สน. ถึงลูกถึงคน

สน. ถึงลูกถึงคน
เมื่อคืนคิดถึงเรื่องนี้ พอดีสรยุทธพูดเองว่า ตรงพระราม 9 (หมายถึงอสมท.) ไม่ใช่สน. ถึงลูกถึงคนนะครับ จะได้ยกขบวนมาร้องเรียนกัน แน่นอนตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มีปัญหาอะไรไปบอกสรยุทธได้ผลดีกว่าร้องนายกอีก ดึกดื่นแค่ไหน บิ๊กตำรวจทุกคนก็ยินดีให้รายการโทรไปขอความเห็น จะว่าดีมันก็ดีเพราะออกทีวีไปรับรองไม่โดนแกล้งแน่นอน แต่มองมุมกลับก็กลายเป็นว่า สังคมถูกชี้นำไปด้วยคนคนเดียว ซึ่งมันเป็นภาวะที่เสี่ยงมาก ถ้าเกิดมุมมองอะไรบางอย่างของสรยุทธดันไปเอาใจช่วยคนที่ผิดแทน แต่การที่สรยุทธออกมาพูดเองอย่างนี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเค้าก็รู้ตัวเหมือนกัน

หมอประเวศ
เริ่มเบื่อหมอประเวศแล้วครับ เข้าทำนองออกมาบ่อยๆ ก็เริ่มเฝือ นี่เล่นออกข่าวเกือบทุกวัน ยิ่งมีสร้อยท้ายว่าเป็นราษฎรอาวุโส มันเลยดูแบ่งแยกชนชั้นยังไงก็ไม่รู้ อ่านแล้วนึกถึง First Citizen ที่ฮิตเลอร์ใช้เรียกตัวเองเลย จริงๆ ผมไม่ค่อยชอบขาประจำที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลเท่าไร เพราะ 1. ชอบติแต่ไม่เสนอทางแก้ 2. ถ้าอยากมีส่วนร่วมกับบ้านเมือง คุณต้องกล้าที่จะทำงาน และยอมรับคำวิจารณ์กลับด้วย รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ตั้งมาก ถ้าไม่อยากยุ่งกับพรรค ก็ไปเป็นสว. ซึ่งคนอย่างหมอประเวศ หรือธีรยุทธมีหรือจะไม่ได้ ไม่ชอบที่ออกมาพูดผ่านสื่อแล้วพอโดนตอบกลับ ก็กลายเป็นรัฐบาลไม่ฟังนักวิชาการไป

ขาประจำคนใหม่ที่เพิ่งโผล่มาก็คือ ดร. สุเมธ แต่ขานี้มีคำว่า "ชัยพัฒนา" แปะอกอยู่ คงไม่ค่อยมีใครกล้าแตะเท่าไร นี่ละน้าเมืองไทย เบื่อ

Keyword:

Comments

คุณไม่ใช่คนเดียวที่เบื่อ "ราษฎรอาวุโส" ที่ตอนนี้เป็นรองประธานคณะกรรมการ "สมานฉันท์":

ของแถม: With reconciliators like this, who needs instigators?

Add new comment