อ่านเจอคอมเมนต์นี้จาก ประชาไท
มันยากมากหรือที่จะเข้าใจความแตกต่าง ของนักการเมืองที่ขายชาติเพื่อนตัวแบบทักษิณและลูกหาบ กับพวกที่โกงกินตามแบบไทย ๆ แต่ไม่ถึงกับขายชาติ ยุคนี้ไม่มีคนไม่โกง มีแต่โกงมากโกงน้อย และืทำเพื่อบ้านเมืองมากหรือน้อย ขายชาติมากหนือน้อย เรายังมีสิทธิ์เลือกที่เลวน้อยที่สุดอยู่นะ อย่าลืม
ผมคิดว่าเริ่มเข้าใจ "ตรรกะแบบ @vuthi" แล้วล่ะ แต่คำถามคือ ตรรกะแบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้ไง (วะ)
ผมว่าเขาพูดอย่างนี้เพื่อ "เผื่อหนทาง" ให้ตัวเองได้ทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง แบบ "นิดเดียวน่า กูทำเพื่อชาติตั้งเยอะแล้ว" คือให้ตัวเองเป็นคนที่เลวน้อยที่สุดตามตรรกะของเขา
ขอกินเหอะ จะเล็กจะน้อย ช่างหัวมัน จะด่าจะฟ้อง ช่างหัวมัน ขอให้ตูกำไร ไม่ขาดทุน นั่นล่ะนิสัยดั้งเดิม
เรื่องมันเกิดจากเมื่อมีคนแรกโกงมากๆแล้ว จะถูกมองว่าคนต่อไป โกงมากกว่าหรือน้อยกว่า.... และเมื่อทักษิณกินชะมัดแล้ว คนต่อไปจะกินเทียบนั้นยากมาก จึงเกิดแบบว่าอย่างน้อยยังไงก็ไม่น่าเกลียดแบบทักษิณ
@tewson นั่นคือความสฤษฎก?
@bankkung เราสามารถมองว่าเป็น "ความอิจฉาที่โกงไม่ได้อย่างทักษิณ" ได้ไหมครับ?
@mk อันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะผมยังไม่เคยอ่านต้นฉบับที่นิยามคำนี้ครับ (พอ google หาคำนี้ + ชื่อ "บุญชิตฯ" ก็มีแต่บล็อกคุณโผล่ขึ้นมา ฮ่า ๆ) แต่เท่าที่เจอคำนี้จากบล็อกคุณมาก็เข้าใจว่าใช่ครับ สฤษฎก
วัดแบบฟัซซี่?
แต่ว่ามันน่าจะวัดได้นะว่าใครโกงมากกว่ากัน
ว่าแต่จะเอาไม้บรรทัดอันไหนมาเทียบดี
@Oakyman
กลับมาคำถามเดิมอีกว่า ไม้บรรทัดของเรา เหมือนกันหรือเปล่า?
ถ้าไม่เหมือนกัน ก็โหวต โหวตชนะก็โอเค จบ แต่โหวตแพ้ก็ต้องยอมรับว่า เราเป็นส่วนน้อย รอบหน้าก็ไปฟิตตัวดีๆ มาแข่งใหม่
ถ้าคุณ mk ไม่ได้มีตรรกะแบบนี้
แล้วเวลาไปเลือกตั้ง ใช้อะไรเป็นตัวตัดสินใจละครับ? (ขอค่าเป็นตัวเลขนะฮะ-ฮา)
@masatha
ผมรับได้กับการโกงครับ ถือเป็นเรื่องธรรมดาโลก ที่ไหนก็มี เลือกพรรคที่ทำงานได้ดีกว่า ใช้หนี้ IMF หมด นับเป็นเลขได้ไหมครับ?
น่าสนใจดีครับ
แล้วใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดว่าทำงานดีไม่ดีอีกบ้างละครับ? นอกจากใช้หนี้ IMF หมด
ช่องว่างระหว่างฅนรวยฅนจน/การเติบโตของเศรษฐกิจ/อัตราการว่างงาน/ค่าความน่าเชื่อถือในการลงทุน/อัตรอาชญากรรม/การกระจายรายได้/งบประมาณขาดดุล-เกินดุล/หนี้สาธารณะ/ความนิยม ฯลฯ
แล้วจะรู้ได้ไงครับ ว่าตัวชี้วัดที่เราใช้ มันครอบคลุมเพียงพอ (หรือว่า ชั้นก็จะใช้ของชั้นแค่นี้แหละ ฅนอื่นอย่ามายุ่ง-ฮา)
มันมีแค่นี้ก็ใช้แค่นี้สิครับ อยากใช้ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันมีแค่นี้ จะให้ทำอย่างไร?
กร๊ากกกกก
โอเคครับ เห็นภาพ
จะได้นึกออกว่าฅนอื่น ๆ ที่คิดไม่เหมือนกันเค้าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน (เมื่อก่อนคิดว่า แค่เราเอาเกณฑ์ในเลือกว่าโกงน้อยกับโกงมาก ดูมันไม่ค่อยได้มาตรฐานเลย พอพบว่าฅนที่ใช้เหตุผลอื่นในการเลือก ก็มาตรฐานไม่ได้ต่างกัน รู้สึกสบายใจขึ้นตั้งเยอะ)
ปล. แปลกใจกับจุดยืนของคุณ mk เหมือนกันครับ บอกว่ารับได้กับการโกง แต่ตัวเองก็ต่อต้านการใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ
เป็นฅนที่...ฅนอื่นจะทำผิดกฎหมายก็รับได้ แต่อย่างน้อยตัวเองต้องไม่ทำอะไรผิดกฎหมาย
น่ารักดี ^^
ปล. แปลกใจกับจุดยืนของคุณ mk เหมือนกันครับ บอกว่ารับได้กับการโกง แต่ตัวเองก็ต่อต้านการใช้ซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ
ไม่ต้องแปลกใจครับ ง่ายมาก ภาษาบ้านๆ เค้าเรียกว่า "อย่าหวังสูง" กับ "ทำตัวให้เป็นตัวอย่าง"
หวังว่าจะเห็นฅนแบบคุณ mk ขับเคลื่อนประเทศบ้างนะครับ ^^
@masatha ขับเคลื่อนอยู่ทุกวันครับ
ผมก็ไม่รู้ว่าตรรกะนี้มันเริ่มต้นเมื่อใหร่ แต่ดูเหมือนตอนนี้มัน
หยั่งรากลึกลงไปในหลายๆส่วนของสังคมไปแล้ว อาการ
ประมาณทีเอ็งข้าไม่ว่าทีข้าเอ็งอย่าโวย ส่วนตัวแล้วไม่ชอบเลย
แนวคิดประเภทนี้ถ้าถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็กระทำ
ก็อย่าหวังจะเห็นนักการเมืองคอรับชั่นลดลง มันดูสิ้นหวังยังไง
ก็ไม่รู้