คนชั้นกลาง - part VI

ผมเขียนบล็อกซีรีย์ คนชั้นกลาง มาหลายตอนจนหมดภูมิแล้ว แต่วันนี้มีสหายที่นับถือส่งลิงก์บทความเรื่องคนชั้นกลางของคนอื่นมาให้อ่าน บทความค่อนข้างน่าสนใจ และพยายามตอบคำถามที่ว่า “คนชั้นกลาง (อย่างเรา) เป็นปัญหาหรือไม่ และอย่างไร” เลยต้องเขียนถึงเสียหน่อย

คนชั้นกลางกับวิกฤตการเมืองไทย โดย เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร

ผมเพิ่งรู้จักผู้เขียนคนนี้เป็นครั้งแรก แต่ค้นชื่อดูพบว่าเป็นนักเรียนปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ในปารีส มีงานเขียนลงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน-ประชาไท อยู่บ่อยครั้ง

บทความนี้อ้างบทความชุดคนชั้นกลางของนิธิเช่นเดียวกับผม โดยนำบริบททางประวัติศาสตร์ของชนชั้นกลางในโลกตะวันตกเข้ามาช่วยอธิบายด้วย คนชั้นกลางในบทความนี้ หมายถึงคนชั้นกลางสมัยใหม่ ที่มีศัพท์เทคนิคเรียกว่า white collar หรือ “คนงานคอปกขาว” (คือใส่เสื้อเชิ้ตขาว นั่งทำงานเป็นหนุ่มออฟฟิศในห้องแอร์ ไม่ต้องลงไปคลุกฝุ่น)

เงื่อนไขการเกิดขึ้นของ white collar ผู้เขียนเสนอว่า

  • ระบบทุนนิยม
  • รัฐสมัยใหม่
  • แนวคิดเรื่องสิทธิและเสรีภาพ
  • ระบบประชาธิปไตย
  • การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

ผมไม่แน่ใจนักว่า “รัฐสมัยใหม่” กินความหมายขนาดไหน แต่ “การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ” นั้นเข้าใจว่าหมายถึง การจัดการตามหลักสูตร MBA ที่กลายเป็น de facto ไปทั่วโลกในปัจจุบัน

จุดสำคัญที่ผู้เขียนเสนอคือ คนชั้นกลางสามารถอัพคลาสได้ เพราะคลาสสมัยใหม่ไม่ยึดติดกับสายเลือด แต่ยึดติดกับความสามารถ (ซึ่งบ่งชี้และวัดได้ด้วย “เงิน”) เราจึงเห็นภาวะเสี่ยใหม่ขับเบนซ์ใส่โรเล็กซ์ ทั่วไปในสังคมไทย

ทีนี้นักวิชาการตะวันตกเสนอว่า คนชั้นกลางใหม่ (ของฝรั่ง) มีลักษณะสำคัญ 2 ประการ คือ

  • โอนอ่อนผ่อนตาม (เพราะต้องซูฮกให้กับอำนาจเก่าๆ เพื่อให้ตัวเองได้อัพคลาสขึ้นไปตีเสมอ หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง) ซึ่งในระยะยาวทำให้คนชั้นกลางมีวิธีคิดแบบ conservative อย่างอ่อนๆ (ซึ่งคำอธิบายนี้ สามารถอธิบายปรากฎการณ์ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” ได้)
  • เลียนแบบรสนิยมของชนชั้นสูงกว่า เพื่อแยกตัวออกจากชนชั้นต่ำกว่า - คำอธิบายนี้สามารถอธิบายวาทกรรม “คนต่างจังหวัดโง่ ขายเสียง” ได้ (ด่าเพื่อแสดงออกว่า ฉันฉลาดกว่า ไม่โง่อย่างเธอ)​ ส่วนเรื่องรสนิยมคิดว่า พบได้ทั่วไป ตั้งแต่รถ นาฬิกา มือถือ ฯลฯ รวมถึงวิธีการเสพสื่อ (เช่น ดู AF ให้ความรู้สึกไฮคลาสกว่าดูละครหลังข่าว เป็นต้น)

ผู้เขียนเสนอว่า คนชั้นกลางไทย รับลักษณะของคนชั้นกลางฝรั่งมาไม่ครบ เรารับลักษณะ 2 ข้อที่ว่านี้มา แต่ไม่ได้รับแนวคิดเสรีนิยมทางเศรษฐกิจและการเมืองมาด้วย (มีบางส่วนเท่านั้นที่รับมาได้) ผมคิดว่าเป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก แต่ผู้เขียนไม่ได้อธิบายจุดนี้มากนัก คงต้องไปค้นหาคำตอบกันต่อไป

ประเด็นสุดท้าย ผู้เขียนอธิบายว่า ความขัดแย้งปัจจุบันของสังคมไทย เกิดจากความขัดแย้งย่อย 2 ข้อ

  • ความขัดแย้งระหว่างชนชั้น (คนชั้นกลางในเมือง vs รากหญ้า vs คนชั้นสูง vs ทุน) ซึ่งนิธิกับเกษียณ ได้เขียนไปเยอะแล้ว
  • ความขัดแย้งภายในหัวของคนชั้นกลางสมัยใหม่เอง ต่อการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากของสังคมไทย (รัฐประหาร 34 - พฤษภาทมิฬ - รธน. 40 - ทักษิณ - สนธิ - 19 กันยา - ยุบพรรค - etc.) ทำให้คนชั้นกลางสับสน ไปไม่เป็น เลยแสดงออกมาเป็น “ความกระฟัดกระเฟียด” อย่างที่เราเห็นอยู่

ขอบคุณครับที่เอาประเด็นมาขยายความต่อ ต้องออกตัวก่อนว่าบทความของผมอันนี้ยังไม่สมบูรณ์ในหลายจุด มีประเด็นที่อยากขยายความเพิ่มอีกมาก แต่ด้วยเหตุว่าความตั้งใจแรกคือต้องการจะเขียนให้เพื่อนรุ่นน้องท่านหนึ่งเพื่อไปลงในคอลัมภ์นสพ.ที่เขาเขียนอยู่ประจำร่วมกับนักเขียนคนอื่น (เขาต้องการให้ผมร่วมเขียน โดยใช้บทความแรกชิมลาง) แต่ปรากฏว่าเนื้อที่จำกัดมาก ผมต้องตัดเนื้อหาที่อยากพูดออกจนไม่เหลือ ในที่สุดก็ปรับจนมาลงเอยที่เวอร์ชั่นนี้ (ซึ่งก็ไม่ได้นำไปลงในที่สุด เพราะเหตุผลหลายอย่างและผมเลือกส่งเรื่องอื่นไปแทน) ผมก็เลยนำมาลงในบล็อกของตัวเอง ดีกว่าเก็บไฟล์เอาไว้เฉยๆ ในคอมฯ และไม่ได้ส่งไปเผยแพร่ที่ไหน เพราะไม่พอใจกับความสมบูรณ์นัก

ยังไงก็ตาม คิดว่าได้วางโครงของประเด็นเอาไว้คร่าวๆ และอย่างน้อยก็ได้เปิดประเด็นเรื่องความสับสนของคนชั้นกลางกับความไร้ทิศทางของรัฐและสื่อ (ซึ่งผมเองคิดว่ายังไม่ค่อยมีใครพูดกันนัก)เอาไว้ในบทความให้พอจะนำมาถกกันต่อได้

ขอบคุณมากครับ
เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options