Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
บล็อกอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ตัดตอนมาจากบทความ "ญี่ปุ่นของไคจิ คาวางูจิ" ที่ผมเขียนค้างอยู่ (จริงๆ เขียนเสร็จแล้วแต่ early feedback บอกว่างานยังไม่ดีพอจะตีพิมพ์ และผมยังไม่มีเวลา+อารมณ์มาแก้ไขใหม่)
ตั้งใจจะคัดมาลงบล็อกนานแล้ว แต่ลืมตลอด จนกระทั่งวันนี้นึกขึ้นได้แบบไม่มีสาเหตุ ก็เลยรีบเอามาลงเสียหน่อย เนื่องจากว่าตัดตอนมาตรงๆ มันก็อาจจะห้วนๆ ขาดๆ ไปบ้างถ้าอ่านเฉพาะส่วนนี้เดี่ยวๆ
ในบทความนี้ผมยังเขียนถึง ยุทธการใต้สมุทร, Eagle และ Zipang โดยมีธีมว่าไคจิ คาวางูจิ ผู้เขียน ได้เสนอภาพอนาคตของญี่ปุ่น 4 แบบผ่านงานของเขาทั้ง 4 เรื่องนี้ ยุทธการจุดตะวัน
ยุทธการจุดตะวัน (ชื่อภาษาอังกฤษ A Spirit of The Sun) เป็นผลงานชิ้นล่าสุดของคาวางูจิ เริ่มตีพิมพ์ใน ค.ศ. 2003 ในนิตยสาร Big Comic ของสำนักพิมพ์โชกาคุคัง (เล่มเดียวกับที่ตีพิมพ์เรื่อง Eagle) ปัจจุบันเขายังเขียนเรื่องนี้ควบคู่ไปกับ Zipang
"ยุทธการจุดตะวัน " เป็นการตั้งคำถามโดยมองไปถึงอนาคต (แต่สะท้อนโอกาสที่เคยเป็นไปได้ในอดีต) ว่าถ้าญี่ปุ่นต้องพบกับวิกฤตการณ์ที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าการแพ้สงครามโลกครั้ง ที่สอง คนญี่ปุ่นจะรับมือกับมันอย่างไร จะฟื้นฟูประเทศขึ้นมาจากความวินาศอย่างไร และมันเป็นเส้นทางเดียวกับที่ชาวญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามเลือกหรือไม่
วิกฤตการณ์ ที่ยิ่งใหญ่ครั้งใหม่ที่ไคจิ คาวางูจิ มอบให้แก่ยุทธการจุดตะวันนั้นก็คือแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ส่งผลให้คนตายหลายสิบล้าน และเกาะฮอนชูของญี่ปุ่นแยกขาดออกจากกันเป็นสองเกาะ เมืองที่อยู่ตอนกลางประเทศอย่างโตเกียว เกียวโต และนาราต้องจมลงสู่ใต้น้ำ รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน และหนเส้นทางเดียวที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้คือการขอความช่วยเหลือจาก ต่างชาติ
ความเห็นในหมู่นักการเมืองผู้บริหารประเทศแบ่งออกเป็นสอง ทาง ฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามหามิตรที่คบกันมายาวนานอย่างสหรัฐคือทางออก ในขณะที่อีกฝ่ายคิดว่าต้องพึ่งมหาอำนาจใหม่ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันอย่าง จีนต่างหาก สุดท้ายญี่ปุ่นก็ถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ ญี่ปุ่นเหนือขอความช่วยเหลือจากจีน และสหรัฐอเมริกาเข้าปกครองญี่ปุ่นใต้
15 ปีให้หลัง การฟื้นฟูความเสียหายจากแผ่นดินไหวเริ่มเห็นผล แต่กลับกลายเป็นว่าต้องแลกมาด้วยอธิปไตยของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเหนือหรือฝั่งใต้ ที่สำคัญคือมีการค้นพบทรัพยากรธรรมชาติชนิดใหม่ที่ใช้แทนน้ำมันได้ในบริเวณ ช่องแคบที่แผ่นดินจมลงไป ถ้าข้อมูลเรื่องนี้รั่วออกไป อธิปไตยของญี่ปุ่นจะตกไปอยู่ในมือต่างชาติอย่างไม่มีวันกลับ
เด็กหนุ่มสองคนที่เคยผ่านประสบการณ์ภัยพิบัติครั้งร้ายแรง กำลังจะกลายเป็นตัวจักรสำคัญในการรวมญี่ปุ่นให้คืนมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง ดีกรีของการนำเสนอ "ญี่ปุ่นในฝัน" ของคาวางูจิในยุทธการจุดตะวันนั้นไม่ด้อยไปกว่า Zipang หรือยุทธการใต้สมุทรเลย
ไค จิ คาวางูจิได้จำลองสถานการณ์ญี่ปุ่นที่ถูกแบ่งเป็นสอง ซึ่งเป็นแผนการดั้งเดิมของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกขึ้นมาใหม่ เดิมทีนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรนั้นวางแผนยกพลขึ้นบกบนเกาะญี่ปุ่นจากทางเหนือและ ทางใต้พร้อมกัน โดยให้สหรัฐอเมริการุกขึ้นมาจากทางใต้ และสหภาพโซเวียตรุกเข้ามาจากทางเหนือ จากนั้นแบ่งแผ่นดินเป็นสองส่วนเช่นเดียวกับที่เยอรมนีถูกแบ่งเป็นตะวันออก -ตะวันตก แต่การประเมินทางทหารพบว่าการยกพลขึ้นเกาะญี่ปุ่นนั้นจะเสียกำลังพลจำนวนมาก สหรัฐจึงเลือกวิธีทิ้งระเบิดนิวเคลียร์แทนและครอบครองญี่ปุ่นแต่เพียงผู้ เดียว
ในยุทธการจุดตะวัน ญี่ปุ่นพบกับวิกฤตที่ร้ายแรงเทียบเท่า (หรืออาจจะร้ายแรงกว่า) การพ่ายแพ้สงคราม ประเทศถูกแบ่งออกเป็นสองอย่างชัดแจ้งด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ สหรัฐอเมริกายังยึดครองฝั่งใต้เช่นเดียวกันแผนเดิม แต่คาวางูจิปรับเปลี่ยนโซเวียตให้เป็นมหาอำนาจใหม่อย่างจีน ครอบครองฝั่งเหนือแทน
คาวางูจิตั้งคำถามกับผู้อ่านชาวญี่ปุ่น ผ่านตัวเอกทั้งสองคนซึ่งอยู่คนละฝั่งของประเทศว่า ถ้าญี่ปุ่นโดนแบ่งครึ่งแบบเยอรมนี (ด้วยเหตุการณ์สมมติที่มีดีกรีความรุนแรงเท่าของจริง) คนญี่ปุ่นจะทำตัวอย่างไร นอกจากนี้คาวางูจิยังใส่ตัวเร่งปฏิริยาความขัดแย้งในเรื่อง ซึ่งก็คือทรัพยากรธรรมชาติชนิดใหม่ที่ดันผุดขึ้นมาในพื้นที่ตรงกลางพอดี เข้ามาเป็นอรรถรสให้กับเรื่องอีกด้วย
เนื่องจากยุทธการจุดตะวันเพิ่ง ตีพิมพ์ได้ไม่นานนัก เนื้อเรื่องเลยยังไม่พัฒนาไปไกลมาก แต่เราก็เริ่มเห็นคำตอบของคาวางูจิต่อคำถามข้างต้นทั้งหมดแล้วว่า มันเป็นคำตอบเดียวกับในยุทธการใต้สมุทรและ Zipang นั่นคือสร้าง "ญี่ปุ่นใหม่" ขึ้นมา (เช่นเดียวกับ "ยามาโตะ" ของไคเอดะ และ "Zipang" ของคุซากะ) แทนที่จะเป็นการทำให้ประเทศคืนสู่สถานภาพเดิม
Comments
Ripmilla
23 January, 2009 - 23:29
Permalink
อ่านอยู่เหมือนกัน ชอบผลงานของ
อ่านอยู่เหมือนกัน
ชอบผลงานของ ไิคจิ คาวางุจิ ตรงที่ เหมือนเอาญี่ปุ่น มาเป็นเกม The Sim นี่แหละ
lulu
24 January, 2009 - 02:33
Permalink
ขอเสริมเรื่องแผ่นดินไหวครับ
ขอเสริมเรื่องแผ่นดินไหวครับ คนญี่ปุ่นรู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียวต้องโดนแผ่นดินไหวหนัก ๆ (7-8 ริกเตอร์) แน่ๆ เพราะว่าแผ่นดินไหวแบบนี้มันจะเกิดเป็นรอบ(แบบทุก ๆ 1000 ปี) แล้วนี่มันก็เลยกำหนดที่มันควรจะเกิดมานานโขแล้ว พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามันเกิดขึ้นพรุ่งนี้ ก็ไม่แปลกอะไร ดังนั้นการที่ผู้เขียนเลือกแผ่นดินไหวให้เป็นตัวก่อเรื่อง ก็น่าจะสร้างอารมณ์ร่วม และความสมจริงให้กับผู้อ่านได้มากเลยทีเดียว
อีกอย่างหนึ่งคือ คนญี่ปุ่น debate กันมานานแล้วว่าควรจะแยก function ของเมืองหลวงออกจากโตเกียว (แบบ DC กับ NY) เพราะว่าตอนนี้ถ้าโตเกียวถล่ม ญี่ปุ่นก็ตามไปด้วยแน่นอน
wiennat
24 January, 2009 - 10:29
Permalink
แล้วถ้าพรุ่งนี้เกิดปัญหาร้ายแ
แล้วถ้าพรุ่งนี้เกิดปัญหาร้ายแรงกับประเทศไทย เราจะทำยังไง
ว่าแต่ประเทศเราเคยประสบวิกฤตการณ์แบบนั้นบ้างรึเปล่าน้า
Add new comment