Double Standard, Peace and the Trouble of the Economist

บล็อกในซีรีย์

ต่อกันด้วยประเด็น Double Standard ที่หลายคนติดใจ

จอม เพชรประดับ: นับจากนี้ไป “ประเทศไทย” จะไม่เหมือนเดิม - ประชาไท

เมื่อความยุติธรรม ไม่อาจแสวงได้ด้วยกติกาในระบบ ก็ต้องใช้ขบวนการนอกกติกาและไร้ระบบ ทำให้ผู้เขียนนึกถึงความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราคงทราบดีว่า ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ยังไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิมได้อีก หากเหตุและปัจจัยแห่งปัญหายังไม่ถูกคลี่คลาย นั่นก็คือความ “อยุติธรรม” และ “สองมาตรฐาน”

ทำไมเราถึงได้เห็นการพูดถึง "สองมาตรฐาน" บ่อยครั้งอย่างมีนัยยะตามสื่อต่างๆ?

ถัดมา ประเด็นเรื่อง สันติวิธี แม้ว่าจะไม่ตรงเป๊ะเหมือนกับบทความของภัควดีในบล็อกอันที่แล้ว แต่ก็พูดถึงเรื่องสันติวิธีเช่นกัน

การคอรัปชั่นทางจริยธรรม ของนักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ - ศรัทธา สารัตถะ ลงพิมพ์ในประชาไท

เพียงชั่วเวลาหนึ่งสัปดาห์ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า กลุ่ม นปช. ได้ถูกแปลงสภาพจาก “ประชาชนที่ชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย” กลายเป็น “คนอื่น” (the other)

ผมนึกถึงนิโคล คิดแมน การเปรียบเทียบกับ The Other ทำให้นึกภาพออกว่า ถ้าเรามองมนุษย์เป็นผี มันจะส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงขึ้นเพียงไหน

สุดท้ายเป็นบทความใน The Economist ชื่อว่า The trouble with the king ประชาไทนำมาแปลเป็นภาษาไทย ใช้ชื่อว่า ปัญหาระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท พร้อมกับการป้ายดำ

Economist เริ่มต้นบทความด้วยการ quote ข้อความจาก Economist ฉบับปี 1932 ซึ่งรายงานสถานการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

As Latin American countries replaced one junta with another, and as fascists moved Japan towards tyranny, our correspondent wrote “The Siamese revolutionaries are moving in the opposite direction—from absolute monarchy towards self-government.”

และตั้งคำถามว่า ทำไม ณ ปัจจุบัน ประเทศไทยถึงมีปัญหา (trouble) เกี่ยวกับประชาธิปไตยมากถึงเพียงนี้

คำตอบคืออะไรยังไม่รู้ รู้แต่ว่า Economist เองมีปัญหาที่ใหญ่ไม่แพ้กัน นั่นคือหา Economist ฉบับนี้ไม่ได้ในประเทศไทย (อีกแล้ว)

Comments

แค่อ่านประโยคแรกของบทความ ก็เริ่มบอกอนาคตของ Economist ฉบับนี้ได้แล้ว...

ผมนึกถึงนิโคล คิดแมน การเปรียบเทียบกับ The Other ทำให้นึกภาพออกว่า ถ้าเรามองมนุษย์เป็นผี มันจะส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงขึ้นเพียงไหน

ู^-- คมมากครับ คงทราบกันดีว่า "ผี" ในหนังเรื่องนี้คืออะไร?

@Warong

ไม่ได้ตั้งใจจะหมายถึง "ผี" อย่างนั้นนะครับ (แม้ว่าตอนเขียนจะนึกถึงประเด็นนี้อยู่บ้าง) แต่ที่ผมจะสื่อจริงๆ ก็แค่ว่า คำว่า The Other มันไปพ้องกับหนัง และปมหลักของหนังก็คือ การแบ่งแยก (separation) (หรือในอีกนัยก็คือ ไม่แบ่งแยก) ระหว่างผีกับคนนั่นเอง

^
เห็นควรด้วยว่าคม คม คม

แต่ทักษิณซื้อ The Economist ไปแล้วนี่นา นา นา

(ผมเชื่อว่า เค้าต้องซื้ออ่านแหละ คงไม่หาอ่านผ่านเว็บเหมือนพวกเรา เรา เรา)

@mk

อ้าว เหะเหะ งั้นขออำไพด้วยครับ อย่างไรก็ดี ผมชอบการเปรียบเทียบนี้มากนะครับ

ขอบคุณ mk ครับ ว่าแต่ ยังมีเว็บที่ไม่ใช่ ประชาไทย กับ ฟ้า เดียวกัน อีกหรือเปล่าครับที่มีบทความลักษณะนี้ เพราะผมจะโพส facebook ทีไรคนเห็นชื่อเว็บก็ไม่ค่อยเข้าไปอ่านเลยครับ :P

@iMenn ทักษิณต้องซื้อ Ozone ไว้หมดแน่แน่ แน่ แน่
ไม่งั้นมันทำไมจะร้อนขนาดนี้ นี้ นี้

@patchara

เท่าที่เข้าใจ ที่อื่นไม่กล้าลงพิมพ์ให้ครับ

Add new comment