Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
หลังจากเขียน My Thought on Nexus One ไปเมื่อตอนเช้าวันนี้ ก็เกิดอาการ "ซาโตริ" ทางปัญญา เมื่อถึงออฟฟิศ ผมก็ใช้เวลาช่วงสายจนถึงเที่ยง เขียน Nexus One เมื่อกูเกิลหันมาขายโทรศัพท์มือถือเอง แบบรวดเดียวจบ ซึ่งถือว่าเป็นงานเขียนที่ดีที่สุดของตัวเองในรอบหลายเดือน และเป็นงานเขียนชิ้นแรกที่เขียนด้วยสไตล์ Industry Analysis (ช่วงหลังๆ ผมอ่าน BusinessWeek และ New York Times เยอะมาก ได้อิทธิพลมาเต็มๆ)
ผมคิดว่าประโยคที่สำคัญที่สุดในบทความคือ
การขายเครื่องโดยตรงของกูเกิลในครั้งนี้ เป็นความพยายามของกูเกิลในการทำลายโครงสร้างเดิมของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในโลกตะวันตก ซึ่งถูกผูกขาดมานานโดยผู้ให้บริการหรือโอเปอเรเตอร์
ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ กลับมาดู tech headline อีกรอบ ก็พบว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกันมากเช่นกัน * เริ่มจากตัวกูเกิลเอง ซึ่งรู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ เป็นผลให้มีบล็อก Our new approach to buying a mobile phone ใน Official Google Blog * ฝั่ง Ars Technica เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และมีส่วนปูพื้นถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมมือถือสหรัฐอย่างละเอียด Google's biggest announcement was not a phone, but a URL * เช่นเดียวกับ Business Insider ในบทความ Google's Biggest Phone Move: Disrupting Carriers By Selling Direct To You พูดถึงประเด็นเดียวกับ Ars * มุมมองเห็นแย้งก็น่าสนใจ ZDNet Did Google revolutionize mobile phone buying? Nope บอกว่าความพยายามขายเครื่องแบบไม่ติดสัญญาของกูเกิล ไม่ต่างอะไรกับความพยายามของหลายบริษัทก่อนหน้านี้ ที่ล้มเหลว * TechCrunch Apple And Google Just Tag Teamed The U.S. Carriers มองว่ายุทธศาสตร์ของกูเกิลเกิดจากความช่วยเหลือ (โดยไม่ตั้งใจ) ของแอปเปิล ซึ่ง argument ของ TechCrunch ในแง่ "อำนาจต่อรอง" ของทั้งแอปเปิลและกูเกิลต่อโอเปอเรเตอร์นั้นน่าสนใจมาก และใช้ค้านกับบทความของ ZDNet ได้อย่างทรงพลัง * New York Times พูดคล้ายๆ กับ ZDNet คือมองว่าเป็นความพยายามที่ดี แต่หนทางอีกยาวไกล Google Shakes but Doesn’t Upend the Cellphone Market
เมืองไทยไม่มีมือถือติดสัญญา (ยกเว้น iPhone ของ True) ถือว่าล้ำกว่าโลกตะวันตกมาก และอาจจะมองความบิดเบี้ยวและการผูกขาดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในสหรัฐไม่ชัดนัก อย่างไรก็ตาม บทเรียนที่น่าสนใจคือ กูเกิลจะใช้ disruptive innovation สร้างอำนาจต่อรองเพื่อทำลายโครงสร้างการผูกขาดได้อย่างไร ซึ่งถ้าเราศึกษาแนวทางลักษณะนี้ อาจนำมาใช้ทำลายโครงสร้างการผูกขาดในด้านอื่นๆ ของเมืองไทย (ซึ่งมีเยอะกว่าเมืองนอกมาก) ได้เช่นกัน
Comments
Sikachu!
7 January, 2010 - 00:09
Permalink
เช่น การรถไฟ? ฮา ...
เช่น การรถไฟ?
ฮา ...
สาวก chanwit
7 January, 2010 - 01:25
Permalink
>
> อาจนำมาใช้ทำลายโครงสร้างการผูกขาดในด้านอื่นๆ ของเมืองไทย (ซึ่งมีเยอะกว่าเมืองนอกมาก)
Is this about the 'gravity' you've mentioned?
kerberos
7 January, 2010 - 07:40
Permalink
เช่น การผูกขาดความดี???
เช่น การผูกขาดความดี???
mk
7 January, 2010 - 08:21
Permalink
การผูกขาดเมืองไทยนี่เยอะนะครั
การผูกขาดเมืองไทยนี่เยอะนะครับ มองไปรอบตัวก็เจอเรื่อยๆ เช่น เดินไปทุกถนนก็เจอ 7-11 หรือทำไมผมโกนหนวดแล้วต้องใช้แต่ใบมีดโกน Gillette โคตรแพง อย่างนี้เป็นต้น
ยังมีอีกหลายๆ เรื่อง เช่น บ้านผมมีเฉพาะสายโทรศัพท์ TRUE เข้าถึง ก็ต้องจำยอมใช้ ADSL ของ True ด้วย ถ้าเรามีวิธีที่มัน disruptive กว่าอย่าง 3G หรือ WiMax มันก็จะ paradigm shift พลิกโฉมของพวกนี้ออกไปได้
chayanin
7 January, 2010 - 18:52
Permalink
จำได้ว่าตอนที่ Orange
จำได้ว่าตอนที่ Orange เปิดตัวใหม่ๆ ก็มีลักษณะติดสัญญาอยู่ แต่ก็หายไปตอนหลัง
ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะตลาด post-paid มันค่อนข้างแคบด้วยก็ได้
Add new comment