Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
เรื่องสองมาตรฐานระหว่างสองม็อบนี่ น่าจะเป็นเรื่องที่รู้กันมานานแล้ว (และหลายๆ คนก็เลิกสนใจกันมานานแล้วด้วยซ้ำ) เพียงแต่ช่วงนี้อ่านเจอคำนี้ในบทความหลายชิ้น เลยมาบันทึกไว้หน่อยว่า มีคน notice ประเด็นนี้อยู่เยอะพอสมควร
เริ่มจากท่านจ๋ง
โดยส่วนตัวคิดว่าปัญหานี้เป็นวิกฤติของบรรทัดฐาน หากไม่สามารถสะสางบรรทัดฐานที่ตกค้างกันมาให้หลายๆ ฝ่ายรับได้ คงยากที่จะสานประโยชน์กันให้ลงตัว และค้างคาใจกันไปอีกนานทีเดียว ต่อให้เลี่ยงการปะทะครั้งนี้ได้ก็ตาม
หน้า 3 ไทยรัฐ ซัดไปเต็มดอก (ผมอ่านละกลัวโรงพิมพ์ไทยรัฐโดนเผา)
กับรายการที่เกิดขึ้นกับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ถูกล็อกกุญแจมือไพล่หลัง หิวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปสอบสวนที่ค่ายนเรศวร เพชรบุรี ตั้งข้อหาร้ายแรง โทษฐานบุกโรงแรมล้มโต๊ะงานประชุมอาเซียน ทำให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสียหน้า
ขณะที่นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำม็อบ นปช. ยอม สลายม็อบ เดินเข้ามอบตัวกับตำรวจโดยดี แต่โดนล็อกตัวแยกขังเดี่ยวตามค่ายทหาร และ ตชด.
เทียบกับขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯที่โดนข้อหาก่อการร้ายสากล บุกยึดท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ปิดสนามบินดอนเมือง ยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเดือนๆ
ตำรวจต้องโค้งคำนับตอนรับมอบตัว ต้อนรับประดุจบุคคลสำคัญ และจนถึงวันนี้ผ่านมา 3-4 เดือนแล้ว คดียังคาราคาซัง ไม่คืบหน้าไปถึงไหน
เช่นเดียวกัน เมื่อตอนม็อบเสื้อเหลือง ทหารแค่ถือโล่คุมเชิงม็อบพอเป็นพิธี แต่ถึงคิวของม็อบเสื้อแดง ทหารถือปืนเอ็ม 16 ขับรถหุ้มเกราะ ระดมอาวุธหนักครบมือ ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง ลั่นกระสุนปืน เดินหน้าตาถมึงทึงเข้าหาผู้ชุมนุม
อันสุดท้ายคือ อ. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล จริงๆ มาเป็นอันแรกๆ แต่เพิ่งมาเห็น ด้วยชื่อคนเขียนแล้วก็ไม่น่าแปลกใจสักนิด
Comments
คนอ่านประจำ
16 April, 2009 - 10:36
Permalink
ผมก็เห็นด้วยนะครับว่า mob มี
ผมก็เห็นด้วยนะครับว่า mob มี 2 standard จริงๆ พฤติกรรม ความเถื่อน ความเลว ก็ไม่เหมือนกัน บางเรื่อยก็ถ่อยและเสียหายเหมือนกัน
น่าชื่นชมนะครับ มาตรฐานการชุมนุมตามสิทธิในรัฐธรรมนูญของไทย ได้ยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว
zybernav
16 April, 2009 - 11:17
Permalink
น่าสนใจครับ ก่อนหน้าสลายการชุ
น่าสนใจครับ
ก่อนหน้าสลายการชุมนุม ผมได้ยินแต่ความเห็นในทำนองว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ตำรวจเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ 7 ตุลา ได้ยินถึงขนาดว่ารัฐบาลชุดนี้ถูกปล่อยให้โดดเดี่ยว
ถ้ามองปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงพันธมิตรเป็นบทเรียน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ก็น่าจะมองว่าเป็น ผลลัพธ์จากการแสวงหาคำตอบนะครับ ถ้ามองเป้าหมาย คือการนำเสถียรภาพกลับมาให้เร็วที่สุด การควบคุมตัวแกนนำก็อาจจะต้องเข้มงวดในช่วงแรก
ผมคิดว่า double standard เกิดขึ้นได้จากเวลาที่ผ่านไป ประสบการณ์ที่ได้รับ มากกว่า เพราะผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าถ้าพันธมิตรออกมาปิดสนามบิน ณ ชั่วโมงนี้ จะได้รับการปฏิบัติแบบไหน
phutta
16 April, 2009 - 11:39
Permalink
+1 เห็นด้วยกับ @zybernav
+1 เห็นด้วยกับ @zybernav ที่เอาเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลามาเป็นบทเรียน
อีกประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต ทหารไม่ออกมาระงับเหตุการณ์ตอนเสื้อเหลือง ผมคิดว่าเป็นเพราะตอนนั้น รัฐบาลนำโดยพรคคพลังประชาชน "โยนขี้" ให้ทหารรับผิดชอบนะ แล้วใครมันจะทำ ทำดีเสมอตัว ทำพลาดนี่ตกเป็นจำเลยสังคมทันที
แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นสุเทพหรือนายกอภิสิทธิ์พูดนะ ว่าทำได้เต็มที่ผมรับผิดชอบเอง อย่างงี้ดิเขาถึงทำ! (เหมือนให้ทหารเป็นผู้ช่วย แต่ผมเห็นตำรวจดูจะเป็นผู้ช่วยมากกว่า)
อีกประเด็นนึงที่สำคัญ ตอนนั้นพวกเสื้อเหลือง เขาไม่ได้ทำร้ายประชาชนนะครับ เขาไม่ได้จับประชาชนเป็นตัวประกัน เสียหายทางเศรษฐกิจจริง แต่ไม่ได้อันตรายต่อชีวิต ซึ่งในความรู้สึกแรกมันต่างกันมาก
ส่วนการดำเนินคดีอันนี้ไม่ขอออกความเห็นครับ เพราะไม่รู้ถึงขั้นตอนไหน ยังไง ฯลฯ
Iterator
16 April, 2009 - 11:53
Permalink
อีกประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต
อีกประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต ทหารไม่ออกมาระงับเหตุการณ์ตอนเสื้อเหลือง ผมคิดว่าเป็นเพราะตอนนั้น รัฐบาลนำโดยพรคคพลังประชาชน "โยนขี้" ให้ทหารรับผิดชอบนะ แล้วใครมันจะทำ ทำดีเสมอตัว ทำพลาดนี่ตกเป็นจำเลยสังคมทันที
=> โดนปฎิวัติเงียบเสียมากกว่าครับ ใครจะเคลื่อนไหวอะไรก็มีโทรศัพท์ไปสิครับ
เสื้อแดงทำผิดกฎหมายก็ดำเนินตามตามกฎหมาย
เสื้อเหลืองผิดกฎหมายก็ชะลอไว้ รอกระแสซา สุดท้ายคงเงียบจางหาย รับโทษสถานเบา ตีความกฎหมายเอื้ออำนวย
ตามการเมืองเมืองไทย ต้องติดตามหน้าฉากหลังฉากให้ดีครับ
mk
16 April, 2009 - 12:13
Permalink
@phutta เรื่องสนามบินนี้
@phutta
เรื่องสนามบินนี้ ข้อมูลที่ทักษิณพูดในหนังสือ Are You OK? (ผมเพิ่งอ่านจบ) ก็คือ "ในม็อบมีทหาร" (ซึ่งความถูกต้องของข้อมูลก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง)
@zybernav
แสดงว่าบทเรียนก่อนหน้านั้นทั้งหมด (พฤษภา 35) เราทิ้งไปหมดเลย? ต้องเรียนกันใหม่หมดจากกรณีของพันธมิตร?
sirat
16 April, 2009 - 12:24
Permalink
สวัสดีครับ ผมอยากทราบว่า คุณ
สวัสดีครับ
ผมอยากทราบว่า คุณ mk อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหานี้อย่างไร ถึงจะถูกใจคุณ mk มากที่สุด แบบว่า ถึงขั้นออกปากชมได้เลย
ปัญหาในที่นี้ หมายถึง กรณีเสื้อเหลือง เสื้อแดงนะครับ คือคุณ mk อาจจะมองอะไรกว้างนี้นี้ไปมาก แต่ผมขอทราบแค่กรอบเล็กๆ ก่อน
ขอบคุณครับ
mk
16 April, 2009 - 12:51
Permalink
@sirat
@sirat
ปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐบาล (ไม่ว่ารัฐบาลไหน) ไม่มี absolute power ในการจัดการครับ มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ในเมื่อโครงสร้างมันถูกบิดเพี้ยน (โดยกลุ่มคนที่ไม่ใช่รัฐบาล) มาตั้งแต่ต้น รัฐบาลจะทำอะไรก็ไม่เกิดอะไรมากนัก
อย่างที่บล็อกของคุณวรงค์ว่าไว้ว่ามันเป็น "วิกฤติของบรรทัดฐาน"
ทางแก้ก็คือ รัฐบาลต้องล้างบางมาตรฐาน-บรรทัดฐานเดิมๆ ที่ผิดเพี้ยนไปให้หมด เหมือนกด reset แล้วสร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมา (ในที่นี้หลักๆ คือ รธน. 50 และการแทรกแซงของหน่วยงาน xxx) ถ้าทำได้ก็ออกปากชมครับ
ปัญหาก็คือ รัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของบรรทัดฐาน และเจ้าของบรรทัดฐานจะยอมให้รัฐบาลเปลี่ยนมันหรือเปล่า?
zybernav
16 April, 2009 - 12:57
Permalink
@mk ผมคิดว่าทุกฝ่ายมีการพัฒนา
@mk
ผมคิดว่าทุกฝ่ายมีการพัฒนา (วิวัฒนาการ?) ไปตามเวลาที่ผ่านไปเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนำประท้วง ฝ่ายรักษาความมั่นคง ฝ่ายอำนาจบริหาร เหตุการณ์พฤษภา ก็มีบทเรียนของมันอยู่ เช่นเดียวกับการปฏิวัติ 19 กันยา และผลของมันที่ตามมาเป็นลูกโซ่ ที่ทำให้พวกเขาได้รู้ว่า การปฏิวัติไม่ได้นำไปสู่ทางออกของประเทศเสมอไป
ในส่วนกรณีของพันธมิตร สิ่งที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนจะพัฒนา(?)จากการชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภา 35 ขึ้นมาอีก ทั้งผู้ชุมนุม ทั้งรัฐบาล เพราะไม่เคยปรากฏระยะเวลาการชุมนุมที่ยาวนานแบบนี้ ก็ทำให้เราเห็นปรากฏการณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายในรูปแบบที่ไม่เหมือนกับพฤษภา หรือแม้แต่ เหตุการณ์เดือนตุลาทั้งหลาย
นั่นยังไม่รวมถึงประเด็นที่ว่า ผู้ที่เห็นขัดแย้งกันทางการเมือง (ขอไม่เรียกว่า ฝ่ายรัฐบาลกับประชาชนนะครับ เพราะสลับกันไปมาจนมั่วไปหมด) ก็ "เรียนรู้" ที่จะใช้การจัดตั้ง และขับเคลื่อนมวลชน นอกเหนือไปจากการใช้อำนาจรัฐ หรืออาวุธสงครามเพียงอย่างเดียว (ตัวอย่าง: การนำมวลชนแดง ปะทะเหลือง ในเหตุการณ์ 2 กันยา)
ยังมีปัจจัยอีก 108 อย่างที่ทำให้บทเรียนจำเป็นต้อง update อยู่เสมอ อย่างเช่น การมีสื่อทางเลือก การมี internet โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ทำให้ข่าวลือปากต่อปาก หรือการโหมประโคมข่าวจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้มีผลกระทบมากเหมือนครั้งก่อน ๆ ยังไม่นับรวมถึงวิวัฒนาการของความคิด และมุมมองของคนในสังคมไทย ในช่วงนั้น ๆ ครับ
ถ้าจะให้สรุปก็คือ ถ้ามีตัวแปรในตัวแปรหนึ่งเปลี่ยนแปลง ก็อย่าลืมเอามาประมวลผลใหม่ครับ เพราะถ้า input เปลี่ยน แต่ใช้ process เดิม output มันก็เปลี่ยนอยู่ดี
สาวก
16 April, 2009 - 13:02
Permalink
จะเอาอะไรกันครับ webmaster
จะเอาอะไรกันครับ webmaster นี้ ยัง double standard เลย ลองไปอ่านดูบทความเก่าๆดูสิครับ
ว่าจริงมั้ย ผมกล้าฟันธงเลยว่าคุรอยู่ข้าง เสื้อแดง
mk
16 April, 2009 - 13:10
Permalink
@zybernav จากที่เขียนมา
@zybernav
จากที่เขียนมา แปลได้ว่ารัฐบาลนี้ (และข้าราชการภายใต้รัฐบาลนี้) เก่งมาก เพราะว่าเรียนรู้เร็วมาก?
zybernav
16 April, 2009 - 13:37
Permalink
@mk ม็อบเสื้อเหลืองมีเวลาให้เ
@mk
ม็อบเสื้อเหลืองมีเวลาให้เรียนเป็นปีครับ
internet และการใช้สื่อผ่านดาวเทียมมีให้ทำความรู้จักมาหลายปี
สิ่งที่ผมเห็นว่า ทหาร ตำรวจได้เรียนรู้ คือ การเตรียมการ การทำให้โปร่งใส ในการลงมือสลายกลุ่มชน และการจำกัดกรอบของการใช้อาวุธที่อยู่ในมือ ให้สามารถควบคุมได้ ทำให้กล้า ตอบประเด็น การใช้อาวุธสงครามกับประชาชน ที่อีกฝ่ายก็พยายามจะทำให้เป็นประเด็นเช่นเดียวกัน รวมทั้งการสลายกลุ่มชนขนาดใหญ่ที่ทำเนียบโดยที่ไม่มีการปะทะรุนแรง ผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หรือเริ่มเรียนรู้กัน ตอนที่ม็อบเริ่มปิดถนนครับ
mk
16 April, 2009 - 13:54
Permalink
@zybernav จริงๆ
@zybernav
จริงๆ ผมพยายามเขียนอ้อมๆ แต่คำถามของผมก็คือ ปฏิบัติการของตำรวจ-ทหาร เฉพาะใน 2 กรณีนี้ (ซึ่งเราเห็นพ้องว่ามัน improve) มันดำเนินไปด้วยเจตจำนงค์บริสุทธิ์ (คือไม่มีอะไรมาแอบแฝง) ทั้งสองครั้งหรือเปล่า
สมมติว่ารอบแรกได้คะแนน 3 รอบสองได้ 8 ส่วนต่าง 5 คะแนนก็ถือว่าพัฒนาการดีมาก
คำถามคือ รอบแรกเนี่ย มันจงใจ 3 หรือเปล่า (ถ้าตั้งใจจริง อาจจะได้ 6 อะไรทำนองนี้)
zybernav
16 April, 2009 - 14:53
Permalink
@mk ถ้าเป็นเรื่องของเจตนา
@mk
ถ้าเป็นเรื่องของเจตนา คงตอบยากครับ
แต่บางเรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น กระสุนแก๊สน้ำตารอบแรก ที่ให้ผลแบบสะเก็ดระเบิด ไม่ปรากฏในรอบที่ 2 นี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปแล้ว ผมเข้าใจว่า เป็นครั้งแรกที่มีการใช้อุปกรณ์ปราบจลาจลกับกลุ่มคนใหญ่ขนาดนี้ในประเทศไทย (พฤษภา 35 เท่าที่ผมทราบ มีแต่ทหารถือปืน) ดังนั้น ถ้าครั้งที่ 2 จะดูดีกว่าครั้งแรกก็คงไม่น่าแปลกใจครับ
ในแง่ของความจริงจัง และผลของการสลายกลุ่มชน รอบแรกก็ทำสำเร็จนะครับ เพียงแต่มีคนบาดเจ็บมาก มีคนเสียชีวิต มีระเบิด แบบอาวุธสงคราม/ก่อการร้าย จับมือใครดมไม่ได้ การสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับสื่อ ไม่ได้ให้ความน่าเชื่อถือ เพราะมีหลักฐาน (คนเจ็บ ภาพข่าว) ที่ออกมาขัดแย้งกัน
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่า ถ้ารอบสอง เป็นแบบนั้น เสียงชมจะมากเท่านี้หรือเปล่า
ผมว่า ผลลัพธ์ ก็มีผลต่อมุมมองของคนที่มีต่อเหตุการณ์นะครับ
mk
16 April, 2009 - 15:25
Permalink
@zybernav
@zybernav ผมไม่ได้ว่ารอบสองไม่ดีนะครับ ทำดีเลยแหละ แต่ที่ตั้งคำถามว่า "สองมาตรฐาน" ก็คือ รอบแรกมันจงใจห่วยหรือเปล่า
sirat
16 April, 2009 - 15:51
Permalink
ผมไม่ใจนักว่า "บรรทัดฐาน" และ
ผมไม่ใจนักว่า "บรรทัดฐาน" และ "เจ้าของบรรทัดฐาน" ที่คุณกล่าว หมายถึงอะไรแน่นะครับ สมมติว่าเข้าใจตรงกันนะครับ ผมอยากทราบว่า ทำไมเราถึงต้องอยากเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานนั้นครับ
คำถามเหมือนกวนๆ หรือเปล่า? แต่ผมอยากทราบความเห็นคุณจริงๆ นะครับ
sirat
16 April, 2009 - 15:53
Permalink
คำถามผมไม่เกี่ยวกับของคุณ
คำถามผมไม่เกี่ยวกับของคุณ zybernav นะครับ เกรงว่าจะปนกัน
mk
16 April, 2009 - 16:22
Permalink
@sirat
@sirat
ไม่กวนครับ
ผมออกตัวก่อนว่า ผม quote คำว่า "บรรทัดฐาน" และ "มาตรฐาน" มาจากที่อื่นๆ ซึ่งเจตนาของผู้เขียนก็คงไม่จำเป็นต้องเหมือน "บรรทัดฐาน" ของผมนะครับ
บรรทัดฐานก็อย่างเช่น
- ความกระตือรือล้นในการดำเนินคดีของตำรวจ
- เหมือนข้างบน แต่ของทหาร
- เหมือนข้างบน แต่ของอัยการ
- เหมือนข้างบน แต่ของศาล
ผมไม่รวม "มุมมองของสื่อ" เข้าไปด้วย เพราะผมถือว่ามันเป็น opinion แต่ว่าสี่หน่วยงานข้างต้นนี้ (อาจจะรวม คตส เข้าไปอีกอันก็ได้) เป็น "หน้าที่" ที่ผูกพันต่อประชาชน
ตัวอย่าง (1) ก็คือ
- นายกสมชายสั่งให้ทหารจัดการกับพันธมิตรยึดสนามบิน ผลที่ได้คือ อนุพงษ์ออกทีวี บอกให้สมชายลาออกซะ
- นายกอภิสิทธิ์สั่งให้ทหารจัดการกับเสื้อแดงยึดอนุสาวรีย์ ผลที่ได้คือกระสุนกระดาษแบบขึงขังตามมาทันที ล้างบางเสื้อแดงม้วนเดียวจบ
คำถามคือ ทำไมความกระตือรือล้นมันต่างกัน ทั้งที่มันเป็นการสั่งการจาก "ผู้นำแห่งรัฐ" เหมือนกัน
ณ ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบอื่นให้กับคำถามที่ว่าเลย ยกเว้น "ทหารเลือกปฏิบัติ"
นอกจากตัวอย่างแรกแล้ว ยังมีเรื่องคดีทุจริตเรื่องเขายายเที่ยง เทียบกับการซื้อที่ดินของทักษิณ (ตัวอย่าง (2)) และผมอยากให้คุณ sirat จับตาการสั่งฟ้องแกนนำเสื้อแดง ว่าการทำสำนวนของตำรวจจนไปถึงการตัดสินในชั้นศาล จะเสร็จก่อนคดีพันธมิตรยึดสนามบินหรือไม่ (ตัวอย่าง (3))
อย่างที่ผมตอบคุณ zybernav ไปแล้วว่า ผมมองว่า "เจ้าหน้าที่บ้านเมือง" (ในตัวอย่าง (1)) รอบนี้ทำงานดี ดีมากๆ ด้วยซ้ำ ก่อความวุ่นวายก็ต้องเจอแบบนี้
แต่ทำไม รอบที่แล้วไม่เป็นอย่างนี้?
house
16 April, 2009 - 17:39
Permalink
กรณีสองบรรทัดฐานเห็นด้วย
กรณีสองบรรทัดฐานเห็นด้วย ขอแย้งเรื่องเดียวคือเรื่องแกนนำ ม็อบชุดนี้
อาละวาดพังเมืองขนาดนั้น ไม่โดนสิแปลก -*- เสื้อเหลืองงี่เง่าก็จริง แต่ก็ไม่ได้เอารถแก๊ส ไปขวางดินแดง
ส่วนเรื่องทหารตำรวจ ถ้าให้เดา เรื่องของเรื่องมันมาจากบทเรียน 7 ตุลา
ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้น ม็อบยังไม่ได้ ปิดสนามบิน อนุพงศ์ ยังทำตัวเงียบๆ ไม่ได้ออกมายุ่งอะไร
แต่หลัง 7 ตุลา เมื่อตำรวจ เข้าปราบตามที่สั่ง แล้วรัฐบาลลอยตัวไม่รับผิดชอบ มีการเอาตัวตำรวจไปสอบสวน ส่งผลให้คำสั่งของรัฐในเวลาต่อมาขาดความศักดิ์สิทธิทันที
ผมเป็นอนุพงศ์ ผมก็ไม่ขยับ เห็นๆกันอยู่ว่าถ้าขยับแล้วโดนด่า หรือมีปัญหา คุณไม่ช่วย
พอคราวนี้ ผลข้างเคียงก็ยังอยู่
ตำรวจเต็มพัทยากลับหยุดม็อบที่เข้าชาร์จโรงแรม ไม่ได้! ซ้ำตำรวจไม่ยอมออกหน้า ไม่ยอมใช้แก๊ซน้ำตาเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ เทพเทือก สั่ง เพราะกลัวจะมีปัญหาตามมา
บทเรียนที่โดน นักกินเมืองลอยแพ มันยังฝังใจ
ส่วนความกระตืนรือร้น น่าจะเกิดจากความเฉียบขาดของคำสั่งมากกว่า เพราะหลังจาก ตำรวจหยุดที่พัทยาไม่ได้ ข่าวก็ออกมาทันทีว่า พล ต.อ. พัชรวาช ถูกเรียกไปตำหนิอย่างรุนแรง ต่อหน้านายทหาร ตำรวจ ระดับสูงทั้งหมด พร้อมขีดเส้นตาย 48 ชม แลกกับการปลดเก้าอี้ พร้อมกันนั้นก็ออกคำสั่งปราบปรามเป็นลายลักษณ์อักษร(ตั้ง กอฉ) นั่นคือถ้ามีปัญหา นายก รับผิดชอบทั้งหมด
หลังจากนั้น เราถึงเห็นการขยับตัวของทหาร
BLeAm
16 April, 2009 - 21:59
Permalink
เวลาที่มีการพูดถึงคำว่า
เวลาที่มีการพูดถึงคำว่า Double Standard เกี่ยวกับเรื่องม็อบสีเสื้อ
ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าคนส่วนใหญ่จะตีความไปว่า ไม่จับเสื้อเหลือง ก็ต้องไม่จับเสื้อแเดงด้วยสิ
ซึ่งส่วนตัวผมเองมองต่างไป บ้านเมืองจะปล่อยให้ไม่มีกฏอย่างงั้นไม่ได้ อีกหน่อยก็ออกมาอ้างกันหมดทีคนนั้นทำอย่างงั้นไม่เป็นไร งั้นเราก็ต้องทำได้ด้วยสิ
ประเด็นไม่ใช่ไม่จับเสื้อเหลืองก็ต้องปล่อยเสื้อแเดง แต่มันคือ จับไปให้หมดครับ เสื้อแดงคนไหนมันทำผิดกฏหมาย จับไปให้หมด นี่พูดจริงๆ ไม่ได้ประชด ก่อความเสียหาย นำรถแก๊ซมาเพื่อหวังก่อวินาศกรรม เผารถเมย์ พวกนี้ต้องไม่เอาไว้ แต่ขณะเดียวกันเสื้อเหลืองคนไหนที่ทำผิดกฏหมายก็ต้องไปจับด้วย ที่ปิดสนามบิน ที่ยึดทำเนียบ ควักปืนมายิงกลางกรุง พวกนี้ก็ต้องห้ามเอาไว้เด็ดขาดเหมือนกัน แกนนำปราศัยให้โค่นล้มอำนาจรัฐ ตัดน้ำตัดไฟสถานที่ราชการ D-Station ถ้ามันเข้าข่ายปลุกปั่นก็ปิดมันไป แต่ก็ต้องปิด ASTV ด้วย ถ้าทำได้อย่างงี้ คนที่ยืนอยู่ตรงกลางไม่มีใครไปด่าว่าอะไรรัฐบาลหรอกครับ แต่ปัญหาคือกับอีกฝั่งนึง รัฐบาลไม่กล้า จะด้วยความเกรงกลัวอะไร หรือด้วยความเป็นพวกเดียวกันก็แล้วแต่ มันเลยเกิดเป็นการเลือกปฏิบัติ มันยิ่งทำให้ภาพของการแบ่งพรรคแบ่งพวกมันชัดเจนยิ่งขึ้น สุดท้ายจะมาเรียกร้องความสามัคคี ซึ่งการเรียกร้องลักษณะนี้มันไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า "มึงยอมกูสิ"
boy
16 April, 2009 - 23:55
Permalink
เรื่องวิเคราะห์การทำงานของทหา
เรื่องวิเคราะห์การทำงานของทหารว่าสองมาตรฐานหรือไม่
กลัวว่าจะเสียเวลา
มันไม่ใช่พัฒนาการอะไรหรอกครับ
ถอยออกมามองความเป็นจริงง่ายๆ เลย
ทหารที่ปฏิวัติและอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลชุดก่อนอยู่แล้ว
พวกคมช.ตั้งลูกน้อง และทุกตำแหน่งก็เป็นคนของคมช.ที่ยืนยันว่าจะล้มรัฐบาลที่เป็นพวกทักษิณ
ฉะนั้นการกระทำจึงต่างกันครับ
ความเป็นจริงเหตุผลก็แค่นี้แหละครับ ถึงปฏิบัติต่างกัน...ศาลก็เช่นกัน
zeaw
17 April, 2009 - 00:36
Permalink
ไม่รู้
ไม่รู้ มาโพสช้าไปรึเปล่า
พอดีแวะผ่านมาอ่านเรื่องการประชุม escap เลยลิงค์มาจนถึงหน้านี้
@ khun mk
อ่านแล้วเห็นด้วยคะ
โดยส่วนตัวไม่อยากจะเป็นเสื้อสีอะไร แต่รับไม่ได้จริงๆที่แกนนำเสื้อแดง โดนจับอย่างใหญ่โต เพาระคดีชุมนุมเกินห้าคนสิบคน แต่ทีแกนนำเสื้อเหลือง ...
อีกเรื่องที่ไม่ชอบใจมากๆ คือตอนที่คุณสนธิเคยบอกว่ากรณีการปิดสนามบินว่า ตนไม่ได้เป็นคนปิด เอาผิดตนไม่ได้ คนที่สั่งให้ปิดคือผู้บริหารของทางสนามบินผู้ที่เซนต์เอกสารให้ปิด
เกลียดคำตอบแบบนี้มากที่สุดในโลก
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ อยู่ดีๆ เค้าจะเซนต์ยินยอมให้ปิดสนามบินมั้ย,,,เค้าแค่นึกสนุก อยากปิดสนามบินให้ลูกวิ่งเล่นไล่จับกันตามรันเวย์หรอ ??
แล้วยังคำพูดทางวิทยุของโฆษกเสื้อเหลืองอีก เคยฟังผ่านๆ ผญ.เป็นคนพูด(ไม่ทราบชื่อผู้พูด เพระไม่ได้สนใจอยู่แล้ว 55+) ชีพูดแบบpropaganda ล้างสมอง และดูเฟคๆอะ เหมือนกับจะสื่อให้คนเข้าใจว่าคุณจำลองเป็นห่วงชาวเสื้อเหลืองมากกกกกกกกกกก เป็นการพูดแบบsubliminal msg กลายๆยังไงก้อไม่รู้อะ
โอ้ย อยากบ่นต่อ แต่พอก่อน 55+ เพราะไอ้เราเองก็ไม่มีความรู้การเมืองอย่างคนอื่นเค้า
ืbin
17 April, 2009 - 01:48
Permalink
ถ้าคุณ mk บอกทหารเลือกปฎิบัติ
ถ้าคุณ mk บอกทหารเลือกปฎิบัติ ก็อาจจะจริง
(ของพวกนี้มันรวมหลายปัจจัย ผมว่า ผู้นำ, ประสบการณ์, ระดับความรุนแรง,
ความตึงเครียดตามจุด, ฯลฯ)
แล้วการเลือกปฎิบัติ มันก็มีระดับ การเลือกปฎิบัติรึป่าว ระดับแบบขัดแย้งสุดโต้ง,
แบบเลือกแบบกล้าๆกลัวๆ แบบนิ่งเฉย และอื่นๆ
ผมเลยกลับมองมาที่ตำรวจ ซึ่งแสดงตัวชัดกว่าทหารมากมาย ว่า เลือกปฎิบัติเป็นเช่นไร
ถ้าทหารตอนเสื้อเหลือง เลือกปฎิบัติ เหมือนอย่างตำรวจตอนเสื้อแดงครั้งนี้
ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น - -" หรืออาจจะ ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ??
ผมว่า double standard เกิดขึ้นกับคนทุกคน
แต่ระดับความต่างอาจจะน้อย มาก ก็ขึ้นแค่ละบุคคล
หลายคนบอกผมมี standard เดียว แต่ในความจริงลึกๆ
มันก็มี double standard เล็กๆ ซ้อนอยู่อย่างแน่นอน
ขอบคุณครับ
masatha
17 April, 2009 - 11:40
Permalink
ปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐบาล
ปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐบาล (ไม่ว่ารัฐบาลไหน) ไม่มี absolute power ในการจัดการครับ
>>> แย้งคุณ mk เล็กน้อย absolute power ไม่มีในระบอบประชาธิปไตยครับ ถ้าอยากได้ ต้องปกครองแบบอื่น
เรื่อง 2 มาตรฐาน อันนี้มีหลายสาเหตุ พอลองพยายามมองหลาย ๆ มุม หรือคิดหลาย ๆ แบบ พบว่า
- ตำรวจก็ยังห่วยเหมือนเดิม ดูแลพัทยาไม่ได้เลยต้องใช้กำลังทหาร
- อนุพงษ์โปรเสื้อเหลือง? พอเป็นเสื้อเหลืองเลยไม่ทำอะไร? แต่ถ้าบอกว่า ทหารเป็นเสื้อเหลืองหมด คงไม่นะครับ ภาคเหนือกับอีสานนี่แดงเถือก แต่ถ้าบอกว่าอนุพงษ์เชียร์อภิสิทธิ อันนี้พอเข้าใจได้ แล้วก็ต้องถามต่อว่า ทำไมถึงเชียร์? เชียร์เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือเชียร์เพราะเห็นว่ารัฐบาลนี้น่าจะไปรอดมากกว่า?
ข้าราชการมันยังมีเกียร์ว่างเลยนี่ครับ (แบบนี้ก็เรียกสองมาตรฐานรึเปล่า)
- ความหนักแน่นของคำสั่ง กับความรับผิดชอบของฝ่ายการเมือง อันนี้เห็นด้วยครับ สมัยคุณสมชายลอยตัวอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้องจะไม่ยอมทำตามก็ไม่แปลก
- ฝั่งเสื้อเหลือง ยึดสนามบินอย่างเดียว ส่งผลต่อเศรษฐกิจ แต่ไม่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อชีวิตและทรัพย์สินเหมือนเผารถเมล์ ยึดรถแก๊ส ยึดสนามบินปล่อยไว้เฉย ๆ สนามบินมันไม่ระเบิดนี่ครับ
- ในสนามบินเป็นพื้นที่ปิด จำนวนฅนเยอะกว่า จะสลายยังไงก็มีตายแน่ ๆ แต่ที่ยึดรถเมล์กับรถแก๊ส เป็นพื้นที่เปิด ฅนก็น้อยกว่า โอกาสทำมีความสำเร็จสูง โจทย์ง่ายกับโจทย์ยากจะเลือกทำข้อไหนละครับ?
ส่วนเรื่องที่บอกว่า ถ้าฟ้องศาล โทษออกมาต้องเหมือนกัน ปล่อยก็ปล่อยหมด จับก็จับหมด ขอโทษเถอะครับ การกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน รายละเอียดข้อเท็จจริงก็ต่างกัน แค่มองหยาบ ๆ แล้วบอกว่าผลมันต้องเหมือนกัน ผมคิดว่ามั่วไปหน่อย
เอาง่าย ๆ เสื้อเหลืองยังอยู่ในไทยครบ เสื้อแดงหนีจับตัวไม่ได้ไปกี่ฅนแล้ว? แล้วจะให้ตำรวจปฏิบัติเหมือนกันได้อย่างไร
ปล. อ่านคำตอบของคุณ house แล้วเข้าใจมากขึ้นนะครับ
mk
17 April, 2009 - 12:01
Permalink
@masatha ผมอ่านที่เขียนมาตั้ง
@masatha
ผมอ่านที่เขียนมาตั้งยาว ได้ความว่า "ปิดสนามบินไม่ผิด"
Oasys
17 April, 2009 - 13:49
Permalink
ยุติธรรมไม่มี สันติไม่เกิด
ยุติธรรมไม่มี สันติไม่เกิด
house
17 April, 2009 - 15:07
Permalink
@mk
@mk ผมอ่านไม่ได้ความอย่างนั้น
ผมอ่านได้ว่า
1. กระแสต้านแดงแรงกว่า เพราะกระทบผลประโยชน์โดยตรงมากกว่า ทำให้แรงกดดันให้เข้าปราบสูงกว่า
2. พื้นที่สนามบินสลายยากกว่า จึงเลือกจะไม่สลาย
3. การ oversimplify ข้อเท็จจริง ทำให้มองเห็นภาพคนละเหตุการณ์ เป็นเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งไม่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยกับ @masatha เฉพาะข้อ 1 และ 3 ส่้วนข้อสอง ผมเชื่อว่า เป็นผลมาจากการลอยตัว ของรัฐบาลเป็นสาเหตุหลัก โปร ปชป เป็นสาเหตุรอง และอื่นๆเป็นข้ออ้างทั้งสิ้น
สำหรับเรื่องคดีความ @BLeAm พูดไปหมดแล้ว
@Zeaw พอกันแหละครับ เดินเข้าม็อบฝั่งไหน ฝั่งนั้นก็ propaganda ไม่้งั้นก็รวมคนไม่ติดหรอก
PNEO2
17 April, 2009 - 17:14
Permalink
แดง ผิดข้อหา ชุมนุมเกิน 5
แดง ผิดข้อหา ชุมนุมเกิน 5 คนในช่วงที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน
เหลือง ผิดข้อหา ชุมนุมเกิน 5 คนในช่วงที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน
แดง ถูกจับ ไม่ให้ประกันตัว
เหลือง???
db std
masatha
17 April, 2009 - 22:54
Permalink
ขอบคุณคุณ house ครับ คุณ mk
ขอบคุณคุณ house ครับ
คุณ mk เวลาอ่านอะไรแล้วจะ simplify เข้าข้างความคิดของตัวเองแบบนี้แผละครับ
สำหรับเรื่องพรก.ฉุกเฉินเพิ่มเติมอันนี้เอามาแบ่งปันครับ
สมัยคุณสมชาย ตอนออกพรก. ให้อนุพงษ์เป็นประธาน เป็นฅนสั่งการ เป็นฅนตัดสินใจทุกอย่างครับ
(ยกอำนาจให้มึงแล้ว มึงจะทำอะไรก็ทำไป ถ้าทำแล้วโดนด่า อั๊วไม่รับผิดชอบ)
ส่วนสมัยคุณอภิสิทธิ มอบอำนาจใ้ห้เทพเทือก อำนาจตัดสินใจอยู่ที่รองนายก ทหารเป็นฝ่ายปฎิบัติการอีกที
(มึงจัดการให้เรียบร้อย เกิดอะไรขึ้น กูรับผิดชอบเอง มึงไม่ทำ มีปลด)
ประมาณนั้นแหละครับ
(จริง ๆ สมัยคุณสมชายก็สงสัยเหมือนกัน ถ้าทหารไม่ยอมทำตาม ทำไมไม่ปลดละครับ? อำนาจก็มี ตัวเองหน่อมแน้มเองแล้วจะโทษใคร)
คนอ่านประจำ
18 April, 2009 - 10:26
Permalink
จะเถียงกันทำไมครับ
จะเถียงกันทำไมครับ เมื่อนักการเมืองไม่ได้ทำงานเพื่อประชาชน และทำบนพื้นฐานของผลประโยชน์ของตัวเอง ตอนนี้เป็นประชาชนธรรมดาอาจจะพูดได้นะครับ แต่ลองไปเป็นนักการเมือง และระบบการเมืองประชาธิปไตยแล้วจะรู้ว่า ระบบพรรคและพวกพ้อง ผลประโยชน์ที่ลงตัวกัน มันสำคัญกว่าผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
ถ้าให้สีแดงเป็นรัฐบาล ก็แน่นอน ก็ต้องทำเพื่อพรรค และนายใหญ่
Oakyman
20 April, 2009 - 01:02
Permalink
ลูกน้อง (อนุพงษ์)
ลูกน้อง (อนุพงษ์) ไม่ทำตามคำสั่งหัวหน้า (สมชาย)
ทำไมไม่ปลด
กลัวอะไร (มือที่มองไม่เห็น? แต่ก็เห็นๆ กันแล้วนี่นะ วีดีโอลิงก์กันทุกวัน)
Add new comment