Two Days in Kuala Lumpur

เป็นการเยือน KL ครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรกสมัยยังเด็กมาก Petronas ยังไม่มีเลยมั้ง จำอะไรไม่ได้สักเท่าไร

รอบนี้มาประชุม พูดคุย เรียนรู้ ยังไม่ได้ไปเที่ยวเท่าไรนัก เท่าที่อยู่มาเกือบสองวัน หนึ่งคืน ได้ประสบการณ์ว่า

  • KL สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยกว่ากรุงเทพ แต่ยังไม่เรียบชิ้งขนาดสิงคโปร์
  • วัดกันที่ระดับความเจริญ KL ก็พอๆ กับกรุงเทพ แต่ว่ามัน well-organized กว่า
  • อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกว่าชีวิตประจำวันใน KL เช่น ตามบ้านเรือน ถนนหนทาง มันขาดสีสันไปหน่อย ไม่ต้องเทียบถึงเมืองไทยก็ได้ ตอนที่ไปปีนัง ยังรู้สึกว่ามัน lively กว่า การเดินทาง

  • KL มีสนามบิน 2 แห่ง ที่แรกเป็นสนามบินเก่าที่อยู่ใกล้เมืองหน่อย ส่วนสนามบินหลักตอนนี้คือ KLIA อยู่ห่างเมืองไปไกลมาก 50 โล ไกลว่าสุวรรณภูมิ

  • ด้วยความรุ่งเรืองของสายการบิน low cost ในละแวกนี้ ซึ่งมีต้นตอมาจากมาเลย์นี่เอง ทำให้ KLIA เปิดเทอร์มินัลที่สองสำหรับสายการบิน low cost โดยเฉพาะ ชื่อว่า LCCT (Low Cost Carrier Terminal) อยู่ห่างจากเทอร์มินัลหลักไปหน่อย อะไรๆ ของ LCCT จะดูบ้านๆ สมราคาไปหมด เช่น ลงจากเครื่องบินก็ไม่มีงวงให้เดิน ต้องลงบันไดแล้วเดินเข้าอาคารบนพื้น (รถยนต์รับส่งก็ไม่มีนะ!) ถ้าฝนตกคงไม่เหลือ
  • การเดินทางไป KLIA ถ้าไปเทอร์มินัลหลัก สะดวกสบายมาก มีรถไฟความเร็วสูงบริการ ใช้เวลา 25 นาทีเองมั้ง แต่ถ้าเป็น LCCT ไม่มีแบบนี้ ต้องนั่งไปลง KLIA ก่อน หรือไม่ก็นั่งรถบัสไปจากในเมือง ไปที่ LCCT เลย
  • รสบัสมีให้เลือกหลายยี่ห้อ ราคาอยู่ที่ 8-9RM ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชม. ที่เห็นเป็นรถของ Air Asia ชื่อ SkyBus
  • คิวรถบัสมีแขกอินเดียหน้าตาโหดๆ คุม (แต่ไม่มีอะไรน่ากลัว) ซื้อตั๋วได้บนรถ หรือจะซื้อที่เทอร์มินัลก็ได้ เค้าจะตรวจตั๋วก่อนลงรถ

Airasia SkyBus

  • ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของ KL อยู่ที่สถานี KL Sentral (Central) รสบัสจะมาลงที่นี่ รถไฟลอยฟ้า บนดิน ใต้ดิน เกือบทุกสายจะผ่าน KL Sentral (คล้ายๆ กับเมืองใหญ่หลายแห่ง ที่มีสถานีกลางเมือง)
  • การคมนาคมที่นี่ดีมาก สาธารณูปโภคด้านการขนส่งด้วยรางดีเยี่ยม แต่คุยกับเพื่อนมาเลย์ เค้าบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นสมัยมหาเธร์ พอเปลี่ยนนายก หลังจากมหาเธร์แล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเลย
  • ค่ารถไฟถูกกว่าเมืองไทยมาก นั่ง 5 ป้าย คิด 1.3 RM (13 บาท) เมืองไทยไม่ได้ราคานี้ ส่วนค่าข้าวแพงกว่าเมืองไทยนิดหน่อย
  • ที่ผมชอบมากใน KL คือ บริเวณที่ไม่มีแอร์ แต่มีผู้คนคับคั่ง เช่น สถานีรถไฟ ทางเดินใต้ตึก มักจะมีพัดลมบริการ ดังภาพ

KL Sentral Station

  • อีกอย่างที่สังเกตได้ใน KL คือมีตึกจำนวนชั้นสูงๆ เยอะกว่าเมืองไทย คือ ตึกส่วนมากมัก 20-30 ชั้นขึ้นไป ถ้ามีตึกก็สูงไปเลย ไม่ค่อยมีพวก 4-5 ชั้น หรือ 8-10 ชั้นแบบบ้านเรา
  • ใต้คอนโดหรือออฟฟิศ มักทำเป็น mall ขนาดเล็ก
  • KL มีความหลากหลาย (และความขัดแย้ง) ของเชื้อชาติสูง พวกมาเลย์ จีน อินเดีย (ส่วนมากเป็นแขกทมิฬจากภาคใต้ของมาเลย์) ไม่ค่อยสุงสิงกันนัก
  • อาจเป็นเพราะความใกล้ด้านระยะทาง คนมาเลย์จะเข้าใจวัฒนธรรมของคนอินโด คนติมอร์ ดีกว่าฝั่งอินโดจีน คงอารมณ์เดียวกับคนไทยรู้จักลาว เขมร ดี แต่ไม่รู้เลยว่าอินโดมีอะไร ติมอร์มีอะไร
  • ผมเพิ่งรู้ว่าแบรนด์ F&N นี่เป็นของมาเลย์ ทำหลายอย่างทั้งขนม และซอฟต์ดริงค์ ในขณะที่บ้านเราทำแต่รังนก

iPhone 3GS in Malaysia

  • ปิดท้ายด้วยโฆษณา iPhone มาเลย์

Comments

ผมพูดให้ใครที่ไม่เคยไป KL ว่า

"KL คือเมืองที่พยายามเป็นสิงคโปร์ โดยมีคนแบบคนไทยอาศัยอยู่"

อ้อ... ค่าข้าวแพงกว่านิดหน่อย ได้เยอะกว่ามาก จนผมคิดว่า จริงๆแล้วมันถูกกว่าเมืองไทยนะถ้าเทียบกับปริมาณ

ปล. ผมยังไม่เคยเห็น สะพานลอยที่ KL เลยครับ และคนที่นั่น มันก็วิ่งข้ามถนนกันหน้าตาเฉยจริงๆ

อืม ข้าวเยอะจริงๆ ครับ กินมาสองสามมื้อเริ่มรู้ซึ้ง

นม carnation นี่ก็ F&N นะครับ

mollom มันบอกผมเป็น spam ตลอดเลยให้ตายสิ

taxi ที่มาเลย์ ผมว่ามันเหมือน taxi เมืองไทยเมื่อซัก 10 ปีก่อน มิเตอร์มีก็ไม่เปิด จะเหมาอยากเดียว รถก็เก่า รึว่ามันเป็นแต่เฉพาะกับนักท่องเที่ยวหว่า

Add new comment