ Long Walk to Freedom - ฉบับภาษาไทยเพิ่งวางขาย) และได้คำตอบมาบางส่วน แน่นอนว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ผมยังอธิบายไม่ได้ และต้องค้นคว้าต่อไป
คำตอบแบบสรุปๆ อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Invictus ในประโยคทองของแมนเดลาในเรื่องคือ "balancing black aspirations with white fears"
เครื่องมืออันหนึ่งที่แมนเดลาใช้ คือ การสร้างจุดร่วมของคนในชาติที่เคยขัดแย้งกันจะเป็นจะตาย ให้กลายมาเป็นพวกเดียวผ่านกีฬารักบี้ (ซึ่งเป็นโครงหลักของเรื่อง Invictus)
ที่เหลืออ่านได้ใน Invictus – ประสานรอยร้าวของคนในชาติด้วยเกมรักบี้
ฉากที่ผมชอบที่สุดใน Invictus คือตอนที่แม่บ้านผิวดำของแมตต์ เดมอน (ซึ่งรับบทเป็นกัปตันทีมชาติรักบี้) รู้ว่าเขาจะไปพบกับประธานาธิบดีแมนเดลา ฮีโร่ของคนดำ เธอวิ่งเข้าไปหาแมตต์ แล้วฝากไปบอกท่านประธานาธิบดีว่าระบบขนส่งที่เธอใช้อยู่นั้นแย่แค่ไหน ซึ่งทำให้ครอบครัวของแมตต์ ถึงกับอึ้งไป มันแสดง black aspirations กับ white fears ได้แจ่มชัดมาก
Invictus ไม่ใช่หนังรางวัลที่ได้คะแนนจากนักวิจารณ์ถล่มทลาย ไม่ใช่หนังบล็อคบัสเตอร์สร้างรายได้สะเทือนฟ้า แต่มันอาจเป็นหนังที่เหมาะกับคนไทยที่สุดในห้วงเวลานี้
ไม่มีฉายในเมืองไทยนะครับ ต้องไปขวนขวายหามาดูกันเอง
หมายเหตุ: รีวิวอีกเวอร์ชันโดยคุณ Tinuviel - Invictus – จิตวิญญาณผู้ไม่แพ้ หนึ่งในผู้แปล "วิถีแมนเดลา"
Comments
thanr
21 May, 2010 - 12:33
Permalink
พุธหน้าว่าจะไปดูอยู่ฮะ ปล.
พุธหน้าว่าจะไปดูอยู่ฮะ
ปล. SIU นี่เป็นตัวย่อทั้งทั้ง Siam Intelligence Unit และ Shinawatra University นะฮะ!
Chatsiri
21 May, 2010 - 13:16
Permalink
ธีมดูโทนมีดมาเลย.
ธีมดูโทนมีดมาเลย.
nat
23 May, 2010 - 00:49
Permalink
อยากรู้จัง รายได้หลักของ SIU
อยากรู้จัง รายได้หลักของ SIU มาจาก บริการ อะไร ครับ consult , research ?
สาวก
23 May, 2010 - 01:15
Permalink
น่าจะเงินบริจาค
น่าจะเงินบริจาค
mk
23 May, 2010 - 02:42
Permalink
มาจาก customized research
มาจาก customized research ครับ รับงานวิจัยเป็นชิ้นๆ ไป
Add new comment