Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ด้วยความสัตย์จริง Gundam SEED Destiny เป็นกันดั้มภาคที่ห่วยที่สุดตั้งแต่ดูมา แต่ก็ด้วยความเป็นแฟนกันดั้ม พอเดินไปเจอวีซีดี SEED Destiny: Special Edition ของ DeX ใส่กระบะขายอยู่ ก็อดซื้อมาดูไม่ได้
SEED Destiny: Special Edition เป็นภาพยนตร์ฉบับตัดต่อใหม่ เอาตอนที่ฉายทีวีทั้ง 50 ตอนมาตัดรวม เพิ่มบางฉาก เขียนบางฉากใหม่ (ทำนองเดียวกับ Z Gundam: A New Translation สุดท้ายออกมาได้ 4 ตอน ตอนละ 90 นาที
ชื่อตอนก็นับว่าเท่อยู่
สำหรับตอนแรกที่เพิ่งดูไป เริ่มเหมือนในฉบับทีวี คือ ฝ่ายโลกเข้าไปขโมยกันดั้มของ ZAFT ที่ Armory One ตามด้วยเหตุการณ์ Junius Seven ตกใส่โลก, เปิดสงคราม Bloody Valentine War รอบสอง, คิระได้ Freedom กลับคืน และปิดท้ายด้วยอัสรันได้หุ่นใหม่ Savior (ซึ่งเป็นหุ่นที่น่าสงสารที่สุดในซีรีย์เพราะไม่มีบทบาทอะไรเลย)
การตัดต่อใหม่ทำให้ Seed D กระชับขึ้นมาก ตามข้อมูลใน Wikipedia บอกว่าตอนแรกเป็นการรวมเอาตอน 1-13 ในทีวี (ทำให้ผมเพิ่งรู้ว่ากว่าที่อัสรันมันจะได้หุ่นก็ปาเข้าไป 13 ตอนแล้วเหรอวะเนี่ย) แต่แน่นอนว่าการตัดต่อลักษณะนี้ก็ทำให้หลายๆ จุดห้วนไปบ้าง เช่น ฉากที่คางาริไปที่ยาน Minerva ก่อนประกาศสงคราม หรือฉากที่ทหารของ ZAFT บุกบ้านของคิระ ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหานักเพราะผมดูเวอร์ชันเต็มมาหมดแล้ว
พอได้มาดูย้อนแบบนี้ เลยแยกแยะคุณภาพของงานแต่ละช่วงได้ชัดเจนมากขึ้น ตอนที่ดีที่สุดในแผ่นแรกคือช่วงที่ Junius Seven ตกใส่โลก
ฉบับที่ดูเป็นวีซีดีพากษ์ไทย (ร้านที่ซื้อไม่มีแบบดีวีดี ถึงมีผมก็คงไม่ซื้อเพราะไม่ใช่ภาคที่ชอบจนลงทุนซื้อเป็นดีวีดี) ซึ่งก็พากษ์ใช้ได้เลยล่ะ เสียอย่างเดียวคือเสียงของคางาริแก่ไปหน่อย เคยฟังเสียงต้นฉบับแล้วมันผิดอิมเมจไปนิด
Comments
zybernav
15 September, 2009 - 11:58
Permalink
ดูจบไปเมื่อ 3 ปีก่อน
ดูจบไปเมื่อ 3 ปีก่อน จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว ตอนนี้ที่บ้านยังมี model ของ strike freedom กับ justice รอให้ไปต่ออยู่เลยครับ
Add new comment