Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับ "แดร์ สปีเกล" ซึ่งเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ระดับหัวแถวของเยอรมนี
ต้นฉบับ - ฉบับแปลไทยโดยมติชน - ประชาไทเอามาลงต่อ - ฉบับแปลแบบเต็มๆ
แดร์ สปีเกล: ก่อนหน้านี้ไทยเคยถูกยึดถือว่าเป็นเมืองพุทธ แต่ทุกวันนี้ถูกกล่าวถึงในแง่ประเทศแห่งสงครามกลางเมืองและกลียุค
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์: มีความแตกแยกระหว่างคนรวยและคนจนอยู่เสมอมาในสังคมไทย และมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างชุมชนเมืองและชนบทอยู่เสมอเช่นเดียวกัน แต่ทั้งหมดนั้นถูกควบคุมได้เสมอมาโดยฉันทามติที่ไม่มีการพูดถึงในทุกๆ ส่วนของผู้นำทางการเมืองทั้งหลาย นั่นคือมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรไปแตะต้อง
มือที่มองไม่เห็น สรุปว่ามันมีอยู่จริง?
แดร์ สปีเกล: กลุ่ม เสื้อแดงร้องว่าไม่มีประชาธิปไตยและไม่มีความเป็นธรรมในไทย เพราะผู้นำของตนถูกจับ แต่ผู้นำเสื้อเหลืองซึ่งปิดกั้นท่าอากาศยานกรุงเทพ เมื่อปีที่แล้วยังเป็นอิสระ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์: ข้อเท็จจริงเห็นได้ชัดเจน ความไม่เป็นธรรมมีอยู่เสมอในสังคมไทย แต่ภายใต้ทักษิณ มีความเป็นธรรมหรือ?
คำตอบของสุขุมพันธุ์ เป็นการเลี่ยงคำถามด้วยการถามย้อน (สรุปว่า "พันธมิตรยังเป็นอิสระ ก็เพราะสังคมไทยไม่ยุติธรรมนั่นไง คุณเข้าใจถูกแล้วแหละ")
แดร์ สปีเกล: ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ทหารโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อ 19 กันยายน 2549 นั่นเป็นความล้มเหลวใช่หรือไม่
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์: ผมไม่ได้ชื่นชมการรัฐประหารและไม่ได้เข้าข้างการยึดอำนาจหนนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าผู้นำการรัฐประหารรู้สึกว่า ควรจะรัฐประหาร คนเหล่านั้นก็ควรดำเนินการให้ไปสู่ข้อสรุปที่เป็นที่สุดของมัน
แดร์ สปีเกล: หมายความว่าอย่างไร
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์: พวกเขาไม่ได้ทำเต็มกำลังพอ ประการแรก ผู้นำการรัฐประหารฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้นกลับไม่กล้าที่จะฉีกกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ ถ้านายพลเหล่านี้ทำลายเครือข่ายของทักษิณเสียตั้งแต่ต้น และถ้ายึดทรัพย์ของทักษิณทั้งหมดโดยตรงในทันที เราอาจจะไม่เผชิญกับภาวะกลียุคอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้
ลักลั่นย้อนแย้งไหมครับ
แดร์ สปีเกล: การเลือกตั้งใหม่เป็นทางออกเพื่อฟื้นฟูสันติขึ้นหรือไม่
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์: ไม่ ผลจะเป็นเหมือนอย่างที่เคยเป็น เราจะเผชิญกับกลุ่มคนขนาดใหญ่พอๆ กัน เผชิญหน้าซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าจะดีกว่าถ้าหากรัฐบาลยังอยู่ในอำนาจจนกระทั่งครบวาระ จากนั้นผู้มีสิทธิออกเสียงจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ไม่ใช่บนท้องถนน แต่ยังไม่มีใครมีมนต์วิเศษเพื่อแก้ปัญหาในเวลานี้
แปลได้ว่า "ขอฉันจัดการโยกย้ายและจัดสรรงบประมาณก่อนนะ ตอนนี้เลือกตั้งแล้วยังแพ้อยู่ ขอเวลาอีกหน่อย"
อ่านแล้วรู้สึกว่า การสนับสนุนปลื้มเป็นผู้ว่า กทม. ยิ่งถูกต้อง
Comments
arjin
22 April, 2009 - 10:21
Permalink
เมื่อเช้าฟังข่าวก็เห็นหยิบมาพ
เมื่อเช้าฟังข่าวก็เห็นหยิบมาพูดอยู่ ฟังแล้ว โอ้...คุณช๊ายคุณชายจริงๆ
by the way รู้สึกส่วนตัวว่าเป็นการให้สัมภาษณ์ที่ทำให้เราเห็นภาพอีกด้านของเขานะ ก่อนหน้านี้ดูเขาเป็นคนรอมชอมมากกว่า
house
22 April, 2009 - 16:53
Permalink
5555 คำตอบของสุขุมพันธุ์
5555
คำตอบของสุขุมพันธุ์ เป็นการเลี่ยงคำถามด้วยการถามย้อน (สรุปว่า “พันธมิตรยังเป็นอิสระ ก็เพราะสังคมไทยไม่ยุติธรรมนั่นไง คุณเข้าใจถูกแล้วแหละ”)
ถูกเป๊ะ ใครบอกว่าสังคมไทยยุติธรรม?
แต่หลังจากนั้นไม่เห็นด้วย
"เฮ้ๆ คุณๆ อย่าไปตีงูนะ" คุณชายกล่าวเตือน ชาวนาคนหนึ่ง ชาวนาคนนั้นไม่สนใจ เอาไม้ฟาดงูหลังหัก แล้วเดินเข้าห้อง
คืนนั้นชายคนนี้โดนงูกัดตาย
"ผมบอกแล้วก็ไม่เชื่อว่าอย่าตีงู แต่ถ้าตี ก็ต้องตีให้ตาย อย่าทำครึ่งๆกลางๆ" คุณชายกล่าวอย่างสลดใจ
ว่าแล้วนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ประเพณีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง" คุณชายค้านแต่แรกว่าไม่ควรตีงู แต่ก็บอกเช่นกันว่าจะตีก็ต้องตีให้ตาย
เรื่องเลือกตั้งจะมองทางไหนก็ได้ เพราะดูแล้วแนวโน้มมันไม่จบจริงๆ เราก็รู้พอกันว่า ถ้าครั้งหน้า เสื้อแดงกลับมา เสื้อเหลืองต้องออกมาอีกครั้งแน่ๆ เพราะการดำรงอยู่ของเสื้อแดงเป็นอำนาจคุกคามสวัสดิภาพของแกนนำ พธม โดยตรง และ "สาวก" ก็ไม่น้อย
ในขณะที่ถ้า ปชป กลับมาอีกครั้ง แดงอุดมการณ์อาจจะเงียบ แต่แดงแถๆ ก็จะบอกว่า ซื้อเสียง และอีกสารพัดข้ออ้างอยู่ดี ซึ่งเราก็รู้พอๆกันอีกนั่นแหละ ว่าแดงกลุ่มนี้ บัญชาการโดยกลุ่มนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์ และน่าจะเป็นมวลชนหลักของคนเสื้อแดงทั้งหมด
คำว่ามวลชนหลัก ไม่ใช่หมายความว่ามีจำนวนมาก แต่ผมเชื่อว่า เป็นคนจ่ายเงินหลักๆ และเป็นคนประสานงานหลักๆ
ดังนั้นการบริหารไปก่อน ก็อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นการซื้อเวลา ดีกว่ายุบสภาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเมินว่า มวลชนสองฝ่ายจะรุนแรงแค่ไหน และรัฐเคลียร์ ปัญหา เศรษฐกิจ และ สองมาตรฐานได้แค่ไหน
ต้นทุนของการยุบสภา
1. ค่าจัดการเลือกตั้ง(น่าจะราวๆ 3000 ล้าน)
2. ค่าเสียโอกาส เนื่องจากไม่สามารถดำเนินนโยบายได้ 45-60 วัน
ข้อแรกช่างมันเถอะ แต่ในสภาพนี้ ค่าเสียโอกาส สูงแค่ไหน? เมื่อเทียบกับค่าเสียโอกาสในการทน อมาตยา ไปอีก 1-3 ปี?
mk
22 April, 2009 - 17:03
Permalink
@house ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่
@house
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า ยุบตอนไหนสมควรกว่ากัน (ผมเห็นด้วยกับที่เขียนมาว่ายุบสภาไม่ช่วยอะไร)
แต่อยู่ที่ว่า สุขุมพันธ์ตอบแบบขัดแย้งกันใน paragraph เดียว (บอกว่าเลือกตั้งไม่ช่วยอะไร แต่สักพัก กลับบอกว่า ให้รอเลือกตั้ง)
เรารู้ดีอยู่แล้วว่า ปชป ต้องการซื้อเวลา แต่เป็นถึงผู้ว่า กทม. ก็น่าจะมีคำตอบที่มันดูดีกว่านี้หน่อย
house
22 April, 2009 - 18:00
Permalink
ไม่แย้งนะ ถ้าเอาบริบท ของ
ไม่แย้งนะ ถ้าเอาบริบท ของ timeframe จับ
SPIEGEL: Wouldn't new elections be the best solution for restoring peace?
SPIEGEL พูดถึงตอนนี้ หรือ ตอน รัฐบาลครบวาระ?
ตอนครบวาระ มันต้องเลือกตั้งแหงๆ อยู่แล้ว ดังนั้นบริบทที่ถามจึงควรเป็นปัจจุบัน เว้น แต่ SPIEGEL ตั้งคำถามภายใต้นัยยะว่า ประชาธิปไตยไม่เหมาะสม
ภายใต้นัยยะนี้ สุขุมพันธ์ จึงตอบคำถามเดียวกันสำหรับสองช่วงเวลา(But no one has any magical solutions right now., may be in the future?)
กรณีนี้จะมีข้อขัดแย้งก็ต่อเมื่อมองว่า SPIEGEL ถามถึง การเลือกตั้งในทุกกรณี และทุกเวลาเท่านั้น
ทีนี้ SPIEGEL จะถามแบบนั้นหรือเปล่า? แน่นอนว่าไม่ใช่ เพราะมันจะกลายเป็นถกเถียงถึงคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยไป และบทความนี้ก็เป็น Current Event มาตลอด ข้อสนับสนุนของผมอีกข้อหนึ่งก็คือถ้ามีคนถามว่าควรเลือกตั้งใหม่หรือไม่? แล้วไปตอบว่า "อ๋อ รัฐบาลหมดสมัยก็ให้เลือกตั้งใหม่" คนก็น่าจะเข้าใจโดยอัตโนมัติว่า ตอนนี้ไม่ยุบ ไม่ใช่มาเข้าใจว่า "เฮ้ย ไหนว่าไม่ยุบไง แล้วตอนหมดสมัย ทำไมถึงมีเลือกตั้งใหม่?"
หรือ ถ้าตอบว่า "ไม่ควร" คนฟังก็ไม่น่าอนุมานไปถึงว่าจะล้มล้างประชาธิปไตย(คือไม่มีการเลือกตั้งอีก)
@arjin เห็นด้วยแหะ เปลี่ยน image ในหัวผมเยอะเลย
ABZee
23 April, 2009 - 21:32
Permalink
ผมอ่านตอนแรกแล้วเข้าใจแบบที่ค
ผมอ่านตอนแรกแล้วเข้าใจแบบที่คุณ house พยายามจะสื่อนะ
ปล. "แดร์ ชปีเกล" นะ
ABZee
23 April, 2009 - 22:05
Permalink
@house
@house ผมคิดว่ามันไม่น่าใช้การประเมินต้นทุนแบบนั้นได้ เนื่องจากว่านอกเหนือจากต้องได้ผลกำไรให้กับประเทศสูงสุดแล้ว มันมีปัญหาการไม่ยอมรับความเป็นรัฐบาล(ความชอบธรรม)อีกด้วย
ถ้าสมมุติเล่นๆว่าถ้าเรา"ทน"ไปอีกสัก 1-3 ปี แต่รับรองว่าได้"ผลกำไร"แก่ประเทศมากกว่า หลังจากนั้นค่อยมาเลือกตั้งใหม่ มันคุ้มกว่ารึเปล่า?
ในฐานะของประชาชนที่ไม่ได้ผลประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มมาเลย ผมไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้มีใครในสภาผู้แทนบ้างไหมที่แทนเสียงของผมได้
(หรือย้ายขั้วกันไปหมดแล้ว?)
house
24 April, 2009 - 11:26
Permalink
@ABZee ไม่มีความชอบธรรมในโลก
@ABZee
ไม่มีความชอบธรรมในโลก ครับ มีเพียงสิ่งที่ถูกอ้างว่าชอบธรรม http://house.exteen.com/20090417/entry
ถ้าประเมินให้เบาหน่อย เราสามารถตีง่ายๆได้ว่า ถ้าการเลือกตั้งทำให้เรื่องจบ แปลว่านอกจากต้นทุนตัวเิงินแล้ว ไม่มีปัญหาอื่นอีก แต่เมื่อรู้ทั้งรู้ว่า การเลือกตั้งเรื่องไม่จบ นั่นหมายความว่า การเลือกตั้ง ทำให้เกิดต้นทุนต่อประเทศชาติสูงกว่าทันที ต้นทุนนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปตัวเิงินก็ได้(สุขภาพจิต ความสูญเสีย)
ABZee
27 April, 2009 - 05:04
Permalink
@house ผมเข้าใจเรื่องที่ต้นทุ
@house
ผมเข้าใจเรื่องที่ต้นทุนอาจอยู่ในรูปอื่น แต่ประเด็นที่ผมมองคือ "ต้นทุนต่อประเทศชาติ" นั้นเป็นต้นทุนของใคร และชาติในความหมายของใคร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
ถ้ามันหมายถึงชาติของประชาชนทุกคน และผู้ที่รับผิดชอบคือรัฐบาล ผู้ซึ่งเป้นตัวแทนของประชาชน ปัญหาตอนนี้คือเราไม่เชื่อกันว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชน (ผมไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงที่ผมออกไปครั้งก่อน ตอนนี้อยู่กับพรรคไหน และอยู่กับใคร?) ต้นทุนของชาติเลยไม่น่าจะเป็นตัวตัดสินที่ดีได้เลย ตราบใดที่ยังไม่มีการออกเสียงของประชาชนกันใหม่อีกครั้ง
Add new comment