Analytic Culture via Football

เมื่อสักครู่ผมเดินไปซื้อชาเย็นจากรถเข็นข้างถนน 15 บาท ระหว่างรอคนขายชงชา ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างคนขายกับลูกค้าประจำที่นั่งอยู่แถวนั้น ข้อความอาจไม่ตรงนักแต่ใจความประมาณนี้

"แมนยูน่าจะป้องกันแชมป์ได้ทั้งสองอันที่เหลืออยู่"<br/> "พรีเมียร์ลีกน่ะได้ชัวร์อยู่แล้ว แต่แชมเปี้ยนส์ลีกนี่ 50:50 นะ"<br/> "ถ้าอาร์เซนอลไม่ยอมซื้อตัวเก่งๆ ซื้อแต่เด็ก ก็อีกนานกว่าจะกลับมายิ่งใหญ่อีก"

ฯลฯ

ผมยืนฟังเงียบๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจรู้สึกว่ามันเป็นการวิเคราะห์ที่เป็นเรื่องเป็นราวมาก!

ผมไม่คิดว่าบทสนทนาในลักษณะนี้จะอยู่แต่เฉพาะรถเข็นขายชาเย็นข้างถนนเท่านั้น เราจะพบบทสนทนาแบบเดียวกันนี้ทั่วไปตามวินมอเตอร์ไซด์ ในแท็กซี่ คนขายของในซูเปอร์มาร์เก็ต ยาม ฯลฯ นี่ยังไม่รวมอาชีพชนชั้นกลางอีกมากที่ผมจงใจละเอาไว้ ไม่แน่ว่าเราอาจเดินผ่านคนกวาดขยะที่กินข้าวพักเที่ยง หรือเกษตรกรที่กำลังดำนาไปคุยกันไป แล้วได้ยินบทสนทนาว่า

"บาร์ซาจะเป็นแชมป์หรือเปล่า"<br/> "ถ้าจับเมสซีดีๆ แล้วกันลูกกลางอากาศในแน่นๆ ก็เสร็จผี"

ประเด็นของผมก็คือ "คนชั้นล่าง" ที่คนชั้นกลางเคยดูถูกว่า "โง่ ไร้การศึกษา ขายเสียง ตกเป็นเหยื่อนักการเมือง" กลับมีบทสนทนาที่สะท้อนให้เห็นถึงความลุ่มลึกในการวิเคราะห์ไม่ด้อยไปกว่าคนชั้นกลางเลย (เผลอๆ เหนือกว่าด้วย) เป็นไปได้ไหมว่าคนชั้นกลางอย่างเราๆ จะต้องย้อนกลับมาวิเคราะห์กรอบความคิดและความเชื่อของตัวเองเสียใหม่ว่าแท้จริงแล้ว คนรากหญ้านั้นโง่จริงหรือ?

แน่นอนว่ามันเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อสรุป ยังมีคำถามอีกมากให้ขบคิดต่อ

  • บทสนทนาเชิงวิเคราะห์ลักษณะนี้จะมีอยู่นอกโดเมนของฟุตบอลหรือไม่? ถ้าไม่ ทำไมมันถึงเกิดกับฟุตบอลเท่านั้น, ถ้าใช่ ลักษณะร่วมกันของมันคืออะไร
  • เราประสบความล้มเหลวในการสอนคนให้คิดวิเคราะห์เป็นเหตุเป็นผลในเชิงตรรกะ ผ่านการสอนในห้องเรียน ทำไมฟุตบอลกลับประสบความสำเร็จแบบนั้นได้?
  • เราสามารถนำบทเรียนพวกนี้กลับมาประยุกต์ใช้ สำหรับการเรียนการสอน การอบรมแบบ "ในกรอบ" (ในที่นี้คือ orthodox) ได้หรือเปล่า?
  • โครงสร้างทางวัฒนธรรม-สังคม ของไทยนั้นเป็นอย่างไร ทำไมฟุตบอลต่างประเทศจึงใช้เวลาไม่นานนัก (10-20 ปี) ถึงเจาะเข้ามายังชีวิตประจำวันของผู้ชายไทยกลุ่มใหญ่ได้ขนาดนี้

Comments

1. ถ้าลด (เอาแค่ลด คงเลิกไม่ได้) เส้นสาย คอรัปชั่น ทำงานแบบไฟใหม้ฟาง ตามกระแส ของคนใหญ่คนโต
2. ถ้ามีสนามให้เราเล่นบอลแบบฟรีๆ และเพียงพอ โดยไม่ต้องไปแย่งเล่นกันใต้ทางด่วน หรือต้องไปเช่าสนามชั่วโมลละเกือบ 2 พัน เล่น
3. ถ้าลดอารมณ์เดือด อารมณ์อยากเด่นเวลาเล่น

เราคงไปได้ไกลกว่านี้ !!

ผมว่าตัวเร่งปฏิกริยาของเรื่องนี้คือ

"โต๊ะพนันบอล" ครับ

ถ้าเคยอ่านหนังสือกีฬาแนวสปอร์ตพูลแล้วล่ะก็
จะเห็นเลยว่า การลงพนันบอลแต่ละคู่ ต้องใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์เป็นอย่างมาก
มากจนคิดว่า นี่ไม่ใช่การเสี่ยงโชคแต่ประการใด
แต่มันเป็นการลงทุนแบบหนึ่งที่แทบจะไม่ต่างจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เลย ฮ่าๆๆ

ผมเห็นตั้งแต่เด็กมัธยม ไปยันอาเฮียร้านราดหน้ายอดผัก เอมไพร์ แถวแยกเกษตรฯ
ที่นั่งอ่านบทวิเคราะห์ก่อนเกมส์ของแต่ละคู่อย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นสถิติย้อนหลังที่เคยเจอกัน เป็น 10 ปี ฟอร์มนักเตะแต่ละคน ผลงานโค้ชที่เคยเจอกันมา
ฟอร์มย้อนหลังของแต่ละคู่ แท็กติกที่น่าจะใช้

ผมเชื่อว่าคนเล่นพนันบอลทุกคน "วิเคราะห์" เป็น
แถมวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งและเอาเป็นเอาตายด้วย

ฮ่าๆๆ

เพราะโต๊ะบอล นะเรื่องจริง สำหรับคนเล่นบอล ลองไปถามคนเล่นหวยสิ
เขาสามารถทำนายฝัน ตีเลขได้หมดเหละ

ถ้าฟังที่เค้าคุยกันต่อจะมี วิเคาราะห์ราคาต่อรอง ปอปอ ครึ่งควบลูกตามมาแน่ๆ

เห็นด้วยว่า คนชอบดูบอล ย่อมอดไม่ได้ที่จะวิเคราะห์บอล
ในทำนองเดียวกัน
ถ้าคุณไปนั่งฟังผู้หญิงนั่งทำผม หรือแม่ค้าในตลาดคุยกัน
คุณก็จะได้ฟังการวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละครในละครน้ำเน่าอย่างลึกซึ้ง

กับคำถามที่ว่า "จะขยายผลการวิเคราะห์ให้กว้างขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร"
คำตอบของผมคือ คงไม่ได้

เพราะคนเรามันจะใส่ใจ ก็เฉพาะในสิ่งที่ตัวเองสนใจเท่านั้นแหละ

หมายความว่า
ใช่ว่ารากหญ้าจะไม่รู้จักคิด
แต่รากหญ้าไม่ได้อยากจะคิดไปซะทุกเรื่อง
มันเป็นเช่นนั้นแล

ผมรู้สึกว่าคนรากหญ้า หลายคนไม่ได้โง่ครับ
และปัญหาการเมืองในคราวนี้นี่แหละที่ผมว่าเกิดจาก
เรื่อง คนรากหญ้าไม่ได้โง่เหมือนเมื่อก่อนซะด้วยซ้ำ
ด้านการเมืองบางอย่างฉลาดกว่าคนเมืองด้วย เพราะคนเมืองไม่
ค่อยได้สัมผัสการเมืองแบบที่คนรากหญ้าได้สัมผัส
เช่นเค้า ต้องร่วมระดมสมองในหมู่บ้านเพื่อหาเหตผล
ในการเบิกงบประมาณแผ่นดินในสมัยทักษิณเป็นต้น

ช่วงที่ผ่านมาทั้งผมและคุณเม่นได้นั่งแท๊กซี่หลายคัน บทสนทนาพอไปเรื่อง
การเมืองเมื่อไหร่ มีแท๊กชี่หนึ่งในสองคนที่อธิบายและวิเคราะห์
การเมืองได้ดีทีเดียวครับ พวกเค้าดูมีเหตผลดีและนุ่มนวล
กว่าคนเมืองที่ชอบ ด่ากราด ซะอีกนะ (ผมว่าเหตผลของเค้า
ดีกว่าเพื่อนๆคนเมืองผมที่จบปริญญาตรีซะอีก)

หรือบางทีผมกับคุณเม่นอาจจะมีดวงดึงดูดคนมีเหตผล
ให้มาอยู่ใกล้ตัวก็เป็นได้

Add new comment