Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
รบกวนทุกท่านย้อนอ่าน ตอนที่หนึ่ง, ตอนที่สอง, ตอนที่สาม ก่อนนะครับ
กลับมาที่คุณพนักงานคนที่สองเหมือนเดิมครับ
ตอนแรกนั้น ข้อเสนอทางวิชาชีพของแก ว่าไม่ถูกอย่างที่แกคิด เพราะโลกมันเปลี่ยนไป วิชาชีพมีล้าสมัย แกจึงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
ตอนที่สอง เมื่อเจอคู่แข่งร่วมวิชาชีพที่มีความเห็นต่าง และมีคุณสมบัติที่เหนือกว่า (ผู้มีอำนาจโน้มเอียงไปยังคู่แข่งมากกว่า) แกจึงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
ตอนที่สาม คุณพนักงานคนที่สอง a) วิศวกรคอมพิวเตอร์ ใช้วิธีการโน้มน้าวใจผู้มีอำนาจ b) หัวหน้าฝ่ายไอที โดย c) ซื้อขนมไปฝาก และได้สิ่งที่ต้องการคือ d) ใช้ Debian มาเรียบร้อย
แต่เรื่องราวต่อมากลับไม่ง่ายแบบนั้น คุณพนักงานคนแรกเรียนรู้วิธีการนี้ และแก้เกมโดยโน้มน้าวแบบเดียวกัน แต่เบิ้ลปริมาณขึ้นสองเท่า ปรากฎว่าผู้มีอำนาจเปลี่ยนการตัดสินใจไปเลือกข้อเสนอของพนักงานคนแรกเหมือนเดิม
พนักงานคนที่สองเสียเงินทองในการโน้มน้าวผู้มีอำนาจนะครับ ลงทุนไปแล้วแต่สุดท้ายยังไม่ได้ตามที่หวัง แบบนี้เรียกว่า "ถูกหักหลัง" ครับ
แบบนี้ ทำอย่างไรดี? ทำอย่างไรผู้มีอำนาจจึงจะเห็นด้วยกับเราทุกครั้งไป คำตอบอยู่ในประโยคคำถามครับ
คีย์เวิร์ดคือ "อำนาจ" กับ "เรา"
ตลอดมา "อำนาจ" ไม่ใช่ของ "เรา" ดังนั้น "เรา" เลยควบคุมความเสี่ยงไม่ได้ ทางแก้ตามทฤษฎีก็ง่ายมาก เอา "อำนาจ" มาเป็นของ "เรา" ก็สิ้นเรื่อง
(ในทางปฏิบัติ ก็ว่ากันอีกทีนะ)
ตามสถานการณ์ในนิทานเรื่องนี้ คุณพนักงานคนที่สอง ตัดสินใจ e) ลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไอที แข่งกับหัวหน้าคนเก่า ครับ งานนี้พี่แกเตรียมตัวมาดี ลงทุนไปเรียนปริญญาเพิ่มอีกใบ สอบ certification เพิ่มอีกเจ็ดใบ เสนอวิชั่นหรูหรามากมาย สุดท้ายได้เป็น "ผู้มีอำนาจ" เสียที
องค์กรนี้ก็ได้ดำเนินการตามแนวทางที่พนักงานคนที่สองเสนอ... ตลอดไป ตราบที่เขาอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายไอที
พนักงานคนแรก ก่นด่าแนวทางของพนักงานคนที่สองตลอดไป บ่นกับคนรอบข้างว่า "ไม่มีใครเข้าใจกู" อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เขาต้องการให้เป็นเลย
~จบบริบูรณ์~
เช่นเคยครับ นิทานของผมมีตัวแปร และสามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้
แบบที่หนึ่ง
แบบที่สอง
แบบที่สาม
แบบที่สี่
หมายเหตุ: ทั้งหมดแม้ว่ามันจะคุ้นๆ แต่มันเป็นเหตุการณ์สมมติทั้งหมดนะครับ
นิทานเรื่องแรก สอนให้รู้ว่า
นิทานเรื่องที่สอง สอนให้รู้ว่า
นิทานเรื่องที่สาม สอนให้รู้ว่า
นิทานเรื่องที่สี่ สอนให้รู้ว่า
Comments
mementototem
10 May, 2010 - 08:24
Permalink
หลัง ๆ
หลัง ๆ มันไม่มีเลยต่างหากครับคุณ mk
ปล. ยังดีนะ ที่เป็นแค่เรื่องสมมุติ :P
ปล.2 เชียร์ ครับ ไม่ใช่ เชียร, เอ๊ะ หรือว่าเราไม่เข้าใจมุข หว่า?
mk
10 May, 2010 - 10:42
Permalink
อ่อ ผมพิมพ์ผิดเองครับ
อ่อ ผมพิมพ์ผิดเองครับ แถมดันก็อปแปะมันเลยผิดซ้ำซาก :P
iPattt
14 May, 2010 - 01:58
Permalink
ผมไม่ได้เขียนบล็อกแข่งกับคุณ
ผมไม่ได้เขียนบล็อกแข่งกับคุณ mk นะครับ
ผมเขียนบล็อกด้วยใจรักกกกกกก :P
Add new comment