Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ความเดิม: Dune Messiah
เล่มสามในซีรีย์ Dune ได้เล่มนี้มาพร้อมๆ กับ Xenocide (เล่มสามในซีรีย์ Ender) จากงานหนังสือรอบมีนาคม 2009
ทั้งที่เป็นเล่มสามในซีรีย์ Scifi ชื่อดังเหมือนกัน ความต่างคือ ผมอ่าน Xenosaga จบภายในเวลาสองวัน ในขณะที่ใช้เวลาเป็นเดือนในการอ่าน Children of Dune ประสบการณ์ในการอ่าน Dune เล่มแรกของผมนั้นน่าประทับใจมาก ธีมหลักของเรื่องคือการชิงอำนาจกันบนดาวเคราะห์ทราย "อาร์ราคิส" โดยมีระบบจักรวาลที่ซับซ้อนเป็นฉากหลัง (เช่น ระบบศาสนา, ระบบการค้า, ระบบเผ่าพันธุ์) ไคลแมกซ์ของเรื่องก็เท่+โรแมนซ์มาก เมื่อพอล อทรัยเดส หนีตายไปพึ่งเผ่าเฟรเมนและพลิกเกมยึดอำนาจจากจักรพรรดิแห่งอวกาศมาได้แบบสุดมันส์
พอมาเป็น Dune Messiah เล่มสอง แทบจะกลายเป็นนิยายคนละคนเขียนที่ใช้ settings เดิมเลย Dune Messiah เล่าถึงจักรวรรดิในยุคของพอล อทรัยเดส ที่โดนขั้วอำนาจเก่ารุมกินโต๊ะ สุดท้าย พอลรับความกดดันทั้งจากนอกอาณาจักรและจากนิมิตรที่มองเห็นในอนาคตไม่ไหว หนีไปตายในทะเลทรายเพียงลำพัง เนื้อเรื่องเล่มนี้ก็โอเคประมาณหนึ่ง ไม่สนุกเท่าเล่มแรกเพราะว่าพระเอกแพ้ แต่ส่วนที่แย่คือภาษาที่ใช้ในเรื่องนั้นเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะในโลกของ Dune (อารมณ์เดียวกับ LotR) และบทสนทนาที่แหลมคมในเชิงศาสนา ปรัชญา และการปกครอง (แต่ผมอ่านไม่เข้าใจ) คะแนนความประทับใจลดฮวบเมื่อเทียบกับเล่มแรก
ในเล่มสาม Children of Dune กล่าวถึงอาร์ราคิสหลังการสาบสูญของจักรพรรดิพอล อทรัยเดช การเมืองในช่วงนี้ยังไม่นิ่ง ยังมีศึกภายในระหว่างเครือญาติแขนงต่างๆ ของพอล+มิตรสหายลูกน้องเก่า แย่งชิงอำนาจกัน ก่อนที่สุดท้าย เลโต II ลูกชายของพอลจะกินรวบอำนาจทั้งหมดลงได้
ภาษาและการเล่าเรื่องจะคล้ายๆ กับเล่มสอง ในครึ่งแรกของเรื่องมีแต่บทสนทนาน่าเบื่อมาก ส่วนครึ่งหลังเริ่มมีแอคชันเข้ามามากขึ้น ผมสังเกตว่าวิธีการเล่าเรื่องของ Dune สองเล่มหลังจะใช้วิธี "เกิดเหตุการณ์ก่อน แล้วตัวละครจะอธิบายให้ผู้อ่านฟังทีหลัง" ซึ่งจะต่างไปจากไซไฟสายอาสิมอฟ-การ์ด ที่ผู้อ่านต้องคิดตามไปในจังหวะเดียวกับตัวเอกของเรื่อง
เนื่องจากไปแอบอ่านเรื่องย่อทั้งซีรียส์มาแล้ว Children of Dune เป็นการวางโครงเรื่องระยะยาวไปสู่เล่ม 4-6 จึงมีช่วงสร้างปมเอาไว้เยอะ ผมคิดว่าในแง่ของการสร้างจักรวาลของซีรียส์ Dune สมบูรณ์พอๆ กับ LotR แต่ถ้าพิจารณาเป็นรายเล่ม ส่วนพวกนี้กลับทำให้นิยายเฉพาะเล่มไม่สนุกเท่าที่ควรจะเป็น
สรุปว่า ชีวิตของผมกับ Dune ก็คงจะหยุดไว้แค่นี้ ถ้ามีใครมาถามจะแนะนำให้อ่านเฉพาะเล่มแรก
Children of Dune มีชื่อภาษาไทยว่า "ทายาทจอมราชันย์" แปลโดย สมลักษณ์ ศิริบูรณ์ สำนักพิมพ์ Mild Publishing ในช่วงต้นๆ มีเล่าเรื่องเดิมของเล่ม 1-2 และจักรวาลของ Dune ให้ด้วย อย่างไรก็ตามแผนที่ประกอบเป็นแผนที่ของเล่ม 1 และแทบจะใช้ไม่ได้กับเล่ม 3 เลย คุณภาพของงานแปลพูดลำบากเพราะไม่ได้อ่านฉบับภาษาอังกฤษเทียบ (อย่างไรก็ตาม เห็นใจคนแปลเพราะว่าศัพท์เฉพาะมันเยอะมาก) ส่วนคุณภาพของการพิสูจน์อักษรเข้าขั้นแย่ พิมพ์ผิดเพียบ
Comments
Rerng®IT
30 May, 2009 - 21:16
Permalink
เกือบทุกคนพูดคล้ายๆ
เกือบทุกคนพูดคล้ายๆ กันหมดเลยว่า "อ่านเล่มแรกเล่มเดียวพอ" ฮ่าๆๆ
Add new comment