Submitted by mk on 24 December, 2008 - 02:58
นอนไปแล้ว คิดขึ้นมาได้เลยลุกขึ้นมาเขียนก่อนจะลืม
การจดโน้ตในปัจจุบัน (พบได้ตามห้องประชุมและมีตติ้งทั่วไป) แบ่งตามลักษณะได้ 3 แบบใหญ่ๆ
- พิมพ์เป็น text (e.g. plaintext, word processing, twitter)
- วาดเป็นรูป (e.g. tablet, mindmapping software)
- เขียน+วาด ลงสมุดโน้ต/กระดาษที่เอามาด้วย (หรือบนกระดาน)
หมายเหตุ: จะว่าให้ครบ มีข้อ 4 คืออัดเสียง แต่มันไม่ visual ต้องใช้กรอบคิดเรื่อง speech recognition + NLP + AI มาจับ ผมไม่รู้เรื่องสักอัน (แม้แต่น้อย) ก็ข้ามไป สนใจเฉพาะอันที่เป็น visual
ปัญหาของแต่ละแบบ เรียงตามเลขข้อ
- พิมพ์ยาก วาดรูปไม่ได้ โยงเส้นยาก
- process ยาก
- copy ไม่ได้ ต้อง digitize ก่อนเสมอ (เช่น scan, ถ่ายรูป)
เนื่องจากว่าไม่มีอันไหนสมบูรณ์แบบ สุดท้ายแล้วทุกคนจะพกสมุดโน้ต + laptop/pda
คิดว่าแนวทาง (2) น่าจะอนาคตไกลที่สุด คือ mimic ประสบการณ์แบบเดียวกับการเขียนลงกระดาษ (ซึ่งปัจจุบันทำได้แล้ว ถ้าใช้กรณีของ tablet) แต่ตัดขั้นตอนการ digitize ออกไป ช่วยลดเวลา+ความยุ่งยากไปมาก
ปัญหาที่ต้องเผชิญ
- device ยังราคาแพงเกินไป + ปัญหาเทคนิคพวกจออ่านยาก ไม่สว่าง เป็นรอยง่าย etc. แก้ได้ด้วย technology breakthrough ทางด้านการผลิต และ technology adoption lifecycle สรุปว่าแก้ไม่ยาก มันมีหนทางของมันอยู่แล้ว
- digitize ได้ แต่เอาข้อมูลที่ได้มา มาดัดแปลง ต่อยอด หรือนำไปใช้ต่อ (เช่น วาดใหม่ วาดต่อ แก้ไข นำไปแปลงเป็น mindmap นำไปแปลงเป็น flowchart แปลงเป็นตาราง) ยาก ตัวอย่างที่พอไหวตอนนี้คือ OCR แต่ชีวิตปกติคงไม่ค่อยมีใครใช้กัน อันนี้แก้ยาก คิดว่าต้องคิดนอกกรอบมากๆๆๆๆ อาจจะต้องถึงขนาดปา WIMP paradigm ทิ้ง แล้วใช้ interfacing paradigm ใหม่ที่มันเหมาะกับการนำข้อมูลไปใช้ต่อมากกว่า ยังคิดต่อไม่ออก
Comments
thep
24 December, 2008 - 08:10
Permalink
หลังจากป่วยเป็นโรคตาแห้งแล้ว.
หลังจากป่วยเป็นโรคตาแห้งแล้ว.. การจ้องจอภาพเป็นเรื่องทรมานมาก ตอนนี้ผมกลับมาใช้กระดาษเหมือนเดิม
จดด้วย PDA ก็มีปัญหาเรื่อง grafiti เขียนได้ช้ากว่าเขียนปากกาโดยตรง เพราะต้องหยุดทีละตัวอักษร
สรุปว่าอยากได้ media แบบกระดาษ (อิเล็กทรอนิกส์) หรืออะไรก็ได้ที่ถนอมสายตา พร้อมกับ note-taking app ที่ทำ interface ให้คล้ายการจดจริงมากที่สุด ในขณะที่ digitize แบบ online ไปด้วย คือไม่ใช่เป็น bitmap paint แต่เป็นการวาด diagram แบบเป็นธรรมชาติที่สุด
mk
24 December, 2008 - 08:21
Permalink
@thep ผมคิดว่าสุดท้ายแล้ว
@thep
ผมคิดว่าสุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีที่เป็น key หลักจะเป็นการแยกแยะ pattern ของ notetaking ให้มันออกมาเป็น vector + semantic นะครับ
เช่น วาดวงกลมแล้วลูกศรลากๆ มันจะออกมาได้เป็น mindmap หรือ flow chart หรือ organization chart ทันที ทำนองนี้
thep
24 December, 2008 - 08:27
Permalink
แนวคิดคงคล้าย ๆ visio ที่มี
แนวคิดคงคล้าย ๆ visio ที่มี stencil รอบด้าน แล้วก็เลือกง่าย ๆ (ใช้ palette หรือ shortcut เท่าที่จะทำได้ อาจจะคงเมนูสั่งงานไว้สำหรับคนไม่คุ้นเคยในช่วงแรก ๆ) ลาก/ปรับเส้นง่าย ๆ
ใช้ระบบ touch screen แบบมือสัมผัส ไม่ต้องมีปากกาให้ต้องหยิบ ๆ วาง ๆ อาจจะให้สวมถุงมือได้ ลดการเสียดสีและรอยนิ้วมือ มี keyboard ที่ใหญ่พอเหมาะกับมือ (สำหรับคนพิมพ์สัมผัสแล้ว การใช้ keyboard ถือว่าเป็นวิธีจดที่เร็วพอ ๆ กับการเขียนลงกระดาษด้วยปากกา รวมทั้งทำให้กด shortcut ได้เยอะแยะ)
thep
24 December, 2008 - 08:35
Permalink
เรื่อง auto recognition นี่
เรื่อง auto recognition นี่ คิดไว้เหมือนกัน แต่จากการใช้ app ต่าง ๆ แล้ว ผมไม่ค่อยเชื่อถือ AI หรือโปรแกรมที่มีคำว่า "smart" เท่าไร โดยเฉพาะตอนที่มันคิดไม่ตรงกับเรานี่ ต้องมาเสียเวลาล่อหลอกให้มันเชื่อ ผมค่อนข้างเชื่อการสั่งโปรแกรมโง่ ๆ มากกว่า
ถ้า interface ต่าง ๆ ลดขั้นตอนลงให้เหลือน้อย ๆ ในที่สุดจะมีการ "ฝึกใช้" ของผู้ใช้จนชำนาญเอง
kohsija
24 December, 2008 - 09:16
Permalink
ภาษาอังกฤษเขาสามารถ OCR
ภาษาอังกฤษเขาสามารถ OCR ตัวอักษรแบบธรรมชาติได้แล้ว แต่ไทยยังไม่มี
เคยเขียนตัวอักษรอังกฤษบน palm ด้วย(จำชื่อโปรแกรมไม่ได้) ก็เขียนเป็นคำธรรมดาเนี่ยแหละ
พอจบคำ มันก็แปลงเป็น text ให้ และค่อนข้างตรงมากด้วย
ภาษาไทยยังไม่มีใครทำ?
b39ppr
29 December, 2008 - 21:44
Permalink
ปัญหาที่ต้องเจอคือ
ปัญหาที่ต้องเจอคือ segmentation แยก text และ image ออกจากกัน
text ไปเข้า OCR ส่วน image ไป sketch recognition
อีกปัญหาคือ annotation เช่นเขียนลูกศรชี้อธิบาย ต้องเชื่อมความสัมพันธ์เข้าด้วยกันได้
นักศึกษาป.โทและเอกที่ lab ที่ AIT ทำเรื่องนี้ ผลลัพธ์ขณะนี้ค่อนข้างดีครับ
ประยุกกับ electronic patient record เวลาหมอจดอาการคนไข้
Add new comment