Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ไปมาเลเซียรอบนี้ มีโอกาสได้คุย(เล่น)กับคนมาเลเซียหลายๆ คน ก็ได้ประเด็นที่น่าสนใจกลับมาไม่น้อย
ปกติแล้ว เวลาผมไปเจอคนท้องถิ่น ผมจะชอบถามซอกแซกเกี่ยวกับ lifestyle ทั่วๆ ไปในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ขนมยี่ห้ออะไรอร่อย วันหยุดชอบไปเดินห้างไหนมากกว่ากัน ฯลฯ เพื่อจะได้รับรู้ "วิธีคิด" ของคนท้องถิ่นนั้นๆ และช่วยให้เราเข้าใจเหตุผล ที่มาที่ไป ของเหตุการณ์หรือการตัดสินใจต่างๆ ได้มากขึ้น
รอบนี้ลองถาม "หนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุดในมาเลเซียคืออะไร"
ผมคาดหวังคำตอบง่ายๆ แบบ "ไทยรัฐ" แต่คำตอบมาผิดคาดคือ "ตอบยาก"
พอถามเหตุผลต่อไปอีกนิด ได้คำอธิบายว่า "คนเชื้อชาติไหน ก็นิยมอ่านหนังสือพิมพ์ของเชื้อชาตินั้น เลยตอบยากว่าเล่มไหนขายดีกว่ากัน" (คนตอบเป็นมาเลย์จีน)
เจอคำตอบแบบนี้ถึงกับอึ้ง เพราะเป็นคำตอบที่คนไทยอย่างผม ซึ่งไม่เคยอยู่ในบริบทที่มีความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ (อย่างน้อยก็ในยุคปัจจุบัน) ไม่เคยคิดฝัน ไม่เคยมีแม้แต่ในจินตนาการมาก่อน
ปัญหาเชื้อชาติของมาเลเซียนั้นซึมลึกมาก ยิ่งรู้เรื่องราว เรื่องเล่ามากขึ้น ก็ยิ่งสังเกตเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น พนักงานคุมรถบัสที่ไปสนามบิน ไม่ว่าเจ้าไหน เป็นอินเดียล้วน (รวมถึงคนขับแท็กซี่ด้วย) หรืออย่างร้านอาหารจีน มีขายเบียร์เฮฮาปาร์ตี้ คนจีนเดินเข้าไปดริงค์ได้ คนอินเดียกินได้ แต่ถ้ามีคนมาเลย์มุสลิมไปกินบ้าง โดนทันที โบย 6 ไม้ เป็นต้น
สังคมที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงขนาดนี้ แต่โดนกดทับไว้ด้วยค่านิยมมาเลย์-มุสลิมเป็นใหญ่ มันก็รอวันที่จะระเบิดออกมานั่นล่ะครับ (เอ๊ะ คุ้นๆ)
Comments
ไผ่
6 March, 2010 - 22:13
Permalink
น่าสนใจดีครับ
น่าสนใจดีครับ
inanza
6 March, 2010 - 22:25
Permalink
อ๊ะ อ่านอย่างไหลลื่นอยู่ดีๆ
อ๊ะ อ่านอย่างไหลลื่นอยู่ดีๆ ตัดจบเสียแล้ว เหมือนเพิ่งหมดท่อนอินโทรเองอะคุณมาร์ค ที่จริงมีที่จะเขียนต่อใช่ไหมๆ
lawender
6 March, 2010 - 22:49
Permalink
ผมเห็นด้วยจากมุมตรงข้ามครับ เ
ผมเห็นด้วยจากมุมตรงข้ามครับ
เท่าที่ผมไปมา ผมพบว่าตอนนี้มาเลย์มีปัญหาเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่มาจากคนเชื้อชาติอื่นที่คิดว่า
"ทำไมคนมาเลย์-มุสลิม" ต้องเป็นใหญ่
แต่เป็นมาเลย์-มุสลิมเองต่างหากที่มีปัญหา
ที่มาเลย์มีการแบ่งเชื้อชาติอย่างหนึ่งเวลาคุณกรอกข้อมูลอะไรก็ตาม มันคือการระบุว่า คุณเป็ณ Bumi (Bumiputera) หรือ Non-Bumi ครับ มันคือการบอกว่าคุถเป็นมาเลย์แท้ๆ (คนพื้นเมือง เชื้อสายมาเลย์แท้ๆ) หรือคุณเป็ฯคนเชื้อสายอื่น ซึ่งลองค้นใน WikiPedia ดูครับ ขี้เกียจเล่ามาก ฮ่าๆๆ
คุณมาเลย์แท้ๆ ได้รับสิทธิ์พิเศษที่ไม่ต้องเข้าเรียนโรงเรียนหลักสูตรสากลก็ได้ คือเข้าแต่โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามได้ โดยที่รัฐบาลสนับสนุนเต็มประตู โดยกำหนดอาชีพสงวนที่ทำได้เฉพาะคนมาเลย์แท้ๆได้
ทำให้สามารถพูดง่ายๆว่า คนมาเลย์แท้ๆ ส่วนหนึ่งไม่ได้ศึกษาวิชาที่ใช้ในโลกสากล ทำให้งานทุกวันนี้ ถูกยึดครองโดยคนจีน และคนอินเดีย
เอาว่าบริษัทลูกค้าที่ผมทำงานด้วย ฝ่าย IT เกือบ 100% เป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน ฝ่ายบริหารถูกยึดครองโดยคนจีน ขณะที่อาชีพวิศวกร หมอ ทนาย เหมือนกลายเป็นอาชีพสงวนของคนอินเดีย ส่วนคนมาเลย์แท้ๆ กลายเป็นแรงงานชั้นล่าง ทำงานราคาถูก กลายเป็นลูกน้องคนชาติอื่นแทน
ผมเลยคิดเองว่า ถ้าจะมีปัญหา มันจะมาจากคนมาเลย์เก็บกดจากการที่ทรัำำพยากรถูกดูดกลืนไปให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศมากกว่าครับ
เอ๊ะ... ก็คล้ายๆประเทศไหนเหมือนกันนะครับ
Iterator
6 March, 2010 - 23:59
Permalink
ผมขอมองต่างมุมครับ
ผมขอมองต่างมุมครับ
การที่แต่ละเชื้อชาติสามารถรักษา ทุนทางวัฒนธรรมของเขาได้ จะดีที่สุด
แบบประเทศไทย วัฒนธรรมอื่น ๆ ไม่โดนกดทับ ด้วยการดูหมิ่นเหยียดหยาม
ก็ถูกละเลงผสมปนเป จนอ่อนแอ ไร้แก่นสาร
หลายอย่างในสมัยเด็ก ๆ ที่เราเคยได้รับมา เมื่อเราโตขึ้นก็เริ่มมองมันใหม่
ในอดีต เรามีเรื่อง เจ๊กจีน ขี้โกง มารยาททราม
ต่อมา เราก็มีเรื่อง ลาวดั้งหัก หน้าตาน่าเกลียด เป็นมุขตลกประจำชาติอยุ่ช่วงหนึ่ง
คำด่า เจ๊ก ลาว เสี่ยว
ประสบการณ์ส่วนตัวผมเมื่อมองตอนนี้ คนจีนในไทยเป็นวัฒนธรรมสายอ่อน
เห็นได้ว่าไปต่อสู้กับ คนจีนในที่อื่น ๆ ทำการค้าขายหรือทำงานก็ไม่ประสบความสำเร็จ
เทียบเท่ากับคนจีนที่อื่น ๆ เพราะทุนทางวัฒนธรรมดีดีหลายอย่าง ถูกทำลายไปโดยกระบวนการ
นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน จะสู้พวกนักธุรกิจมาเลย์เชื้อสายจีน หรือ อินโดเชื้อสาียจีนไม่ค่อยได้ครับ
หรือ อื่น ๆไม่ค่อยได้ครับ
สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ความแตกต่าง แต่เป็นเรื่องของมุมมองและทัศนคติ และวิธีการอยู่ร่วมกันภายใต้ความ
แตกต่างมากกว่าครับ
naufal
7 March, 2010 - 00:12
Permalink
ผมมีเพื่อนเป็นจีน-มาเลย์
ผมมีเพื่อนเป็นจีน-มาเลย์ คนนึง เค้าบอกว่าเค้าเป็นจีน 75% ไทย 25%
ผม : ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เพื่อน : เป็นเพราะแม่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนพ่อเป็นคนจีน-มาเลย์
ผม : แล้วไม่มีส่วนเป็นมาเลเซียนเลยหรือ
เพื่อน : ไม่มี
ผม : ทำไมล่ะ
เพื่อน : เพราะมันทำกับเราไว้เยอะ
ผม : เรื่องอะไรล่ะ ภูมิบุตร (Bumiputera) เหรอ?
เพื่อน : ใช่
ผม : เรื่องใหญ่นักหรือ มีผลอะไรบ้างล่ะ?
เพื่อน : หลายอย่างเลย เช่น เป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้อย่างถาวร ใช้ได้แค่ 99 ปี ถ้าไม่ต่อก็จะหลุดไป หรือ ถ้าจะแต่งงานกับมุสลิมก็ต้องเปลี่ยนศาสนาก่อนไม่อย่างนั้นทางการจะไม่ออกเอกสารให้ การเรียนมหาวิทยาลัยพวกนี้ก็ได้ทุนแถมเยอะมาก ส่งไปเรียนต่อป.โท ป.เอกในทวีปยุโรปยังมีเงินเหลือกินเหลือใช้
ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เอามาแชร์ให้ฟัง
kohsija
7 March, 2010 - 00:30
Permalink
ออกจะประหลาดไปมาก
ออกจะประหลาดไปมาก สำหรับการแบ่งแยกคนในประเทศเดียวกันออกมาชัดขนาดนี้
คนเชื้อสายจีนในไทยทุกวันนี้ก็ยังเขียนว่าคนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ไม่มีปัญหาอะไร
คนไทยเชื้อสายจีน
7 March, 2010 - 04:33
Permalink
ขอมองต่าง
ขอมองต่าง (ด้วยคน)
ว่าเป็นการวิเคราะห์เหมือนตั้งธงไว้ก่อน
ว่ามันต้องมีความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติแน่ๆ
เสร็จแล้วจึงเอาเรื่องการอ่านหนังสือพิมพ์ต่างกัน เข้าไปจับ
ฉันใดก็ฉันนั้น
เหมือนกับมีคนมาเลเซียมาถามคนไทยว่า เพลงแบบไหนขายดีที่สุดในประเทศ
คนไทยตอบไปว่า บอกยาก
เพราะคนในกรุงเทพ ชอบฟังแกรมมี่, อาร์เอส
แต่คนชนบทชอบฟังลูกทุ่ง
ถ้างี้ คนมาเลเซียไปเขียน blog บอกว่า คนกรุงเทพ "กดทับ" คนชนบทอยู่
คนไทยคนไหนมาอ่านแล้ว ก็คงขำๆ กันไป
(จริงๆ ผมไม่รู้นะครับ ว่าประชาชนมาเลย์มีความขัดแย้งทางเชื้อชาติขนาดไหน
ผมแค่คิดว่า แค่เอาการอ่านหนังสือพิมพ์มาวิเคราะห์แล้วสรุปเลย มันก็ดูเป็นการอ้างอิงข้อมูลที่น้อยไปหน่อย)
mk
7 March, 2010 - 07:23
Permalink
ไม่นึกว่าเอนทรีนี้จะได้รับควา
ไม่นึกว่าเอนทรีนี้จะได้รับความนิยมขนาดนี้นะครับ ตอบทีละคน
ตอบคุณ: inanza และ Iterator
ประเด็นเรื่องพวกนี้ยังตั้งใจว่าจะเขียนถึงอีกหลายตอนครับ เพียงแต่กะจะเขียนแยกเป็นตอนย่อยๆ ไม่ให้ประเด็นมันปนกัน
ตอบคุณ: lawender
เป็นมุมมองที่น่าสนใจครับ คือ รอบนี้ผมไม่ได้คุยกับคนมาเลย์มาเลย์เลย (แต่คุยกับอินเดีย-จีน ระดับตัวเอ้ทั้งนั้น) ก็ได้มุมมองคนละแบบกันอยู่แล้ว
ตอบคุณ: naufal
จริงๆ ก็ได้ข้อมูลคล้ายๆ กันมาครับ อย่างเรื่องทุนและเรื่องเรียนนี่ตรงมาก การสอบ entrance มีโควต้าว่าให้คนมาเลย์กี่ % จีนกี่ %
ตอบคุณ: คนไทยเชื้อสายจีน
อันนี้คุณคิดไปเองไงครับ ผมคุยกับคนเยอะมาก แต่ไม่ได้เขียนเรื่องที่ฟังมาทั้งหมดอยู่แล้ว เอาเฉพาะที่ stunning มาลงเฉยๆ
petitpor
7 March, 2010 - 10:24
Permalink
ความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒ
ความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมมีอยู่ในหลายประเทศ เราคิดว่ามาเลเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งจัดการมันได้ดีพอสมควร
มองอย่างหยาบๆ ที่สุด คนหลากหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมในมาเลเซียยังมี "พื้นที่ทางวัฒนธรรม" ของตัวเองอยู่ ยังพูดภาษาตัวเองได้ แต่งตัวในแบบทีอยากแต่งออกไปเดินบนถนน (แล้วไม่ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด) มีหนังสือพิมพ์ในภาษาที่ตัวเองอยากอ่าน ฯลฯ
เรามีเพื่อนหลายคนเป็นมาเลย์มุสลิม เคยไปนั่งกินเบียร์ด้วยกันใน KL ขณะที่เพื่อนๆ เชื้อสายจีนและอินเดียก็นั่งดื่มกับเรา เพื่อนมาเลย์มุสลิมนั่งเฉยๆ พวกเขาบอกว่า บทลงโทษของการดื่มสำหรับคนมาเลย์มุสลิมนั้นหนัก ซึ่งเขาก็ยอมรับ เพราะสำหรับคนมุสลิมอย่างเขานั้นศาสนาคือหลักปฏิบัติของชีวิต (ซึ่งเราเข้าใจได้ เพราะมีเพื่อนๆ มุสลิมทางชายแดนใต้ที่ไปนั่งดูเราดื่มอยู่บ่อยๆ) ส่วนคนจีนและอินเดียจะเป็นอย่างไรนั้นเขายอมรับได้ แต่ถ้าเป็นมาเลย์มุสลิม คุณต้องปฏิบัติตามหลักศาสนา
รัฐบาลมาเลเซียจัดการกับความแตกต่างหลากหลายด้วยการสนับสนุนและให้สิทธิพิเศษแก่คนเชื้อชาติมาเลย์ แต่ก็ไม่ได้บังคับหรือห้ามพลเมืองเชื้อชาติอื่น ศาสนาอื่น ให้ละทิ้งวัฒนธรรมของตัวเอง (อาจจะทำแบบเนียนๆ แต่ไม่ได้โจ่งแจ้งแบบรัํฐไทย)
และอย่างน้อยที่สุด ระบบราชการของเขาก็ยังมีภาษาต่างๆ ให้พลเมืองเลือกที่จะสื่อสาร
ถ้าคุณข้ามฝั่งกลับมาที่สามจังหวัดชายแดนใต้บ้านเรา คุณจะเห็นวิธีที่รัฐไทยใช้จัดการกับความแตกต่างหลากหลายที่นี่ ระบบราชการต่างๆ นั้นถูกดูแลโดยคนไทยเชื้อสายไทยที่ส่วนกลางส่งมา คนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูจะไปติดต่อราชการนั้นมีปัญหาในการสื่อสารมากและถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่พลเมืองไทย พวกเขาถูกบังคับให้เข้าโรงเรียนไทย ใช้ภาษาไทยเท่านั้นในการเรียน เวลาไปโรงพยาบาล จะหาป้าย "ห้องฉุกเฉิน" เป็นภาษาของตัวเองก็ไม่มี เพื่อนเราซึ่งเป็นหมอที่นั่นเคยทำป้ายชื่อต่างๆ เป็นภาษามลายูไปติด แต่ถูกส่วนกลางสั่งให้ปลดทิ้งด้วยเหตุผลว่า "เป็นภัยต่อความมั่นคง"...
แม้ตอนนี้ จะมีความพยายามในการแก้ปัญหาด้วยการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้คนมลายูมุสลิมในสามจังหวัดมากขึ้น (โรงพยาบาลก็ได้ีัรับอนุญาตให้ใช้ภาษามลายูในการสื่อสารได้แล้ว) แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่า "เคารพในความแตกต่าง" อยู่มาก
เห็นด้วยกับคุณ terator ค่ะว่า การที่แต่ละเชื้อชาติสามารถรักษา ทุนทางวัฒนธรรมของเขาได้ จะดีที่สุด :)
Add new comment