a day - revisited

aday magazine

ไม่ใช่แฟนตัวยงของ a day นานๆ ซื้อทีประมาณสามปีหนึ่งเล่ม

แต่ในฐานะที่เคยอ่านมาตั้งแต่เล่มแรกๆ อ่านเล่มล่าสุด (115) เลยเขียนถึงพัฒนาการเสียหน่อย * a day เบนออกมาทาง mass/main stream ขึ้นเยอะมาก ทั้งเนื้อหาและโฆษณา (ไม่มีความหมายในเชิงดี-ไม่ดี) อันนี้เป็นทิศทางเดียวกับแมกกาซีนนอกกระแสใกล้เคียงอย่าง Bioscope เพียงแต่ของ a day ชัดกว่ามาก * ในแง่เนื้อหา ความต่างด้าน "นอกกระแส" ของ a day หายไป (ผมไม่ได้บอกว่านี่เป็นจุดด้อยนะ) เนื้อหา (ไม่นับในส่วนของคอลัมนิสต์ หมายถึงส่วนเนื้อหาของกอง บ.ก. ที่ไม่ลงชื่อ) เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปตามนิตยสารกระแสหลักอื่นๆ * ในแง่โฆษณา มีโฆษณาลงเยอะขึ้น (มีผลดีในแง่ธุรกิจ ส่วนแฟนๆ จะชอบหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบ) และที่เห็นชัดคือ advertorial เยอะมาก * ที่น่าสนใจคือ ในเล่ม 115 นี้มีแฟนๆ ของ a day เขียนจดหมายมาถึง บ.ก. เหมือนกันว่า "ทุนนิยมเน้นการตลาด" และ "โฆษณามากเกินไป" * สไตล์การเขียนของ a day (เฉพาะส่วนของกอง บ.ก.) เปลี่ยนไปจากเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือ * ไม่ใช้สรรพนาม ไม่ว่าจะบุคคลที่หนึ่ง สอง สาม อันนี้ผมอ่านแล้วคล้ายกับ Mars มาก (ประมาณ 50-60 หน้าแรกของเล่มนี้) * มีภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะมากขึ้น มี "ความเป็นโลกส่วนตัว" มากกว่าเดิม ไม่ค่อยง้อคนอ่านหน้าใหม่เท่าไรนัก คนที่นานๆ อ่านทีอย่างผม รู้สึกเข้าถึงได้ยากขึ้น ตัวอย่างเช่น a day จะ assume ว่าคนอ่านจะรู้จักร้านค้า ร้านกาแฟ หนัง หนังสือ คนดัง ฯลฯ กลุ่มหนึ่งอยู่แล้ว เวลาอ้างอิงชื่อในกลุ่มนี้จะไม่อธิบาย ต้องเข้าใจเอง (ไม่ได้บอกว่าไม่ดีอีกเหมือนกัน คือ มันอาจจะเป็นพัฒนาการของกลุ่มสังคมก็ได้ ที่อยู่ไปนานๆ จะมีวัฒนธรรมเฉพาะของตัวเอง) * ในส่วนของคอลัมนิสต์ ผมว่าดาวน์ๆ ลงไป ไม่รู้ว่ามีความสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ขององค์กร ที่เน้นออกหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กมากขึ้นหรือไม่ (คือเอาตัวเจ๋งๆ ไปลงพ็อกเก็ตบุ๊กหมด นิตยสารเลยมือตกลง) * คอลัมนิสต์ที่ผมชอบที่สุด ยังเป็นคุณ "ต้องการ"

โดยสรุปคือ a day เล่ม 115 ยังทำส่วนของบทสัมภาษณ์และสกู๊ปได้ดีมาก แต่ส่วนอื่นๆ ในเล่ม ธรรมดามาก ถ้าเทียบกับสมัยก่อนถือว่ามือตกลงเยอะ

อันนี้ความเห็นของแฟนไกลๆ ของ a day นะครับ ถ้าทีมงาน a day ต้องการคำแนะนำก็ยินดีช่วยครับ ติเพื่อก่อ

Keyword:

Comments

บางทีเคยถามว่า aday มันโตตามไปกับเราด้วยรึป่าว สมัยก่อนผมชอบมากๆที่สร้างแรงบันดาลใจและก้เลิกซื้อไปตอนเล่มที่70กว่าๆ แต่มันอาจจะเป้นแรงบันดาลใจให้คนอีกรุ่นหนึ่งซึ่งเราเคยเป้นคนวัยนั้น

ผมเป็นแฟนประจำอยู่ 3 ปีแรก
ตั้งแต่เล่ม 36 เป็นต้นมาก็กลายเป็นแฟนห่างๆ นานๆ ซื้อทีเหมือนกัน

สกู๊ปเล่มนี้ ตั้งชื่อว่า "ผู้หญิงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง"

ไม่แน่ใจกับคำว่า "เปลี่ยนแปลง" ของ aday มันกินความขนาดไหน
(บางคนในสกู๊ป เป็นเจ้าของร้านอาหาร แค่เนี้ยะ !)

จริงๆ น่าจะตั้งชื่อสกู๊ปว่า "รวมฮิต สตรีอาชีพเก๋ๆ" ซะมากกว่า

หลังๆไม่ได้ซื้อแล้วครับ เป็นแฟนตั้งแต่เล่มแรก ในวงเล็บที่คุณ mk บอกดีไม่ดีนั้น ผมตอบว่าไม่ดีทั้งหมด
รู้สึกเสน่ของ aday มันหายไปหมดแล้ว

ตอบคุณ naphob ว่า ผมเข้าใจ a day นะครับ บางทีเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ มันก็ไม่มีทางเลือกครับ (พอมาทำธุรกิจเองแล้วเพิ่งรู้) เลยไม่ตัดสินใจว่านี่คือจุดดีหรือไม่ดีน่ะครับ เรียกว่ามันเป็น วิวัฒนาการขององค์กรจะดีกว่า

เดี๋ยวนี้ไม่ซื้อเหมือนกัน รอแต่อันที่ปกสวยๆ :P

คืดถึง aday weekly น่อ

สมัย aday เกิดใหม่ ๆ คนทำเขาบอกว่า เขาไม่อยากทำหนังสือภายใต้วัฒนธรรมการทำหนังสือแบบเดิมที่อยู่ภายใต้แรงกดดันของการโฆษณา ไม่รู้ว่าตอนนี้ เขายังคิดแบบนั้นอยู่หรือเปล่า

แต่พอบริษัทมันใหญ่ มันไม่ใช่แค่ปากท้องของเรา แต่เป็นปากท้องของลูกน้องจำนวนมากอะนะ

อันนี้ไม่เกี่ยวกับ a day นะครับ
แต่เกี่ยวกับคนที่อบู่บนปก a day

mk ดูแล้วน่าจะชอบ....

http://www.youtube.com/watch?v=a0o-abwPXTU

อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง ถูกใจเนื้อเล่มไหนก็ซื้อ
หลังๆ เห็นหัวปกหน้าสนใจ พอเปิดกลับพบความประหลาด
พบว่าเราห่างเหินกันไปขนาดนี้เลยเหรอ?

ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้หนีจากความเป็นตลาด เผลอๆ เป็นคนในกลุ่ม mass ด้วยซ้ำ
แต่กลับรู้สึกว่า a day อยู่ตรงกลางระหว่าง mass และ different
จนทำให้รู้สึกเราไม่ผูกพันกันเท่าเดิมอีกต่อไปซะแล้ว..

แต่.. กลุ่มใหม่ที่เขาเล็งมันก็อาจดีต่อรายได้เขาก็ได้
นี่ล่ะมัง ผลของความเป็นธุรกิจ

Add new comment