2009 จุดเริ่มแห่งมหาสงครามสมาร์ทโฟน

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร e-Commerce ฉบับเดือนกรกฎาคม 2552 แต่ลืมเอามาลงครับ T_T

หลังจากแอปเปิลเปิดตัว iPhone เมื่อปี ค.ศ. 2007 โลกของมือถือก็เปลี่ยนไปนับแต่นั้น

โทรศัพท์มือถือความสามารถสูงหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "สมาร์ทโฟน" นั้นกำเนิดขึ้นมานานแล้ว ต้นกำเนิดของสมาร์ทโฟนที่วางขายจริงอาจย้อนไปได้ถึงปี 2001 แต่เนื่องจากพัฒนาการของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือเครือข่าย ยังไม่พร้อมต่อการใช้งานอย่างจริงจังมากนัก เมื่อบวกกับราคาที่สูงเป็นปกติของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดใหม่ๆ ส่งผลให้มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนไม่มากนักเมื่อเทียบกับตลาดมือถือรวมทั้งหมด

iPhone รุ่นแรกถือเป็นนวัตกรรมชิ้นสำคัญแห่งวงการสมาร์ทโฟน แอปเปิลสร้างฮาร์ดแวร์ที่ใช้จอสัมผัสล้ำสมัยและพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้ง่าย เมื่อผนวกกับซอฟต์แวร์ที่ทรงพลัง แบรนด์ของแอปเปิลที่เข้มแข็งมาจากการขาย iPod อยู่แล้ว และเครือข่ายที่พร้อมสำหรับอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ทำให้โลกเราอยู่ในภาวะ "สมาร์ทโฟนบูม" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีบริษัทมากมายทั้งหน้าเก่าในวงการมือถือ และหน้าใหม่ที่รุกเข้ามาจากอุตสาหกรรมใกล้เคียง หวังจะเข้ามาชิงเค้กก้อนใหญ่ยักษ์ก้อนนี้ ปี 2008 ถือเป็นช่วงลองผิดลองถูกของบริษัทเหล่านี้ว่าจะแข่งขันกับแอปเปิลที่ล่วงหน้าไปไกลแล้วได้อย่างไร และเมื่อถึงกลางปี 2009 ก็ดูเหมือนว่าหลายบริษัทจะพร้อมแล้ว

ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2009 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอันหนึ่งในประวัติศาสตร์โทรศัพท์มือถือโลก เป็นเดือนที่เราได้เห็นผู้นำตลาดอย่างแอปเปิลเปิดตัว iPhone 3G S มือถือรุ่นที่สามในซีรีย์ iPhone เพื่อรักษาระยะห่างของผู้นำต่อไป เราได้เห็นการกลับมาของ Palm อดีตเจ้าพ่อวงการ PDA ที่เสี่ยงครั้งสุดท้ายเพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัทด้วย Palm Pre รวมไปถึงความเคลื่อนไหวในฝั่ง Android ที่มีกูเกิลเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญ

ถ้าสนใจเฉพาะ "รายใหญ่" ผู้มีโอกาสสูงในการแย่งชิงบัลลังก์แห่งสมาร์ทโฟน ในปัจจุบันมี 6 ค่าย

แอปเปิล

มาก่อนใครตั้งแต่ปี 2007 ด้วย iPhone ที่ถือว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมในขณะนั้น แอปเปิลใช้กลยุทธ์สร้างฮาร์ดแวร์มือถือที่โดดเด่นเพื่อทิ้งคู่แข่งให้ห่างก่อน แล้วค่อยมาสร้างสภาพแวดล้อมสนับสนุนในภายหลัง หนึ่งปีแรกหลัง iPhone รุ่นแรกวางขายนั้นไม่มีคู่แข่งรายใดมาทาบรัศมีได้เลย และเมื่อบริษัทอื่นๆ เริ่มตั้งตัวติด ออกมือถือที่ทาบชั้น iPhone ออกมา แอปเปิลก็ก้าวไปอีกขั้นด้วย iPhone 3G ที่สมบูรณ์มากขึ้นทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

iPhone 3G S รุ่นที่สามที่จะวางขายช่วงกลางปี 2009 พัฒนาจาก iPhone 3G ไม่เยอะนัก แต่ในตอนนี้ ระบบนิเวศน์สนับสนุนของแอปเปิลก็พร้อมมากแล้ว แพลตฟอร์ม iPhone มีโปรแกรมให้ซื้อ-ดาวน์โหลดผ่าน App Store มากถึง 30,000 โปรแกรม ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนชั้นยอด เพราะลูกค้าต้องตัดสินใจว่าจะเลือก iPhone ที่คนใช้เยอะ มีซอฟต์แวร์ดีๆ ให้ใช้มาก หรือจะใช้มือถือแพลตฟอร์มใหม่ที่ยังไม่มีโปรแกรมให้ใช้เลย

แนวทางในอนาคตของแอปเปิลจะต้องออกมือถือในแพลตฟอร์ม iPhone ให้หลากหลายมากขึ้น เช่น iPhone รุ่นเล็กที่มีราคาถูกลงมา เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์และสภาพแวดล้อมที่ลงทุนไปมากแล้วให้เต็มที่

BlackBerry

BlackBerry ถือเป็นสมาร์ทโฟนยุคแรกๆ ที่ยังปรับตัวเข้ากับตลาดได้เสมอ จุดแข็งของ BlackBerry อยู่ในตลาดองค์กร ลูกค้าหลักมักเป็นองค์กรที่ซื้อ BlackBerry ยกล็อตเพื่อแจกให้พนักงานใช้ BlackBerry สามารถติดต่อกับระบบสื่อสารภายในสำนักงานที่องค์กรขนาดใหญ่นิยมใช้ได้ มีระบบการส่งข้อความของตัวเองที่โดดเด่น และตัวมือถือของ BlackBerry เองจะเน้นคีย์บอร์ดคุณภาพสูงที่พิมพ์ข้อความได้ง่าย ถึงแม้ว่าขนาดตลาดจะยังจำกัดและรูปแบบไม่หวือหวา แต่ในตลาดนี้ BlackBerry ยังรักษาแบรนด์และส่วนแบ่งตลาดของตัวเองได้อย่างเข้มแข็งมาก

BlackBerry กำลังเริ่มขยายตัวเองจากตลาดองค์กรอย่างช้าๆ โดยเริ่มออกสมาร์ทโฟนจอสัมผัสไม่มีคีย์บอร์ด ลักษณะเดียวกับ iPhone ในชื่อ BlackBerry Storm ถึงแม้ว่าจะยังไม่เข้าเป้านักแต่ BlackBerry ก็ไม่รีบ และจะค่อยๆ ปรับปรุง Storm ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สมาร์ทโฟนแบบมีคีย์บอร์ดซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทำเงินก็ยังไม่มีคู่แข่งมาเทียบชั้น

แม้ว่าในประเทศไทย BlackBerry จะไม่นิยมมากนัก แต่ในโลกตะวันตกนั้นเป็นที่นิยมไม่น้อยทีเดียว การที่ได้ชื่อว่าเป็นมือถือคู่ใจประธานาธิบดีโอบามา ทำให้แบรนด์ BlackBerry ไม่ด้อยไปกว่า iPhone เลย

Palm

บริษัท Palm เป็นอดีตผู้บุกเบิกวงการ PDA แต่ในภายหลังกิจการย่ำแย่เพราะปัญหาการบริหารงานที่ผิดพลาด หลังจากเงียบไปนานหลายปี Palm กำลังกลับมาอีกครั้งด้วยทีมงานชุดใหม่ที่ดึงพนักงานระดับหัวกะทิมาจากแอปเปิลหลายคน และระบบปฏิบัติการตัวใหม่ webOS ที่ทันสมัยพอๆ กับระบบปฏิบัติการของ iPhone และบางอย่างก็เหนือกว่าด้วยซ้ำ

Palm Pre ฮาร์ดแวร์ที่ Palm หวังเป็นไม้ตายสุดท้ายที่ช่วยพลิกฟื้นบริษัทให้กลับมามีความสำคัญในวงการมือถืออีกครั้ง เปิดขายในสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนด้วยราคาจำหน่ายเท่ากับ iPhone 3G S ที่ออกหลังจากนั้นสองวัน เสียงตอบรับของ Palm Pre ค่อนข้างดีและตัวเครื่องล็อตแรกก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามต้องดูกันอีกสักระยะว่า Palm จะสามารถสร้างรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำจาก Pre และมือถือตัวอื่นๆ ในตระกูล webOS ได้ก่อนที่สถานการณ์ทางการเงินจะเริ่มมีปัญหาหรือไม่

Windows Mobile

ระบบปฏิบัติการสำหรับมือถือจากยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ Windows Mobile ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2000 และปัจจุบันถือได้ว่าล้าสมัยเมื่อเทียบกับระบบปฏิบัติการมือถือรุ่นใหม่ๆ อย่าง iPhone หรือ webOS ฝ่ายไมโครซอฟท์กำลังรีบเร่งพัฒนา Windows Mobile 7 ที่จะออกในช่วงกลางปี 2010 เพื่อมายันกับแพลตฟอร์มคู่แข่งอื่นๆ แต่ในอีกหนึ่งปีถัดจากนี้ ความเคลื่อนไหวจากค่ายไมโครซอฟท์อาจจะไม่โดดเด่นมากนัก

กลยุทธ์ของไมโครซอฟท์คือไม่ทำฮาร์ดแวร์เอง แต่เป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่อื่นๆ เช่น HTC, ASUS, Samsung รวมถึงผู้ให้บริการมือถือในต่างประเทศที่ขายเครื่องใต้แบรนด์ของตัวเองอย่าง O2, Verizon และ Vodafone

Android

ระบบปฏิบัติการน้องใหม่จากค่ายกูเกิล มีรากฐานมาจากลินุกซ์และใช้แนวทางการพัฒนาแบบโอเพนซอร์ส กูเกิลใช้กลยุทธ์แบบเดียวกับไมโครซอฟท์คือไม่ผลิตเครื่องเองแต่ให้พันธมิตรผลิตขายให้ จุดแข็งของ Android คือความเป็นโอเพนซอร์สทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เสียค่าใช้งานซอฟต์แวร์น้อยมาก ช่วยกดราคาให้มือถือ Android เจาะตลาดล่างถึงกลางได้ง่ายขึ้น

ในด้านเทคนิคนั้น ความที่เป็นระบบปฏิบัติการใหม่ทำให้ Android มาพร้อมกับฟีเจอร์ทันสมัยเช่นเดียวกับ iPhone และ webOS แต่จุดอ่อนของ Android คือยังพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก ที่ผ่านมาค่าย Android สามารถวางขายมือถือได้เพียงตัวเดียวในปี 2008 คือ T-Mobile G1 ซึ่งเทียบคุณสมบัติแล้วยังสู้กับ iPhone ยาก แม้ว่าช่วงต้นปี 2009 สถานการณ์จะยังไม่กระเตื้องขึ้นมากนัก แต่กูเกิลออกมาเปิดเผยว่าในครึ่งหลังของปี 2009 จะมีมือถือ Android ออกมารวมกันถึง 18 รุ่นจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เช่น HTC, Motorola, LG, Samsung, Toshiba, Sony Ericsson, Acer และ ASUS

Symbian

พี่ใหญ่ของวงการมือถืออย่างโนเกียยังมีส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 40% อย่างไรก็ตามในตลาดสมาร์ทโฟน โนเกียถือว่าขยับตัวช้ามากเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น แพลตฟอร์มสำหรับสมาร์ทโฟนของโนเกียคือ Symbian ซึ่งถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการเก่าในรุ่นเดียวกับ Windows Mobile และต้องการ "รีแบรนด์" อย่างเร่งด่วน โนเกียประกาศเปิดเผยซอร์สโค้ดของ Symbian ในชื่อ Symbian Foundation ซึ่งรุ่นแรกมีกำหนดเสร็จในปี 2009 แต่ที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวจากฝั่ง Symbian น้อยมาก

แต่ในส่วนของฮาร์ดแวร์ โนเกียยังใช้ Symbian รุ่นเดิมมาทำตลาดคั่นเวลาได้ฮือฮาไม่ใช่น้อย มือถือรุ่น 5800 ซึ่งเป็นมือถือจอสัมผัสรุ่นแรกๆ ของโนเกียกลับเป็นมือถือยอดฮิต เนื่องจากว่าราคาถูกแต่มีความสามารถเหลือเฟือสำหรับงานทั่วไปนั่นเอง

ในระยะยาวแล้ว Windows Mobile จะยืนระยะได้เนื่องจากมีบริษัทขนาดใหญ่มากอย่างไมโครซอฟท์ให้การสนับสนุน เช่นเดียวกับ iPhone ที่มีแบรนด์ของแอปเปิลช่วยบวกกับการที่ชิงเป็นเจ้าตลาดได้ก่อน เค้กชิ้นที่เหลือมีส่วนแบ่งให้ผู้เล่นไม่กี่รายเท่านั้น คงต้องติดตามกันต่อไปว่าใครจะเป็นฝ่ายอยู่รอดและใครจะต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป