ผมเขียนบล็อกซีรีย์ คนชั้นกลาง มาหลายตอนจนหมดภูมิแล้ว แต่วันนี้มีสหายที่นับถือส่งลิงก์บทความเรื่องคนชั้นกลางของคนอื่นมาให้อ่าน บทความค่อนข้างน่าสนใจ และพยายามตอบคำถามที่ว่า “คนชั้นกลาง (อย่างเรา) เป็นปัญหาหรือไม่ และอย่างไร” เลยต้องเขียนถึงเสียหน่อย
คนชั้นกลางกับวิกฤตการเมืองไทย โดย เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร
ผมเพิ่งรู้จักผู้เขียนคนนี้เป็นครั้งแรก แต่ค้นชื่อดูพบว่าเป็นนักเรียนปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ในปารีส มีงานเขียนลงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน-ประชาไท อยู่บ่อยครั้ง
บทความนี้อ้างบทความชุดคนชั้นกลางของนิธิเช่นเดียวกับผม โดยนำบริบททางประวัติศาสตร์ของชนชั้นกลางในโลกตะวันตกเข้ามาช่วยอธิบายด้วย คนชั้นกลางในบทความนี้ หมายถึงคนชั้นกลางสมัยใหม่ ที่มีศัพท์เทคนิคเรียกว่า white collar หรือ “คนงานคอปกขาว” (คือใส่เสื้อเชิ้ตขาว นั่งทำงานเป็นหนุ่มออฟฟิศในห้องแอร์ ไม่ต้องลงไปคลุกฝุ่น)
เงื่อนไขการเกิดขึ้นของ white collar ผู้เขียนเสนอว่า
ผมไม่แน่ใจนักว่า “รัฐสมัยใหม่” กินความหมายขนาดไหน แต่ “การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ” นั้นเข้าใจว่าหมายถึง การจัดการตามหลักสูตร MBA ที่กลายเป็น de facto ไปทั่วโลกในปัจจุบัน
จุดสำคัญที่ผู้เขียนเสนอคือ คนชั้นกลางสามารถอัพคลาสได้ เพราะคลาสสมัยใหม่ไม่ยึดติดกับสายเลือด แต่ยึดติดกับความสามารถ (ซึ่งบ่งชี้และวัดได้ด้วย “เงิน”) เราจึงเห็นภาวะเสี่ยใหม่ขับเบนซ์ใส่โรเล็กซ์ ทั่วไปในสังคมไทย
ทีนี้นักวิชาการตะวันตกเสนอว่า คนชั้นกลางใหม่ (ของฝรั่ง) มีลักษณะสำคัญ 2 ประการ คือ
ผู้เขียนเสนอว่า คนชั้นกลางไทย รับลักษณะของคนชั้นกลางฝรั่งมาไม่ครบ เรารับลักษณะ 2 ข้อที่ว่านี้มา แต่ไม่ได้รับแนวคิดเสรีนิยมทางเศรษฐกิจและการเมืองมาด้วย (มีบางส่วนเท่านั้นที่รับมาได้) ผมคิดว่าเป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก แต่ผู้เขียนไม่ได้อธิบายจุดนี้มากนัก คงต้องไปค้นหาคำตอบกันต่อไป
ประเด็นสุดท้าย ผู้เขียนอธิบายว่า ความขัดแย้งปัจจุบันของสังคมไทย เกิดจากความขัดแย้งย่อย 2 ข้อ
ขอบคุณครับที่เอาประเด็นมาขยายความต่อ ต้องออกตัวก่อนว่าบทความของผมอันนี้ยังไม่สมบูรณ์ในหลายจุด มีประเด็นที่อยากขยายความเพิ่มอีกมาก แต่ด้วยเหตุว่าความตั้งใจแรกคือต้องการจะเขียนให้เพื่อนรุ่นน้องท่านหนึ่งเพื่อไปลงในคอลัมภ์นสพ.ที่เขาเขียนอยู่ประจำร่วมกับนักเขียนคนอื่น (เขาต้องการให้ผมร่วมเขียน โดยใช้บทความแรกชิมลาง) แต่ปรากฏว่าเนื้อที่จำกัดมาก ผมต้องตัดเนื้อหาที่อยากพูดออกจนไม่เหลือ ในที่สุดก็ปรับจนมาลงเอยที่เวอร์ชั่นนี้ (ซึ่งก็ไม่ได้นำไปลงในที่สุด เพราะเหตุผลหลายอย่างและผมเลือกส่งเรื่องอื่นไปแทน) ผมก็เลยนำมาลงในบล็อกของตัวเอง ดีกว่าเก็บไฟล์เอาไว้เฉยๆ ในคอมฯ และไม่ได้ส่งไปเผยแพร่ที่ไหน เพราะไม่พอใจกับความสมบูรณ์นัก
ยังไงก็ตาม คิดว่าได้วางโครงของประเด็นเอาไว้คร่าวๆ และอย่างน้อยก็ได้เปิดประเด็นเรื่องความสับสนของคนชั้นกลางกับความไร้ทิศทางของรัฐและสื่อ (ซึ่งผมเองคิดว่ายังไม่ค่อยมีใครพูดกันนัก)เอาไว้ในบทความให้พอจะนำมาถกกันต่อได้
ขอบคุณมากครับ
เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร