Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
คุยกับนักปรัชญา: เมื่อ ‘ความดี’ และ ‘คนดี’ ทำให้ประชาธิปไตยถอยหลัง ประชาไทสัมภาษณ์ ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ นักวิชาการด้านปรัชญา แห่งคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นบทสัมภาษณ์เก่าเมื่อปี 2549 (หลังรัฐประหารไม่นาน) เห็นวันนี้เป็นหัวข้อใน Twitter เลยตามไปอ่าน
ชัยชนะอันหนึ่งของการเมืองในเชิงของจารีตประเพณีคือชัยชนะที่คุณวางสถานะของตัวเองบนจุดยืนของความดี ดังนั้นเมื่อคุณใช้จุดยืนของความดี คุณบ่งบอกว่าอะไรที่ไม่ดีก็คือสิ่งที่เลวอย่างชัดเจน แล้วมันมีรูปธรรมที่ชัดเจนมาตลอดในสังคมไทยก็คือ ปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่น ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาเรื่องของการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลหรือการไม่กระทำตามกติกา ของสังคม
"แกนกลางของระบบจารีต คือ ความดี" เป็นประเด็นที่น่าสนใจ
ถ้าพูดตรงๆ พรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลทักษิณนั้น ประการหนึ่ง เขารู้ว่าเขาแพ้ในการเลือกตั้ง เพราะอะไร เพราะประชาธิปไตยมัน Count (นับ) เสียงของคุณ เสียงของคนเดินถนน ฯลฯ ไม่ว่าคุณจะมีฐานะสูงศักดิ์อย่างไรก็ตาม แต่ก็มีหนึ่งเสียงเท่ากัน นั่นคือกติการ่วมกันในสังคมประชาธิปไตย แต่สังคมการเมืองไทยกลับมีการ discredit การนับเสียงแบบนี้
ส่วน "แกนกลางของประชาธิปไตย คือ การนับ"
(ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ที่ การนับเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย?)
ตัวอย่างอันหนึ่งผมคิดว่ามันมีกรณีการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริการะหว่างหว่างกอร์ กับบุช ผมคิดว่าผมคิดว่าในช่วงก่อนการเลือกตั้งนั้นสังคมอเมริกาแยกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน เพราะว่าบุชชนะใน Electoral Vote ในขณะที่ กอร์ ชนะใน Popular Vote แล้ว ปัญหาเกิดที่ฟลอริดา ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดี ในท้ายที่สุด ตุลาการชี้ว่าบุชชนะ ซึ่งเราก็ทราบปัญหาเรื่องนี้กันอยู่บ้างแล้ว ประเด็นก็คือว่าเมื่อบุชชนะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า Final Decision มันเกิด ท้ายที่สุดสังคมก็ต้องยอมรับว่าบุชชนะ เป็นประธานาธิบดี
เป็น scenario เดียวกันกับที่ผมถามคนใกล้ตัวอยู่เสมอว่า ตอนที่บุชชนะใหม่ๆ มีคนประกาศว่าจะย้ายไปอยู่แคนาดาเป็นจำนวนมาก เหมือนอเมริกามันจะล่มสลายลงให้ได้ แต่เวลาผ่านไปแล้ว ทำไมคนอเมริกันถึงผ่านสถานการณ์นั้นมาได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเพราะว่าเขา mature กว่าเรา (ในเชิงประชาธิปไตย) หรือเปล่า?
สิ่งที่พันธมิตรทำคือการสร้าง Political Sentiment (อารมณ์ ทางการเมือง) เป็นการเมืองของความดีความชั่ว คือพยายามจะบอกว่าทักษิณเลวอย่างไร แล้วก็โดยที่ทุกคนเข้าใจว่าสิ่งที่พันธมิตรทำ คือความถูกต้องและความดี
สิ่งที่พันธมิตรทำ แน่นอนว่าผมเห็นด้วย และผู้สนับสนุนพันธมิตรก็ไม่มีวันเห็นด้วย
ปัญหาคือสังคมไทยพยายามจะสร้างในสิ่งที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ่งผมบอกได้ว่า ไม่มี ผมเห็นด้วยกับศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ก็คือเรามีอำนาจนิยมแบบไทยๆ คืออำนาจในรูปแบบของเจ้าขุนมูลนาย รูปแบบเจ้าขุนอุปถัมภ์ แต่เราไม่เคยมีประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างแท้จริง สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม
ว่าด้วย "ประชาธิปไตยแบบไทยๆ" (อีกแล้ว)
ผมคิดว่าเรา- สังคมไทย สับสนมากระหว่างสิ่งที่เรียกว่าครรลองประชาธิปไตยกับจารีตใน สมบูรณาญาสิทธิราชย์ และคิดว่าทั้งสองนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน
สิ่งทีเกิดขึ้นก็คือ การเอาครรลองคนละชุดมาตรวจสอบอีกชุดหนึ่ง ผมคิดว่าเราเล่นกันคนละเกม เล่นคนละเกณฑ์ แล้วทำให้สังคมดูราวกับว่ามันเป็นเกมเดียวกัน
สิ่งที่เลวร้ายก็คือเกณฑ์หรือกติกาหรือครรลองประชาธิปไตยถูกทำให้เป็นสิ่งที่แย่ เป็นสิ่งที่ไม่ดี ในขณะที่อีกด้านเป็นสิ่งที่ดี และตรงนี้เป็นการง่ายที่จะพูดถึงเรื่องคุณธรรมความดีของผู้ปกครอง
น่าจะเป็นเนื้อความส่วนที่อธิบายความขัดแย้งของสังคมได้ดีที่สุดอันหนึ่ง
ปัญหาทั้งหมดที่ยกมานี้จะหมดไป ถ้าเราย้อนกลับไปใช้ระบบจารีตนิยมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม-ประเพณีที่อยู่ในสายเลือดของคนไทย
Comments
momania
5 May, 2009 - 23:04
Permalink
ผมเองก็เป็นคนหนึงที่มองว่าระบ
ผมเองก็เป็นคนหนึงที่มองว่าระบบเจ้าขุนมูลนายนั้นเป็นดาบสองคมในสังคมไทยเสมอมา
iMenn
6 May, 2009 - 00:12
Permalink
คุณประชาเคยเขียนเรื่องคำคุณศั
คุณประชาเคยเขียนเรื่องคำคุณศัพท์ "แบบไทยๆ" ไว้น่ารักมาก
นั่นคือ เมื่อใส่คำว่า "แบบไทยๆ" เข้าไปแล้ว จะทำให้คำนั้นไม่เหลือความหมายเดิม
เช่น คุณ mk นั้น ไม่เข้าใจ "การใช้เหตุผล" แบบไทยๆ, คุณ mk ไม่เข้าใจ "ทหารอาชีพ" แบบไทยๆ, คุณ mk ไม่เข้าใจ "ประชาธิปไตย" แบบไทยๆ
ฮิฮิ มากัดแบบไทยๆ
house
6 May, 2009 - 10:03
Permalink
"สิ่งที่พันธมิตรทำ
"สิ่งที่พันธมิตรทำ แน่นอนว่าผมเห็นด้วย และผู้สนับสนุนพันธมิตรก็ไม่มีวันเห็นด้วย"
เฮ้ย ประโยคนี้แปลว่าอะไร -*-
เห็นด้วยกับบทความ หรือเห็นด้วยกับที่ พธม ทำ
บทความค่อนข้างตรงใจมาก สาเหตุหลักๆที่ค้าน พธม เพราะมันมั่วนี่แหละ ในขณะเดียวกันก็ทำใจเชียร์ทักกี้ไม่ลง เพราะเฮียแกเล่นหลบการ check and balance ทุกช่้องเลย(เอ๊ะ ตอนท้ายเข้าก็เขีัยนไว้นี่หว่า)
mk
6 May, 2009 - 10:05
Permalink
@house
@house หมายถึงที่เขียนน่ะครับ
masatha
6 May, 2009 - 12:43
Permalink
เรื่องตุลาการตัดสินให้บุชชนะน
เรื่องตุลาการตัดสินให้บุชชนะนี่เคยได้ยินมาเหมือนกัน
แล้วก็สงสัยประเทศไทย
ทำไมอเมริกา ตุลาการตัดสินแล้วเค้าจบ
ทำไมเราไม่จบ?
mk
6 May, 2009 - 16:14
Permalink
@masatha คำตอบง่ายมากๆ
@masatha
คำตอบง่ายมากๆ ไม่รู้ลืมไปได้ไงนะครับ บ้านเค้าไม่มีรัฐประหารมาตั้งตุลาการน่ะครับ (ไม่มีคนเรียกร้องให้ทหารออกมาด้วยนะ)
แอบสงสัย
8 May, 2009 - 14:43
Permalink
เรียนถามคุณ mk ครับ
เรียนถามคุณ mk ครับ ว่าถ้าที่ผ่านๆ มาหากเราห้ามพันธมิตรออกมาเรียกร้องหรือออกมาประท้วงโดยเด็ดขาด แล้วปล่อยให้นายกรัฐมนตรีคนเก่ากระทำการที่มิชอบด้วยกฏหมายและจริยธรรม หรือแม้แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปัดความผิดของตนเองนี่ (ซึ่งกระบวนการตรวจสอบของรัฐในขณะนั้นกลายเป็นหมันเกือบหมดแล้ว) ในทรรศะของคุณ mk มองว่าเราจะมีทางออกในเรื่องนี้อย่างไร จะมีกระบวนการจัดการอย่างไรที่จะไม่ทำให้ประเทศบอบช้ำ (ทั้งจากการทุจริตคอรัปชั่นจากนายกฯ คนนั้น หรือแม้แต่การประท้วงของกลุ่มพันธมิตร) และเป็นวิถีทางแห่งประชาธิปไตยมากที่สุดครับ
โดยส่วนตัวผม แม้ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรที่ทำให้ประเทศบอบช้ำ และเสียความเป็นประชาธิปไตย (ที่นับเสียงของคนทุกคนมีค่าเท่ากัน) แต่อย่างไรผมก็ไม่ต้องการให้ประเทศบอบช้ำด้วยการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองเช่นเดียวกัน ทว่า หน่วยงานที่ check & balance ในขณะนั้นมันเป็นหมันอย่างที่ว่าไปแล้ว ผมจึงคิดไม่ตกว่า ถ้าสมมุติว่าพันธมิตรไม่ออกมาเคลื่อนไหวในตอนนั้น บ้านเมืองเราจะเดินทางไปทางไหน และแก้ไขอย่างไรด้วยวิถีประชาธิปไตยน่ะครับ?
mk
8 May, 2009 - 14:55
Permalink
ตอบคุณ
ตอบคุณ แอบสงสัย
ผมไม่ตอบคำถามของคนที่ไม่ลงชื่อจริงครับ
fatro
8 May, 2009 - 18:23
Permalink
“แกนกลางของระบบจารีต คือ
“แกนกลางของระบบจารีต คือ ความดี”
เพราะิ ความดี* ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประชาธิปไตยถึงต้องใช้ การนับ เป็นเครื่องมือ
ย่อหน้าสุดท้ายคงไม่ได้หมายถึง "เราไม่เหมาะกับประชาธิปไตย" ใช่ไหมครับ (ขอฮาแบบไทยๆ)
====
* ดี ๒ ว. มีลักษณะที่เป็นไปในทางที่ต้องการ น่าปรารถนา น่าพอใจ ใช้ในความหมายที่ตรงข้ามกับลักษณะบางอย่างแล้วแต่กรณี
แอบสงสัย
9 May, 2009 - 01:04
Permalink
ไม่ตอบผมก็ไม่เป็นไร
ไม่ตอบผมก็ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ
แต่หากเป็นไปได้ รบกวนช่วยใส่เงื่อนไขในบล็อกของคุณด้วยว่า "ต้องลงชื่อจริง ไม่งั้นไม่ตอบ" ด้วยเพื่อความชัดเจนกับท่านอื่นๆ ครับ
ผมคิดว่าการไม่ใช้ชื่อจริงกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่ไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหา เพราะเป็นแค่การถามตอบเพียงเล็กน้อย ไม่เป็นประเด็นสำคัญอะไรที่ต้องใช้ชื่อจริง โดยส่วนตัวผมหรือเชื่อว่าแม้แต่บุคคลอื่นๆ ทั่วไปจะไม่คิดเล็กคิดน้อยในเรื่องอย่างนี้ครับ
mk
9 May, 2009 - 07:33
Permalink
ไม่ใช่ชื่อจริงไม่เป็นไรครับ
ไม่ใช่ชื่อจริงไม่เป็นไรครับ นามแฝงหรืออะไรก็ได้ แต่ประเภท "แอบสงสัย" นี่ไม่อยากคุยด้วยเท่าไรนัก
masatha
12 May, 2009 - 20:36
Permalink
๕๕๕๕ นั่นสิครับ แล้วตุลาการที
๕๕๕๕
นั่นสิครับ
แล้วตุลาการที่ตั้งโดยรัฐธรรมนูญที่ผ่านมติเสียงข้างมากแล้ว
ทำไมตัดสินแล้วยังไม่จบละครับ?
Add new comment