Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ได้ยินชื่อ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ มานาน นั่งฟังบรรยายด้วยความตื่นเต้น ตัวจริงเก่งมากๆ เหมือนว่าจะสามารถอธิบายกลไกหรือปรากฎการณ์อะไรก็ได้ในโลกนี้ (เวอร์หน่อยเพราะกำลังตื่นเต้น)
ปกติผมเป็นคนจดเลกเชอร์ได้น้อยมากเพราะจดแต่เนื้อๆ แต่ว่าฟัง อ. สมภพแล้วจดมาได้เกือบ 3 หน้า A4 เพราะว่ามันมีแต่เนื้อล้วนๆ การพัฒนาขีดความสามารถของประเทศ
ดร. สมภพไปพูดมาที่พม่า (เนปินดอว์) เลยเอ่ยถึงเรื่องนี้ การพัฒนาขีดความสามารถให้กับประเทศ จะเน้นเรื่องต่างๆ ดังนี้
Macro Economics Sector
ตัวอย่างตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค
ในประเทศไทย อาหารคิดเป็น 40% ของราคาสินค้าใน CPI ยิ่งประเทศพัฒนา สัดส่วนนี้ยิ่งลดลง ผู้ที่สำรวจ CPI คือกระทรวงพาณิชย์
เงินเฟ้อ
หรือ inflation คำอธิบายสั้นที่สุดคือ "rising price" หรือ "ราคาขาดเสถียรภาพในช่วงขาขึ้น"
เงินเฟ้อส่งผลให้เกิดปัญหา 3 ข้อ
GDP
สูตรการคำนวณ GDP แบบมาตรฐาน
GDP = C + I + G + (X - M)
ประเทศไทยมี C เฉลี่ยนประมาณ 60% ของ GDP (ตอนนี้ ศก. แย่เหลือ 55%) ยิ่งประเทศพัฒนา สัดส่วนของ C ยิ่งมาก (อเมริกา 72% ในภาวะปกติ ส่วนจีน 38%)
เดือนมีนาคม 2009 ส่งออกลด 23% แต่นำเข้าลดมากกว่าคือ 35% ทำให้ประเทศไทยเกินดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี 260,000M USD
การนำเข้าแบ่งเป็น 2 ประเภท
ปัจจุบัน capital goods คิดเป็น 2/3 ของการนำเข้าทั้งหมดของไทย ดังนั้นถ้าการนำเข้า (โดยเฉพาะ capital goods) ลดลง เป็นสัญญาณที่ไม่ดีกว่าในอีกไม่ช้า ส่งออกจะลดตามไปด้วย
เมื่อ ศก. แย่ C และ I จะลด รัฐบาลต้องแก้ปัญหาด้วยการเพิ่ม G เพื่อพยุง GDP รวม วิธีการใช้จ่ายโดยหลักๆ ของรัฐบาลมี 2 แบบดังนี้
ตอนนี้ ศก. จีนแย่ตาม ศก. โลก รัฐบาลจีนแก้ปัญหาโดยการปรับปรุงระบบ logistics คิดเป็นเงิน 20 trillian หยวน หรือ 100 trillian บาท ซึ่งจะวางโครงข่ายให้จีนพร้อมรบในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
Logistics
logistics สำคัญเพราะทำหน้าที่เชื่อมระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค แบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้
inventory กับ transportation รวมกันมีความสำคัญประมาณ 60-70% ของระบบ logistics ทั้งหมด
เครื่องมือบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล
micro financial sector แบ่งเป็น
ตลาดหุ้น แบ่งเป็น
micro economics indicator
เศรษฐกิจของไทยเป็นระบบเปิดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยแบ่งการเปิดได้เป็น 3 ส่วน
1) foreign trade - การค้าระหว่างประเทศ
ประเทศไทยพึ่งการค้าระหว่างประเทศมากๆ
เทียบกับประเทศอื่นๆ
ประเทศที่ส่งออกคิดเป็นมูลค่ามากที่สุดคือเยอรมนี ตามมาด้วยอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น
2) foreign investment - การลงทุนจากต่างประเทศ
แบ่งเป็น
3) service sector ของประเทศไทยเปิดกว้าง
สรุป: ประเทศไทยมีสัดส่วน X/M มาก เมื่อเศรษฐกิจโลกดี เศรษฐกิจไทยก็จะดีตาม แต่ในทางกลับกันก็แย่ตามด้วย
ประเทศไทยมีต่างชาติเข้ามาครั้งแรกสมัยอยุธยา (ถัดจาก รัชกาลพระไตรโลกนาถไปหน่อยนึง) คือโปรตุเกส
การเติบโตของอยุธยา
พระไตรโลกนาถเป็นคนรวมอาณาจักรในสมัยนั้นให้เป็นปึกแผ่น ก่อนหน้านี้มีอาณาจักร 3 แห่ง
เมืองหลวงของไทยโบราณทุกแห่ง ย้ายลงใต้มาเรื่อยๆ แรงจูงใจทางเศรษฐกิจคือต้องมีแม่น้ำหลายสาย เพื่อควบคุมการค้าและการขนส่ง กับต้องอยู่ใกล้ทะเลเพื่อค้าขายกับสำเภาต่างชาติ
ตัวอย่างความเฟื่องฟูของการค้าระหว่างประเทศในสมัยอยุธยา คือ หมู่บ้านญี่ปุ่น หมู่บ้านฝรั่งเศส ฯลฯ ที่ยังเหลือมาจนสมัยนี้
การค้าต่างประเทศในสมัยก่อน
เป็นจุดกำเนิดของทุนนิยม สินค้าสำคัญมี 3 ชนิดคือ
การค้าใบชากับผ้าไหม มีจีนเป็นเป้าหมายหลัก ขายผ่านเส้นทางสายไหม ส่วนเครื่องเทศ มาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนหน้านี้ใช้เส้นทางผ่านอียิปต์และอาหรับ แล้วลงเรืออีกรอบที่มหาสมุทรอินเดีย แต่ภายหลังพอจักรวรรดิออตโตมันเรืองอำนาจ ก็บล็อคเส้นทางนี้ไว้ ฝรั่งจึงต้องหาเส้นทางอื่น และโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่ค้นพบเส้นทางอ้อมแหลมกู้ดโฮป
ศูนย์กลางการผลิตเครื่องเทศในสมัยนั้นอยู่ที่สุมาตรา โปรตุเกสอยากได้มะละกา (อยู่ที่มาเลย์ ตรงข้ามกับสิงคโปร์) เพราะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าทางทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลยเข้ามาขอมะละกากับเจ้ากรุงศรีในสมัยนั้น (เพราะมะละกาส่งบรรณาการให้อยุธยา) และพบกับความเจริญของอยุธยาในที่สุด
จีน
อินเดีย
สรุป อินเดียประชากรน้อยกว่าจีนนิดหน่อย แต่ GDP น้อยกว่า 3 เท่า
อินเดียใต้การปกครองของอินทิรา คานธี นั้นปิดประเทศ (protectionist) และสืบทอดมายังรุ่นลูก ราจีฟ คานธี มาเปลี่ยนเมื่อช่วง 90s หลังราจีฟโดนลอบสังหาร
วิกฤต ในบางครั้งก็คือโอกาส
ก่อนยุคนี้ สินค้าหลักของไทยคือ ข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง ข้าวโพด เป็นสินค้าจากการเก็บเกี่ยว
ครั้งแรก 1971 (2514)
ปี 1984 ไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจภายใน ต้องขอความช่วยเหลือ IMF ป๋าเปรมจัดระเบียบโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่
ครั้งที่สอง 1985
สรุป: วิกฤตเศรษฐกิจทั้งสองรอบ ทำให้ญี่ปุ่นเข้ามาแทนที่อเมริกาในฐานะเจ้าของ demand รายใหญ่
แบ่งตามปริมาณที่ใช้ในการค้าโลก
Sequence of Economic Development
พัฒนาการของอเมริกา
การส่งไม้ต่อของภาคการผลิต
โรงงานโลก หรือ the global workshop
uk (ปฏิวัติอุตสากรรม) > us (หลัง 1860s) > japan (หลังสงครามโลก) > china (หลังเติ้งเสี่ยวผิงเปิดระเทศ และญี่ปุ่นพัฒนาเสร็จหมดแล้ว)
สาเหตุของฟองสบู่การเก็งกำไรอเมริกา
CDO/CDS
จากนั้น เจ้าของ CDO (เช่น citibank) นำไปขายเป็น CDS ให้กับบริษัทประกัน (เช่น AIG) ช่วยรับประกันความเสี่ยงอีกต่อหนึ่ง
บริษัทประกันขายประกัน CDS ได้รวมมูลค่าถึง $62 trillian ซึ่งมากกว่า GDP โลกเสียอีก (เฉพาะ AIG ขาย CDS ได้เป็น 2 เท่าของ GDP ไทย)
Comments
ninelouis
22 April, 2009 - 05:40
Permalink
"20 trillian หยวน หรือ 100
"20 trillian หยวน หรือ 100 trillian USD"
conversion ครงนี้ ผิดหรือเปล่าครับ
mk
22 April, 2009 - 09:14
Permalink
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ที่ถูกต้องหน่วยเป็นบาท
thep
22 April, 2009 - 14:36
Permalink
สุดยอด ทั้งกว้างและลึก
สุดยอด ทั้งกว้างและลึก
mk
22 April, 2009 - 14:50
Permalink
@thep ความน่าตื่นเต้นก็คือ
@thep
ความน่าตื่นเต้นก็คือ ตัวเลขทั้งหมดนั้นพูดและเขียนลงแผ่นใสให้ดูกันสดๆ มันอยู่ในสมองทั้งหมดแล้ว!!
ผมว่าเลคเชอร์นี้น่าประทับใจกว่าการอ่านหนังสือภาคทฤษฎี ตรงที่มีตัวเลขมาประกอบให้เห็นภาพว่า เท่าไรจึงจะดี อะไรมากไปหรือน้อยไป
ม่อน
22 April, 2009 - 15:33
Permalink
พ่อหนุ่ม รัชการ เขียนผิด
พ่อหนุ่ม รัชการ เขียนผิด ต้องรัชกาล
thep
22 April, 2009 - 23:29
Permalink
mk, ทำให้ผมเห็นภาพมากขึ้น
mk,
ทำให้ผมเห็นภาพมากขึ้น ว่าที่เขาพูดกันบ่อย ๆ ว่าเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกมากมันมากขนาดไหน
เรื่องนี้เคยเอามาคิดโยงกับเรื่องตลาดซอฟต์แวร์บ่อย ๆ เพราะซอฟต์แวร์มันขายไม่ได้ในประเทศ ก็เลยต้องเน้นส่งออกแทนที่จะขายคนไทยกันเอง (กลายเป็นปัญหาสมองไหลด้วย) ถ้าจะเปลี่ยน X เป็น C ก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์กันก่อน
ส่วนตลาดอื่น ๆ ก็ต้องเน้นการนิยมสินค้าไทย + ปรับปรุงคุณภาพ + เจาะตลาดคนไทยมากขึ้นล่ะมัง (นึกถึงโฆษณา "ข้าวไปไหน")
thep
22 April, 2009 - 23:48
Permalink
ปล.
ปล. ชื่ออาณาจักรที่สามก่อนสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ผมเคยเห็นแต่สะกดว่า "สุพรรณภูมิ" นะ ไม่ใช่ "สุวรรณภูมิ" ชื่อ "สุพรรณภูมิ" มีนัยเกี่ยวเนื่องกับเมือง "สุพรรณบุรี" น่ะ
อันที่จริง สุพรรณภูมิกับสุโขทัยเป็นพันธมิตรกันก่อน ก่อนจะรวมกันในสมัยเจ้านครอินทร์ แล้วเจ้านครอินทร์ก็ยกลงมาตีอยุธยา (ละโว้) และรวมอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวเป็นครั้งแรก แต่ในแง่การปกครองแล้ว พิษณุโลกก็ยังเป็นเมืองแฝดกับกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งพระบรมไตรโลกนาถมารวมศูนย์อำนาจที่กรุงศรีอยุธยาเพียงแห่งเดียวเป็นครั้งแรก แต่จากเรื่องสุริโยทัยก็จะเห็นว่า สุดท้ายเมืองพิษณุโลกก็ยังไม่ได้ลดความสำคัญลงสักเท่าไร จนกระทั่งกรุงแตกครั้งที่หนึ่งเพราะพิษณุโลกทะเลาะกับอยุธยา จากนั้น พระนเรศวรถึงได้กวาดต้อนครัวจากพิษณุโลกลงมา ทำให้อำนาจมารวมศูนย์ที่กรุงศรีอยุธยาอย่างแท้จริง
7
23 April, 2009 - 04:21
Permalink
เห็นภาพเลย สุดยอด
เห็นภาพเลย สุดยอด
Warong
23 April, 2009 - 17:27
Permalink
ขอบคุณมากครับ เข้มข้นจริงๆ
ขอบคุณมากครับ เข้มข้นจริงๆ
Add new comment