Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
ในบล็อก Fading Out the Translation พี่เทพอ้างอิงถึงบทความ ไขข้อข้องใจ ทำไม Firefox ต้องแปลภาษาไทย ของผม เลยกลับไปอ่านย้อนใหม่หมดอีกรอบ
ผมพบว่าเป็นบทความที่ดีมากอันหนึ่งที่เคยเขียนมา ถ้าเป็นภาษา Slashdot ก็ต้องบอกว่าได้คำยกย่องครบทุกอันยกเว้น +1 Funny
มานั่งระลึกดูว่า ตอนนั้นแรงจูงใจเป็นอย่างไร
กล่าวโดยสรุปแล้ว ปัญหาเรื่องคำวิจารณ์ต่อการแปล มีที่มาจากสาเหตุเดียว "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ" ซึ่งสามารถสังเกตได้จากคอมเมนต์ "บางอัน" ในบทความอันนั้นครับ เมื่อชี้แจงด้วยเหตุผลอย่างละเอียดต่อประเด็นที่โดนโจมตีทั้งหมดแล้ว จะเห็นการ "แถ" ไปโจมตีเรื่องอื่นๆ แทน ก็คนมันจะโจมตีเสียอย่าง อะไรประมาณนั้น
Comments
thanr
26 February, 2009 - 01:59
Permalink
คนแก่สร้างสถานการณ์
คนแก่สร้างสถานการณ์
BLeAm
26 February, 2009 - 03:05
Permalink
การถกประเด็นลักษณะนี้บางทีต้อ
การถกประเด็นลักษณะนี้บางทีต้องเข้าใจว่า คู่สนทนาที่มีปัญหามักจะมีเหตุแห่งความข้องใจมาจากมุมมองที่อาจจะค่อนข้างจำกัดเกินไปอยู่บ้าง ซึ่งบางคนก็ยังพอปรับได้ขุนขึ้น
บทความที่ยกมาอ้างอิง เป็นตัวอย่างของความพยายามในการอธิบายที่ดีชิ้นหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่มีพื้นที่หรือเวลาในการอธิบายมากขนาดนั้น บางทีความหมายอาจจะรวมอยู่ในประโยคสั้นๆ ว่า "การมีทางเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ"
ประเด็นมันไม่ใช่การใช้โปรแกรมที่มี Interface แบบแปลกับไม่แปลอย่างไหนดีกว่ากัน แต่มันคือความพยายามเชิงสร้างสรรค์ที่จะสร้างตัวเลือกที่ตอบสนองกับความต้องการที่หลากหลายให้ได้มากที่สุดซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
ใครสักคนอาจจะชอบใช้ Interface แบบภาษาอังกฤษ แน่นอนคุณมีตัวเลือกให้ใช้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามันไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเหมือนคุณ ถ้าจะมีผู้ใช้บางคนที่อาจจะไม่สะดวกหรือไม่อยากศึกษาภาษาอังกฤษแล้วจะไปบอกเค้าว่า "ก็ให้ไปศึกษาภาษาเพิ่มสิ หรือถ้าขี้เกียจนักก็ช่างหัวมัน อย่าไปใช้มันเลยคอมพิวเตอร์" ความเห็นลักษณะนี้ ไม่ส่งผลดีต่อภาพรวม, ไม่สร้างให้เกิดชิ้นงานหรือทางเลือก และรวมถึงเป็นมุมมองที่จำกัดอยู่แค่เฉพาะตัวเองมากเกินไป เพราะฉะนั้นผู้ที่เลือกจะยืนยันความเห็นลักษณะนี้ควรกลับไปอยู่ในโลกส่วนตัวให้มากๆ และควรพยายามงดเว้นการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ เพราะความเห็นเรามันไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับใคร แถมยังไปถ่วงกระบวนการในการพัฒนาอีก
ยังไงก็ตาม ในส่วนของการวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมของคำแปล ผมกลับมองว่าเป็นเรื่องที่น่าจะต้องเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าผู้แสดงความคิดเห็นจะเป็นคนที่ช่วยกันทำงานหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยที่สุดมันช่วยกระตุ้นให้กลับมาพิจารณาอีกครั้งว่าคำที่เราเลือกใช้มันเหมาะสมที่สุดแล้วหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้แสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์จะสื่อสารยังไงก็ได้ เพราะก็แน่นอนอีกเหมือนกันว่ามันมีวิธีการนำเสนอความคิดเห็นของเราในแบบที่คนอื่นอยากรับฟังและในแบบที่ตรงกันข้าม หรือถ้าจะให้ดีที่สุดใครที่มีมุมมองความเห็นต่อเรื่องความเหมาะสมของคำแปลมากๆ ควรกระโดดเข้าไปร่วมทีมทำงาน เพราะโครงการต่างๆ ที่พูดถึงไม่ใช่โครงการปิดแต่เป็นโครงการสาธารณะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำตัวเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ นอกวงทำงาน" ขึ้นมาอีกคน เพราะเท่าที่เป็นอยู่สังคมไทยเราก็มีบุคลากรลักษณะนี้มากเกินไปอยู่แล้ว
arjin
26 February, 2009 - 06:13
Permalink
เมื่อวานเจอเรื่องที่น่าจะพออธ
เมื่อวานเจอเรื่องที่น่าจะพออธิบายเหตุการณ์แบบนี้ได้เช่นกัน
เอา sms ไปยื่นแลกส่วนลดที่ร้านค้า เราก็ยื่นมือถือไปให้พนักงานแต่มันเป็นภาษาอังกฤษ คำพูดแรกของน้องเค้าคือ
"ไม่มีภาษาไทยเหรอคะ?" ...ว่าแล้วก็ set language เป็นภาษาไทยให้เค้าซะ
จึงต้องเข้าใจว่า ยังมีคนจำนวนมาก (แต่อาจจะไม่ใช่ เรา เรา เรา) ที่ต้องการ Interface ภาษาไทยล้วนๆ ไม่มีอังกฤษเจือปน
mk
26 February, 2009 - 07:47
Permalink
@BLeAm ถ้าไปอ่านคำโจมตีต้นฉบั
@BLeAm
ถ้าไปอ่านคำโจมตีต้นฉบับ จะเห็นชัดเจนว่าเป็นการโจมตีมาที่ "กระบวนการแปลที่ปิด" (เฉพาะพวกพ้อง ฯลฯ) ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดครับ
ถ้าอยู่ใน thail10n mailing list จะเห็นการอภิปรายคำศัพท์กันอย่างยืดยาวเสมอ โดยไม่สนใจว่าใครเป็นคนเสนอคำ (และเป็น mailing list เปิดที่ทุกคนสมัครได้) รวมถึงงานแปลแบบพบหน้า พวก sprint ต่างๆ นั้นมีการประกาศล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ มีการรายงานตามย้อนหลัง และระหว่างการแปลนั้นเปิดรับความเห็นสดทาง Twitter และ IRC สุดท้ายในกรณีของ Firefox มีการออก beta testing ให้ทดสอบและเปิดรับความเห็นอีกหลายรอบ
ผมเชื่อมั่นว่า publicity ในระดับนี้ ไม่มีทางที่ "ผู้โจมตี" คนนั้นจะพลาดสายตาไปได้อย่างแน่นอน ดังนั้นมันเป็นการจงใจโจมตีแน่ๆ ครับ
ม่อน
26 February, 2009 - 08:15
Permalink
มันก็เหมือน
มันก็เหมือน สมัยนึงที่มีคนป่วน blognone แล้วบอกว่า แค่blognone นะเด็กๆ เขาจะทำเมื่อไหร่ก็ทำได้ จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นคนนั้นทำอย่างที่เขาพูดเลย หรือว่าเขาทำแล้วผมมันโลกทัศน์แคบไม่ได้เห็นสิ่งที่เขาทำ
macXide
26 February, 2009 - 17:40
Permalink
คนไทยดันไม่รักภาษาไทยเสียเอง
คนไทยดันไม่รักภาษาไทยเสียเอง ต่างประเทศ เช่น จีน, ญี่ปุ่น เค้ายังทั้ง ผลักทั้งดัน ทั้งกระแทก ทั้งๆที่ Font เค้ายังไม่เป็น Smooth Font แต่ประเทศไทย ดันโจมตีกันเสียเอง (เพราะกลัวกันได้หน้าหรือเปล่าว)
ezy
26 February, 2009 - 20:30
Permalink
ก็เขาไม่ปลื้ม
ก็เขาไม่ปลื้ม จะเอาอะไรกับเขาล่ะ เขาเป็นคนส่วนใหญ่นะ (ฮา)
sitdh
26 February, 2009 - 20:42
Permalink
ผมชอบนะครับ ถึงตอนแรกๆ
ผมชอบนะครับ ถึงตอนแรกๆ จะดูมันรกๆ ไปบ้าง ใช้ไปสักพักก็ไม่เห็นว่ามันต่างกัน
อย่างน้อยมันก็เป็นประโยชน์กับคนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง (อย่างผมเป็นต้น)
อีกอย่าง มันทำให้เรารู้สึกว่า ไอ้ที่ใช้ๆ กันอยู่ มันเป็นของเรามากขึ้น
Add new comment