คนไทย หายจน (Tackling Poverty)

มีคนให้ยืมหนังสือเล่มใหม่ของทักษิณมาครับ ชื่อไทยคือ "คนไทย หายจน (เสียดายถูกปล้นเสียก่อน)" แปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ Tackling Poverty

คนไทย หายจน

หนังสือเล่มนี้ขึ้นเครดิตว่าทักษิณเป็นคนเขียน แต่ในเล่มลงรายละเอียดว่าเรียบเรียงเป็นภาษาอังกฤษโดย Anil Bhoyrul บวกกับวิธีการเขียนในเล่ม ผมเข้าใจว่าหมอนี่ rewrite จากการสัมภาษณ์ทักษิณ มากกว่าที่ทักษิณจะเขียนเองกับมือทั้งหมดนะครับ

ฉบับภาษาไทยพิมพ์โดยเครือวัฏจักร นอกจากแปลเนื้อหาจากต้นฉบับแล้ว ยังมีบทสัมภาษณ์ทักษิณโดยทีมงานของ นสพ. โลกวันนี้ (ไม่ได้ลงวันที่ แต่เข้าใจว่าเป็นกันยา 52) แต่หนังสือก็ไม่หนามากครับ รวมแล้ว 174 หน้าแบบใช้ฟอนต์ใหญ่ๆ อ่านแป๊บเดียวก็จบ

เนื้อหาในเล่มพูดถึงความสำเร็จของทักษิณในการแก้ปัญหาของประเทศ ตลอด 5 ปีที่ได้เป็นรัฐบาล โครงการต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น 30 บาท, กองทุนหมู่บ้าน, OTOP ฯลฯ ไม่มีอะไรใหม่มากนัก เพียงแต่เป็นเรื่องเล่าจากปากของทักษิณเอง (ที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน)

อ่านแล้วก็สนุกดีครับ ความน่าสนใจของมันก็อย่างที่ว่า คือรู้ที่มาที่ไปของนโยบายพรรคไทยรักไทย ผมชอบที่เกือบทุกเรื่องเป็น data-driven อิงบนพื้นฐานข้อมูล (ที่รัฐบาลไทยก่อนหน้านั้นไม่เคยมี) และวิธีการของทักษิณเพื่อ "ได้มาซึ่งข้อมูล" ก็น่าสนใจมากๆ เช่น ให้นักเรียนหรือคนจนที่จะขอเงินเขียนเรียงความส่งเข้ามา ซึ่งจะได้ข้อมูลจริงจากคนในพื้นที่โดยตรง ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก

ส่วนข้อเสียของหนังสือเล่มนี้คือขี้โม้มากไปหน่อย (ตามสไตล์ทักษิณ) อ่านแล้วหลายจุดน่ากังขาว่ามันเป็นผลงานของทักษิณทั้งหมดจริงๆ เหรอ

เท่าที่ผมประเมินจากเนื้อหา เป้าหมายของหนังสือเล่มนี้มี 2 อย่าง อย่างแรกน่าจะเป็นการโฆษณาผลงานของทักษิณในตลาดโลก (เพื่อขยายฐานการเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลประเทศต่างๆ) อันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามันประสบความสำเร็จแค่ไหน เพราะว่าหนังสือเงียบมาก (เป็นสำนักพิมพ์ในดูไบ ไม่มีใน Amazon ด้วยซ้ำ อ่านรายละเอียดใน Bangkok Pundit)

เป้าหมายที่สองนั้นชัดเจนว่าเขียนเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากคนไทยในฉบับแปล เพราะตอนท้ายของทุกบท ทักษิณจะเขียนว่า "ผมจะทำโครงการ... ต่ออีกครั้ง ถ้าผมได้กลับมาเป็นนายก" ผมว่าจุดแข็งอย่างหนึ่งของทักษิณคือเล่นกับความจริงที่ไม่มีวันเกิดขึ้น (เป็นนายก 5 ปี แก้ปัญหาความจนได้ในระดับหนึ่ง ถ้าเป็น 8 ปีจะแก้จนได้หมด) ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไรถ้าเป็นครบ 8 ปี แต่ดูจาก track record เดิม มันก็ "น่าจะ" เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ประเด็นเฉพาะที่ผมสนใจคือเรื่องกองทุนหมู่บ้าน อ่านแล้วแนวคิดการให้เงินกู้กับคนจนที่ไม่มีหลักประกัน ช่างคล้ายกับ Grameen Bank ของโมฮัมหมัด ยูนุส ยิ่งนัก แต่การเงินไม่ใช่สิ่งที่ผมเชี่ยวชาญ เลยถามคุณ @fringer ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยูนุสว่ามันคล้าย-ต่างกันอย่างไร คำตอบตามนี้

They are extremely different. Similar in concept, maybe, but the execution is key :) Thaksin's scheme was very badly implemented.

คุณ @fringer ให้บทความอ่านประกอบมาหนึ่งชิ้น ใครสนใจตามไปอ่านได้ครับ (ผมก็ยังไม่ได้อ่านเหมือนกัน แฮะๆ)

ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • ทักษิณบอกว่าใช้ Google Maps ประกอบการวิเคราะห์เรื่องที่ดิน แต่ Google Maps เปิดตัวครั้งแรกปี 2005 ส่วนทักษิณโดนโค่นปี 2006 จุดนี้ผมเข้าใจว่าเป็นความเข้าใจผิดของทักษิณเอง ที่อาจเรียก GIS/Google Maps สับสนกัน
  • ตอนที่ทักษิณได้รับแจ้งเรื่องสึนามิ เขาถามว่า "มันคืออะไร"
  • ทักษิณตั้งใจจะประกาศลาออกจากตำแหน่งนายก ในวันแซยิด (26 ก.ค. 2552) ก่อนหมดวาระนายกในช่วงปลายปี 2552
  • ทักษิณพูดถึงคดีดา ตอร์ปิโด โดยเอ่ยชื่อชัดเจน

สรุปว่าสนุกใช้ได้ แต่คงไม่ได้อะไรใหม่มากนัก ถ้าให้ผมออกเงินซื้อเองก็คงคิดหนักเหมือนกัน

ลิงก์อ่านประกอบ

Keyword:

Comments

หลังโดนโค่นล้มมา ก็มีคนพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถ้ามีหนังสือออกแผงแบบนี้ ก็คงต้องเงียบเป็นธรรมดา

เรื่อง "กองทุนหมู่บ้าน" สำหรับคนที่ตามข่าวแบบ "ไม่มี bias"
จะเห็นว่ามีทั้งข้อมูลที่บ่งบอกถึงความล้มเหลวสุดๆ (เช่น กู้เงินไปซื้อมือถือ ฯลฯ) กับความสำเร็จสุดๆ (เช่น หนี้เสียเป็นเปอร์เซนต์น้อยมากๆ ฯลฯ)
ก็แปลกดีเหมือนกัน

ส่วนการเอาไปเปรียบเทียบกับ การ์มีน นั้น (รู้จักการ์มีนจากการอ่านหนังสือของยูนุส - แปลโดยสนพ.มติชน)
ผมว่าบริบทมันต่างกัน
ลูกค้าการ์มีนนั้น มันยิ่งกว่ารากหญ้าของรากหญ้าซะอีก เพราะชาวบ้านบังคลาเทศยากจนกว่าคนไทยในชนบทหลายๆ เท่า เรียกว่า กู้การ์มีนให้ตายยังไง ก็ไม่มีทางฟุ่มเฟือย หรือใช้เงินผิดทาง พูดง่ายๆ สภาพเศรษฐกิจมันล็อกไว้อยู่แล้ว
ส่วน กองทุนหมู่บ้าน อาจจะมีปัญหามากกว่า เพราะเงินกู้ก้อนใหญ่กว่า ปัญหาในการ implement มันก็ต้องมากกว่าเป็นธรรมดา

Add new comment