Submitted by mk on 2 May, 2009 - 00:45
ติดค้าง @sugree กับ @wiennat ไว้หลายวัน จริงๆ อยากเขียนถึง Speaker for the Dead ก่อนแต่ว่าไม่มีเวลาไปอ่านย้อนสักที ถ้าทิ้งไว้แบบนี้จะทำให้ Xenocide พลอยไม่ได้เขียนไปด้วย ก็เอาเสียเลยละกัน ไว้มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่
คำเตือน: สปอยล์แน่นอน
- ปมหลักของภาคนี้เป็นการเล่นกับแนวคิด Hierarchy of Alienness ของวาเลนไทน์ โดยเฉพาะ "รามาน" กับ "วาเรลซี" ต่อจากที่วางไว้ใน Speaker แต่ขยายดีกรีของมันขึ้นไปอีก โดยเพิ่มสายพันธุ์รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเดสโคลาดา (ไวรัส) เจน (คอมพิวเตอร์) เข้าไปอีก จากเดิมที่สนใจเฉพาะพิกกินและพวกแมง
- ผมยังชอบวิธีการวางปมการดำเนินเรื่องของ Card ให้มันซ้อนทับกันหลายๆ ชั้น แล้วไปคลี่คลายออกในท้ายๆ เล่ม (เป็นวิธีการเขียนแบบเดียวกับของอาสิมอฟ) ในเล่มนี้มีปมเรื่องความตายของเจน, หมอน้อยที่คุกคามเข้ามา, อัตราการปรับตัวของเดสโคลาดา, ความอยู่รอดของวิถี ทั้งหมด 4 ปมหลัก ถือเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่กว่า Speaker มาก
- อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ปมนั้นรู้สึกว่าไม่ค่อยเนียนเท่า Speaker (แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่โอเคอยู่) มาเสียความรู้สึกตรงที่มีปีเตอร์กับวาเลนไทน์โผล่มา รู้สึกได้เลยว่ามันจงใจยืดไปเล่มถัดไป
- ใน Speaker ผมจำคาแรกเตอร์พี่น้องในตระกูลเจ้าปัญหานี้ไม่ค่อยได้ (ยกเว้น มิโร คนเดียว) พอมาถึงภาค Xenocide เลยไม่ค่อยจะอินนักว่าใครเติบโตมาเป็นอย่างไร พัฒนาการของตัวละครเป็นอย่างไร ทำไมคุณน้องสาวคนนั้นถึงปกป้องเดสโคลาดาสุดชีวิตเช่นนั้น มีปมอะไรในใจหรือไม่
- ด้วยความสัตย์จริง ผมยังไม่ค่อยเข้าใจแนวคิดของ "องค์" และวิธีการเคลื่อนย้ายมวลสารดีนัก เท่าที่สรุปกับตัวเองได้ตอนนี้ ประมาณๆ ว่ามีไฟโลตเชื่อมโยงวัตถุอยู่ในมิติอื่นอยู่แล้ว เครื่องย้ายมวลสารเกิดขึ้นได้เพราะ 1) เอนเดอร์ไปทำดีกับแมงไว้ 2) เจนมีความสามารถมากพอในการประมวลผล
- จุดที่ผมชอบมากอย่างหนึ่งในเล่มนี้คือ "วิถี" มันทำให้ "คู่ปรับ" ของฝ่ายเอนเดอร์และเจนนั้นโดดเด่นมาก เข้าทำนองว่าไม่ใช่ตัวร้ายธรรมดาแต่ก็มีปมของตัวเองเหมือนกัน (ปมใหญ่มากด้วยมิใช่น้อย) หานชิงเจ้าเป็นตัวละครที่คลาสสิคมากในวงการไซไฟ
- เล่มที่แล้วรู้สึกว่าเน้นที่คริสต์มากพอสมควร เล่มนี้เยอะพอกัน ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าแนวคิดทางศาสนาของ Card เป็นยังไงบ้าง
- คิดว่า Xenocide ยังมันส์อยู่ แต่โดยรวมยังสู้ Ender กับ Speaker ไม่ได้ (เห็นว่า Children of the Mind แย่กว่านี้อีก อันนี้เป็นธรรมดาโลก)
- จงสรุป Xenocide ภายในหนึ่งบรรทัด: "ความหึงของผู้หญิง เกือบทำให้จักรวาลล่มสลาย"
เล่มหน้าเดาว่า
- ปีเตอร์แรงสามเท่า ได้เป็นเฮยีมอนคนใหม่
- หวางหมู่คงได้มีบทโดดเด่นมากๆ
- ที่อยากรู้มากตอนนี้ ก็คือใครเป็นคนตัดต่อยีนของวิถีและเดสโคลาดา เดาว่าอาจจะเป็นปีเตอร์คนก่อนวางหมากเอาไว้
Comments
sugree
2 May, 2009 - 10:38
Permalink
วันนี้ทวยเทพจำนรรจ์กับท่านหรื
วันนี้ทวยเทพจำนรรจ์กับท่านหรือยัง
mokin
2 May, 2009 - 12:47
Permalink
พี่ mk + sugree อย่าอ่าน
พี่ mk + sugree อย่าอ่าน xenocide มากน่ะครับ เดี่ยวผมรออ่านหนังสือ Drupal ไม่ไหว :P
wiennat
3 May, 2009 - 22:39
Permalink
ผมอ่านตอนที่ปมต่างๆมันบีบเข้า
ผมอ่านตอนที่ปมต่างๆมันบีบเข้ามาแล้วยังคิดไม่ออกว่าจะแก้ปมทั้งหมดได้ยังไง แต่ล้ำลึกมากที่เอามีดมาตัดปม ฉับเดียวขาดหมดเลย แต่มันเร็วไปหน่อย
ตอนที่กลับมาพร้อมปีเตอร์กับวาลนั่น ผมยังภาวนาว่ายังอยู่ต่างมิติ เพื่อพอกลับมาแล้วยังรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวได้ แต่พอออกมาสามคนจริงๆรู้สึกเสียวสันหลังกับปีเตอร์ในจินตนาการเพราะคิดว่าต้องโหดมากแน่ๆ แล้วพอคิดว่าเอนเดอร์ก็เป็นคนเขียนฮายีมอน ก็เลยคิดว่าอาจจะไม่โหดเท่าไหร่ล่ะมั้ง
wanderer
17 July, 2009 - 11:52
Permalink
>
> ทำไมคุณน้องสาวคนนั้นถึงปกป้องเดสโคลาดาสุดชีวิตเช่นนั้น มีปมอะไรในใจหรือไม่
ตอนแรกเข้าใจว่าเกรียน ^-^"
อ่านอีกรอบเจอว่า ตอนพิกกี(นักเพาะปลูก)ยอมสละตัวเองเพื่อเป็นอิสระจากเดสคาฯ ได้กระแทกปมเข้าเต็มเหนี่ยวว่า น้องสาวเป็นพวกต่อต้านครอบครัว จึงทำสิ่งตรงข้ามกับที่ครอบครัวต้องการ
เช่น 'อยากให้ช่วยกำจัดไวรัสงั้นเร๊อะ? ฝันไปเหอะ ชั้นไม่ช่วยหรอก เหตุผลเหรอ? อืม....เอาเป็นว่าไวรัสเดสคาฯมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นรามานละกัน ส่วนระหว่างที่หาทางพิสูจน์ ใครจะเป็นจะตายไม่ต้องสนใจ ทั้งพี่ชายทั้งพิกกีหรือประชากรทั่วจักรวาล อย่าเพิ่งสนใจ โอเคร๊!?'
เอ่อ ก็ยังเกรียนอยู่ดี
Add new comment