Connectivity and Convergence

สำหรับหลายๆ ท่านที่สงสัย ผมมาเข้าคอร์ส Connectivity and Convergence: Alternative Regulatory Strategies ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นเวลา 5 วัน

คอร์สนี้จัดที่ Graduate School of Business ของ University of Cape Town โดยแม่งานคือ Research Africa ซึ่งเป็นเครือข่ายการวิจัยด้านนโยบายโทรคมนาคมของทวีปแอฟริกา

งานรอบนี้มาฟรีครับ โดยได้ทุนจาก LIRNEasia ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับ Research Africa แต่เป็นภูมิภาคเอเชีย คือผมทำงานร่วมกับ LIRNEasia มาสักระยะแล้ว เลยได้รับคำเชิญมางานนี้ (มีหรือจะไม่พลาด แอฟริกานะไม่ได้มีโอกาสมากันง่ายๆ) นอกจากผมแล้วยังมีคนไทยจากองค์กรอื่นๆ คือ กทช. และ TDRI มาด้วย เนื้อหาที่เรียนก็เข้มข้นมาก สอนเกี่ยวกับแนวคิดด้าน telecom regulation ตามความถนัดขององค์กรผู้จัด เห็นตำราที่แจกเมื่อเช้านี้ก็ท้อซะแล้ว นี่ตูจะต้องแบกไอ้ปึกนี้กลับกรุงเทพรึ

GSB - University of Cape Town

บรรยากาศการเรียนก็เหมือน Grad School ของฝรั่งเลยครับ คือแอฟริกาใต้บรรยากาศคล้ายๆ อังกฤษอยู่แล้ว ส่วน GSB นั้นก็ตกแต่งดูไฮโซมาก เลยยิ่งเหมือนฝรั่งตะวันตกเข้าไปใหญ่ แต่คนเรียนส่วนมากมาจากแอฟริกา กับเอเชีย (เอเชียใต้+เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) นั่นแล รวมแล้วประมาณ 30 คนนะ

GSB - University of Cape Town

คุณ Rohan ผู้อำนวยการของ LIRNEasia มาสอนประสบการณ์ชั่วชีวิตที่เคยทำด้าน telecom regulation สไลด์นี้ผมถ่ายมา เพราะชอบที่เขาบอกว่า regulation ที่ดี ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอย่างไร

GSB - University of Cape Town

บรรยากาศของ GSB อาคารหลังนี้เป็นคุกเก่าครับ จงภูมิใจซะที่ได้เรียนในคุก (ชั้นใต้ดินด้วย)

GSB - University of Cape Town

ทางเดินภายใน ดูขลังแต่ก็ตกแต่งทันสมัย สะอาด

GSB - University of Cape Town

ต้องยอมรับตามตรงว่าผมไม่เชี่ยวชาญด้าน telecom regulation เลย เนื่องจากอยู่ในสายไอทีที่ไม่เคยมีคำว่า regulation มาเฉียดใกล้ พอต้องมาเรียนด้าน telecom ซึ่ง regulation เป็นสิ่งสำคัญมาก (มากแค่ไหนก็ดูเรื่อง 3G สิครับ) ก็ถึงกับงง แถมเรื่อง telecom regulation นี้มีพื้นฐานอยู่บนวิชา public policy และ public finance อีกต่างหาก งงสองเด้งเข้าไปใหญ่

นักเรียนจำนวนมากอยู่ในสาย telecom regulation ของหลายๆ ประเทศในแถบนี้อยู่แล้ว มีความรู้+ประสบการณ์จริงมากมาย (ดูหน้าแล้วบางคนเผลอๆ เป็นระดับบริหารของ กทช. ประเทศตัวเองด้วยซ้ำ) คนสอนก็ดันเป็นป๋าในสาขานี้ เลยไปกันเร็วมาก และไม่ค่อยอธิบายแบ็คกราวน์ให้คนอ่อนๆ ด้านนี้สักเท่าไร นี่ยังไม่รวมบางคนพูดภาษาอังกฤษสำเนียงแขก ฟังยากได้อีก

สรุปประเด็นที่เรียนในวันแรก

  • เราโง่เรื่องทวีปแอฟริกามาก ผมนั่งฟังคนแอฟริกาใต้เถียงกับไนจีเรีย ว่าประเทศไหนเจริญกว่ากันในด้านโทรคมนาคม แล้วนึกไม่ออกจริงๆ ว่าไนจีเรียถือเป็นประเทศอันดับต้นๆ ในทวีปแอฟริกาหรือเปล่า
  • เพิ่งเคยได้ยินประเทศ "เบนิน" ครั้งแรกก็วันนี้ นอกจากอียิปต์ โมร็อคโค แอฟริกาใต้ ผมแทบไม่รู้เลยว่าประเทศอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง
  • วัดในแง่อัตราการเข้าถึงและใช้งานโทรคมนาคม แอฟริกาทั้งทวีปด้อยกว่าไทยแน่ๆ แต่ในด้านการกำกับดูแลและนโยบายภาครัฐ ไม่ได้ด้อยกว่ากันเท่าไร เผลอๆ ดีกว่า
  • ความแตกต่างหลากหลายของแอฟริกา (เฉพาะด้าน telecom regulation) มากกว่าเอเชียมาก ถึงกับมีคนพูดว่า "You can't generalize Africa" บางประเทศเก็บภาษี SIM ด้วยนะ
  • เกือบทุกประเทศในแอฟริกาและเอเชีย ใช้ระบบออกใบอนุญาตโทรคมนาคมกันหมดแล้ว ประเทศไทยแม้ว่าจะมีระบบใบอนุญาตก็จริง แต่ก็ยังต้องอยู่ใต้สัญญาระบบสัมปทาน (concession) อยู่ ถือเป็นเคสพิสดารอันหนึ่งของโลก โดยเฉพาะข้อกำหนดว่าครบกำหนดสัมปทานแล้ว อุปกรณ์พวกเสาสัญญาณต้องตกเป็นของรัฐ เลยโดนแซวว่าถ้ามี 3G เมื่อไร เครื่องส่งสัญญาณ 3G จะแขวนอยู่ในอากาศทันที เพราะรัฐจะเอาเสาไปทิ้งเมื่อไรก็ได้
  • แนวคิดหลักของ public finance และ public policy คือ "Do No Harm" จะออกนโยบายอะไร ห้ามทำให้อุตสาหกรรมเดือดร้อนจากนโยบายนั้น
  • เนื่องจากการกำกับดูแล มีเรื่องกฎหมายซะเยอะ แนวคิดหลายอันของมันมีรากมาจากระบบกฎหมายของแต่ละประเทศด้วย ผมเพิ่งรู้ว่าระบบ license หรือใบอนุญาต เป็นแนวทางของ common law ส่วนระบบ authorization เป็นของ civil law
  • กรณีของเอเชียใต้ก็น่าสนใจ หลายประเทศคะแนนด้านความโปร่งใส ความสามารถในการแข่งขัน การกำกับดูแล ต่ำเรี่ยดิน แต่คะแนนด้านการเข้าถึงโทรคมนาคมกลับดีมาก เกิดจากฝีมือภาคเอกชนซะเยอะด้วย
  • หลักการของเขาคือให้การเข้าถึงโทรคมนาคม ราคาถูกที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เช่น ใช้ระบบพรีเพด รองรับ micropayment ฯลฯ แนวคิดจะคล้ายๆ low-cost airline
  • แนวคิดหลายอันที่สอน ก็กลับความเชื่อเดิมๆ ในวงการ เช่น ไม่ควรเก็บภาษี Universal Service Obligation เพราะเก็บแล้วกลับเป็นผลเสียต่ออุตสาหกรรมมากกว่าไม่เก็บ เงินเก็บไปใช้ออกยากมากเพราะต้องเข้าคลังก่อน เป็นต้น

สรุปว่านี่คือคอร์สอบรมสำหรับคนอยากเป็น กทช. นี่เอง ไว้เรียนจบแล้วอายุถึง จะไปสมัครละกัน ใช่ไหม @tewson!

Comments

อ่านแล้วน่าสนใจยิ่ง

ไว้อายุถึงแล้วยังสนใจจะไปสมัครเรียนฮะ

โอ้ว จะเป็นกทช. เค้าต้องมีความรู้กันขนาดนี้เชียวรึ :P

ว้าว ... เคปทาวน์ เมืองหรูซะด้วย เห็นทีผมต้องหาโอกาสไปบ้างแล้ว

เป็นกทช ต้องมีความรู้ขนาดนี้
แล้วกทชบ้านมี มีอะไรกันขนาดไหนแล้วนี่

iMenn เดี๊ยะคนกทช.มาอ่าน เรามีความรู้แค่ไหนยังเบิกตังค์ไม่ได้เลย -_-"

civil war?

สงสัยผมใจจดจ่อกับเมืองไทยมากไปหน่อย ฮา

Add new comment