Isriya Paireepairit / mk / markpeak
A Thai tech geek. Co-founder of Blognone and SIU. Blogging on almost everything.
จากการสังเกตบล็อกเกี่ยวกับงานหนังสือ ตลอดช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมสรุปได้ว่าสำนักพิมพ์ยอดนิยมใน blogosphere มีสองค่าย
ได้แก่ โอเพ่น และ อะเดย์ (ชื่อสำหรับการพิมพ์หนังสือคือ อะบุ๊ค)
ทั้งสองค่ายมีรากเหง้ามาจากนิตยสารนอกกระแส ถึงจะประสบปัญหากับการขายนิตยสารอยู่บ้าง (โอเพ่นต้องปิดตัวลงไป ส่วนอะเดย์ก็ต้องปิดนิตยสารลูกคือ อะเดย์วีคลี) ปัจจุบันทั้งสองสำนักพิมพ์ดูจะหาที่ทางยืนของตัวเองได้ นั่นคือการขายพ็อกเก็ตบุ๊ค
ถึงจะมีกลุ่มเป้าหมายบางส่วนทับซ้อนกัน แต่ก็กลุ่มเป้าหมายหลักเฉพาะของตัวเองไม่เกี่ยวกัน ค่ายอะเดย์จะเน้นไปทางความรู้สึกและอารมณ์มากกว่า (ถึงกับมีงานวิจารณ์วรรณกรรมบางชิ้น บอกว่าค่ายนี้ "สุขนิยม") ในขณะที่โอเพ่นจะโตขึ้นมาอีกหน่อย ยกประเด็นเหตุบ้านการเมืองที่ซีเรียสขึ้นมาอีกระดับ (เลเวลขั้นสูงสุดของจ็อบสายนี้คือ มติชนสุดสัปดาห์) สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากคือเส้นทางเดินของทั้งสองสำนักพิมพ์ ตั้งแต่เริ่มต้นจนมาถึงวันนี้ ทั้งๆ ที่มีต้นทุนการประชาสัมพันธ์ในสื่อกระแสหลักน้อยมาก ทำไมทั้งสองสำนักพิมพ์จึงสามารถ "ครองใจ" นักอ่าน (อย่างน้อยก็กลุ่ม blogosphere) ได้สำเร็จ
ในระยะแรก ทั้งสองสำนักพิมพ์มีนักเขียนระดับแม่เหล็กน้อยมาก (คือมีบ้างแต่ก็ดังอยู่ในวงจำกัด) แต่มาถึงวันนี้ บรรดาคอลัมนิสต์ที่เคยหน้าใหม่ในวันนั้น กลับกลายเป็นนักเขียนชื่อดังที่มีฐานแฟนๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น (อย่างเช่น วงศ์ทนง, ทรงกลด, นิ้วกลม, คนชายขอบ ฯลฯ) วิธีการประชาสัมพันธ์นั้นใช้การบอกต่อเป็นหลัก ไม่มีซีไรต์ ไม่มีรางวัลมาเป็นตัวนำทาง (ถ้านับปราบดาก็พอได้ แต่เขาสามารถดังเดี่ยวด้วยตัวเองอยู่แล้ว) นั่นแสดงว่าทั้งสองค่ายน่าจะจับเคล็ดลับบางอย่าง ในการออกหนังสือให้ถูกจริตของแฟนๆ กลุ่มที่ไม่เล็กเท่าไรนักได้สำเร็จ
ถ้ามองในมุมกลับ เราสามารถนำบุคคลิกของอะเดย์และโอเพ่น มาวิเคราะห์ลักษณะร่วมของฐานแฟนๆ กลุ่มนี้ได้หรือไม่?
เราคิดถึงอะไรกันบ้าง เมื่อชื่ออะเดย์และโอเพ่นลอยขึ้นมาในสมอง ถ้าถามผม ผมตอบได้ประมาณๆ นี้
ที่ผมเสนออย่างนี้ไม่ได้บอกว่า คนกลุ่มนี้ดีหรือไม่ดี แต่ผมต้องการบอกว่า มีคนในกลุ่มนี้อยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนเยอะพอที่จะอุดหนุนให้ทั้งสองสำนักพิมพ์นี้อยู่ได้
งานเขียนอันนี้ไม่มีข้อสรุป แต่จะจบด้วยคำถาม (ซึ่งมีอยู่มากมาย)
หมายเหตุ: เคยเขียนบล็อกถึงหนังสือในเครือ a day ไว้บ้าง
Comments
เจริญชัย
21 October, 2008 - 10:57
Permalink
เยี่ยมมาก
เยี่ยมมากครับ
ถือเป็นบทความวิเคราะห์สถานการณ์
เพื่อประเมินกำหนด Trend และกลยุทธ์ในอนาคต
โดยเฉพาะในตอนท้ายๆน่าสนใจมาก
ผมมองว่า ถ้าสังคมไม่พังพาบไปก่อน และยังมีอัตราการเจริญเติบโตของชนชั้นกลางอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาอยู่ได้แน่นอนครับ
แต่ถ้าชนชั้นกลางเกิดพัฒนาคุณภาพ ยกระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในแวดวง IT ผมคิดว่า สำนักพิมพ์เหล่านี้จะได้ประโยชน์
และก็อาจมมีสำนักพิมพ์หน้าใหม่เกิดขึ้นมา ท่ามกลางตลาดที่เติบใหญ่ขึ้น
ส่วนกลุ่มแฟนเหล่านี้จะมาเป็นกำลังหลักได้หรือไม่
ผมมองว่า ขึ้นอยู่กับว่าจะรวมตัวกันได้ดีแค่ไหน
มีความคิดสร้างสรรค์และพลังไฟ ในการร่วมก่อสร้าง "ระบบใหม่" กันแค่ไหน
หากทำสำเร็จ อนาคตจะรุ่งโรจน์
ข้อเสียเปรียบของพวกเขาคือ กำลังน้อย ไม่ค่อยรวมตัวกัน
ข้อได้เปรียบคือ กระแสโลก เป็นไปในแนวทางนี้ เขาจะได้แรงหนุนจากคลื่นลูกที่ 3
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่า "พระเจ้าช่วยเหลือคนที่ช่วยตนเองเท่านั้น"
Trend ที่ได้เปรียบ เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น
ส่วนฟ้าเดียวกันนั้น มีคนเคยทำนายว่าจะเป็น "มติชน" แห่งอนาคต ก็ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน
Tomorrow never known.
Add new comment