สรุปความจาก "บางบท" ของวิทยานิพนธ์เรื่อง "แนวคิดว่าด้วยชนชั้นกลางในสังคมไทย" ของศิริพร ยอดกมลศาสตร์, คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2538
หวังว่าจะช่วยให้เราเข้าใจ "ชนชั้นกลาง" เพิ่มขึ้นได้บ้าง
ประวัติศาสตร์ของการแบ่งชนชั้นทางสังคม
คนแรกที่แบ่งชนชั้นคือ เพลโต (3 ชนชั้น ไม่สามารถข้ามชนชั้นได้)
- ผู้ปกครอง - Guardians
- ทหารหรือนักรบ - Auxiliaries
- ผู้ใช้แรงงาน - Workers
หลังจากนั้น มีการศึกษาระบบชนชั้นหลายแนว แบ่งได้เป็น 3 แบบกว้างๆ ได้แก่
- ระบบฐานันดร (Estate System) - เกิดขึ้นในสังคมตะวันตกตั้งแต่ยุคกลาง (4 ชนชั้น แบ่งตามสิทธิ์ในกฎหมายและประเพณี)
- พระ (clergy)
- ขุนนาง (Nobility)
- สามัญชน -- มาทีหลังเมื่อมีการค้าขายมากขึ้น
- นักหนังสือพิมพ์ -- มาทีหลังเมื่อระบบข่าวสารพัฒนา
- ระบบวรรณะ (Caste System) - แบ่งตามชาติกำเนิด (ไม่สามารถข้ามชนชั้นได้)
- อินเดีย 4 ชนชั้น: พราหมณ์, กษัตริย์, แพศย์, ศูทร + 1 นอกชั้น: จัณฑาล (untouchables)
- อเมริกา/แอฟริกาใต้: คนขาวกับคนดำห้ามสมรสกันตามกฎหมาย ก็เข้าข่ายนี้
- ระบบชนชั้น (Class System) - เริ่มโดยมาร์กซ์ ในศตวรรษที่ 19 แบ่งตามบทบาทในการผลิต (ข้ามชนชั้นได้)
วิธีการแบ่งชนชั้น ตามแนวของมาร์กซ์
Carl Marx
- แบ่งตามปัจจัยการผลิต
- มีหลายชนชั้น แต่ให้ความสัมพันธ์แค่ 2 คือ นายทุน (เจ้าของปัจจัยการผลิต) กับ แรงงาน (ไม่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ต้องขายแรงงานเพื่อยังชีพ)
- แรงงานจะโค่นล้มนายทุน เพื่อสร้าง "สังคมนิยม"
Max Weber
- เสนอว่าการจัดชั้นของ Marx ยังไม่สมบูรณ์ ใช้แค่มิติทางเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่พอ ต้องพิจารณามิติทางสังคม และการเมืองประกอบด้วยอีก 2 มิติ
- Weber แบ่งคนออกเป็น 4 ชนชั้น
- ผู้ใช้แรงงาน (The manual working class)
- นายทุนน้อย (The petty bourgeoisie)
- แรงงานปกขาว (Propertyless white-collar workers)
- ชนชั้นอภิสิทธิ์ (The dominant entrepreneurial and propertied groups)
- Weber บอกว่า แรงงานปกขาว สามารถเคลื่อนตัวเข้าหาผู้ใช้แรงงาน หรือนายทุนน้อยได้
ชนชั้นกลางแบบ Neo Marxism
Neo Marxism แบบ 2 ชนชั้น
- สืบทอดต่อจาก Marx
- 2 ชนชั้น โดยอิงจากผลประโยชน์และอำนาจ
- เพิ่มเติมจาก Marx ตรงที่ของ Marx นั้นเป็นการพิจารณาในระดับ "ชนชั้นในคน" (Class in itself) แต่แบบ Neo Marxism เป็นแบบ "ชนชั้นเพื่อคน" (Class for itself) ที่มีระดับของจิตสำนึกสูงกว่า
Neo Marxism แบบ 3 ชนชั้น
- เป็นหนึ่งใน "ลัทธิแก้" (Revisionism) ที่พยายามอธิบายข้อบกพร่องของ Marxism
- นำโดย Eduard Bernstein
- เสนอว่าเส้นทางไปสู่สังคมนิยมมี 2 แนว: โค่นล้มทุนนิยม, ค่อยเป็นค่อยไป
- 3 ชนชั้น
- นายทุน
- กลุ่มคนที่กระจัดกระจายอยู่ในระดับกลาง (intermediate groups)
- แรงงาน
- อธิบายว่า ชนชั้นกลาง เป็นปรากฎการณ์ของพัฒนาการของทุนนิยม
- แก้ว่า มาร์กซ์เคยพูดถึงชนชั้นกลางแล้ว ใน Theories of Surplus Value (ไม่ใช่ใน The Communist Manifesto ที่บอกว่ามี 2 ชนชั้น)
เพิ่มเติมโดย Nicos Poulantzas (1975)
- จัดแบ่งชนชั้นแรงงานใหม่ เป็น 2 ชนชั้นย่อย
- แรงงานในภาคการผลิต (productive labour)
- แรงงานนอกภาคการผลิต (non-productive labour) หรือ "นายทุนน้อยใหม่" (New petty bourgeoisie) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต แต่ทำหน้าที่ควบคุมแรงงานการผลิต คนกลุ่มนี้ประกอบด้วย
- แรงงานระดับล่างในภาคการค้า ในกระบวนการจัดจำหน่าย
- ลูกจ้างในเศรษฐกิจบริการ
- เจ้าหน้าที่ระดับกลาง-แรงงานสำนักงาน (office workers)
- นักเทคนิค-วิศวกรระดับกลาง
เพิ่มเติมโดย Erik Olin Wright (1978)
- เสนอให้ "แรงงานนอกภาคการผลิต" ไปรวมกับชนชั้นแรงงานเหมือนเดิม
- อธิบายว่า "นายทุนหล่อหลอมคนกลุ่มนี้ให้เชื่อว่าตัวเองไม่ใช่แรงงาน เพื่อไม่ให้ไปเคลื่อนไหวกับกลุ่มแรงงาน"
- แต่ Wright ยอมรับว่า ยังมีคนอีกกลุ่มระหว่างนายทุนกับแรงงาน ได้แก่พวกผู้จัดการและผู้บริหาร ซึ่งสถานะกำกวม และไม่เข้าร่วมขั้วอย่างชัดเจน จึงไม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้
ชนชั้นกลางแบบ Weberian
Lockwood ใช้ปัจจัยต่างๆ ในการวิเคราะห์ชนชั้นกลางดังนี้
- สถานการณ์ในทางตลาด (market situation) - แหล่งที่มา ระดับรายได้ ความมั่นคงในอาชีพ
- สถานการณ์ในทางการงาน (work situation) - ความสัมพันธ์ทางสังคม ฐานะปัจเจกถูกนำไปพัวพันกับตำแหน่งงาน
- สถานการณ์ในทางฐานะทางสังคม (status situation) - ตามลำดับชั้นของเกียรติและศักดิ์ศรี (hierarchy of prestige)
C.Wright Mills เสนอว่า มีชนชั้นกลาง 2 แบบ (แบ่งตามสถานะการงาน)
- ชนชั้นกลางเก่า (The Old Middle Classes) ได้แก่ นักธุรกิจขนาดเล็กที่มีอิสระ ต้องต่อสู้กับการผูกขาดของนายทุน
- ชนชั้นกลางใหม่ (The New Middle Classes) ได้แก่ กลุ่มแรงงานปกขาว
Mills บอกว่า ชนชั้นกลางใหม่ เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้แรงงานไม่จำเป็นต้องอยู่ในการผลิตเพียงอย่างเดียว อำนาจของชนชั้นกลางใหม่มาจากหน้าที่การงาน ไม่ใช่มาจากปัจจัยการผลิต และทักษะของแรงงานปกขาว ไม่สามารถหาแรงงานทดแทนได้ง่ายเหมือนกับกรรมาชีพ
Dahrendorf เสนอชนชั้นกลาง (แบ่งตามอำนาจ-สายการบังคับบัญชา)
Anthony Giddens เสนอ 3 ชนชั้น (แบ่งตามขีดความสามารถทางการตลาด market capacity)
- ปัจจัยการผลิต - ชนชั้นนายทุน
- การศึกษา-ความสามารถทางเทคนิค (technical qualifications) - ชนชั้นกลาง
- พลังแรงงาน - ชนชั้นแรงงาน
การแบ่งกลุ่มย่อยของชนชั้นกลาง
Roberts แบ่งชนชั้นกลางออกเป็น 4 กลุ่มย่อย
- ผู้ยึดกุมอำนาจทางการเมืองท้องถิ่น (เจ้าพ่อ) - เป็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่แทรกอยู่ระหว่างชนชั้นแรงงาน กับผู้มีอำนาจ ได้รับการอุปถัมป์มากกว่าชนชั้นกลางกลุ่มอื่นๆ ค่อนข้าง conservative
- แรงงานคอปกขาว - อยู่ในธุรกิจเอกชน เป็นชนชั้นกลางกลุ่มใหญ่ที่ชอบความสะดวกสบาย สนับสนุน conservative แต่บางส่วนก็จัดตั้งสหภาพแรงงานเพื่อสู้กับ conservative
- กรรมาชีพปกขาว - คล้ายกับแรงงานภาคการผลิต รายได้ต่ำ การศึกษาน้อย มักรวมตัวเป็นสหภาพ
- คอปกขาวเสรี - เป็นปัญญาชน มีการศึกษาสูง หน้าที่การงานระดับหัวหน้า มีทรรศนะหลากหลาย
William Lloyd Warner แบ่งชนชั้นทั้งหมดเป็น 6 ระดับ ตามปัจจัยสถานภาพทางสังคม (อาชีพ รายได้ การศึกษา ฯลฯ)
- ขั้นสูง ระดับสูง - ผู้ดีเก่า
- ขั้นสูง ระดับต่ำ - เศรษฐีใหม่
- ขั้นกลาง ระดับสูง - มีอาชีพเป็นหลักเป็นฐาน เป็นเจ้าของสินทรัพย์มากพอสมควร
- ขั้นกลาง ระดับต่ำ - พนักงาน แรงงานฝีมือ
- ขั้นต่ำ ระดับสูง - แรงงานที่มีฝีมือไม่มากนัก
- ขั้นต่ำ ระดับต่ำ - แรงงานไร้ฝีมือ หรือไม่มีการศึกษา