ประเด็นเรื่อง “ชนชั้น” ในประเทศไทยนั้นเคยเขียนไปหลายครั้งแล้ว (อ่าน เทวดาคนกรุงเทพ?) แต่ล่าสุดมีสหายส่งบทความของนิธิมาให้อ่าน เกี่ยวกับเรื่องการจัดกลุ่ม “ชนชั้น” ตามลักษณะการใช้ชีวิตของคนไทยสมัยปัจจุบัน น่าสนใจมาก
การปรับระบบการเมือง
นิธิ เอียวศรีวงศ์, มติชน 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551
นิธิบอกว่า “คนชนบท” ตามที่คนเมืองกรุงหรือหัวเมืองเรียกนั้น ไม่ได้มีแต่ “คนจน” เพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนหนึ่งได้พัฒนามาเป็น “คนชั้นกลางระดับล่าง” ตามสภาพเศรษฐกิจ (ตัวอย่างของคนกลุ่มนี้ก็อย่างเช่น บทำผมแต่งหน้า, ขายของชำ, ขายล็อตเตอรี่, ทำรถกับข้าวตามซอย
คนกลุ่มนี้มีไลฟ์สไตล์ที่อิงกับชนชั้นกลางในเมือง มีการศึกษาที่สูงขึ้น มีวิธีคิดที่ต่างจากเดิม จึงทำให้คนกลุ่มนี้หลุดพ้นจากเครือข่ายหัวคะแนนทันที เมื่อพรรคไทยรักไทยเสนอนโยบายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในสังคมไทยตามคำของนิธิ
ส่วนพวกคนจนจริงๆ ไม่สนใจนโยบายของไทยรักไทย แต่ด้วยความจนก็เลยต้องพึ่งพาเครือข่ายหัวคะแนน (ซึ่งก็เป็นของไทยรักไทย กินสองเด้ง)
นี่จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมไทยรักไทยถึงยังครองเสียงข้างมากไว้ได้
นิธิยังพูดถึง “คนชั้นกลางระดับกลาง” อีกนิดหน่อย (คาดว่ามีต่อในฉบับวันพรุ่งนี้) ซึ่งคนกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน และเป็นกลุ่มที่ไทยรักไทยไม่สนใจมากนัก ผลก็คือไปเข้าทาง ASTV นั่นเอง
ให้ผมลองเดาก็ประมาณว่า คนชั้นกลางระดับกลาง กินอิ่มนอนหลับ มีเงินส่งลูกเรียนสูง มีเงิน surplus เอาไว้ตอบสนองความบันเทิงส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง พอหมดภาวะปากกัดตีนถีบ ก็มีเวลาว่างที่สามารถนำมาใช้ “เรียกร้องความยุติธรรมในสังคม” ได้บ้างแล้ว (ตามหลักของมาร์โลว์ ซึ่งผมก็ไม่ค่อยแม่นนัก)
ส่วนคนชั้นกลางระดับสูง ก็เป็นกลุ่มที่เรียกว่า whitecollar ทำงานใช้สมอง มีเงินเหลือเก็บซื้อ iPhone เวลาว่างโหวต AF มีเงินเก็บไปเที่ยวเมืองนอกได้ อะไรทำนองนี้ ส่วนระดับสูงขึ้นไปก็น่าจะนับเป็นอีลิทได้แล้ว คนอ่านบล็อกนี้ก็น่าจะจัดเป็น “คนชั้นกลางระดับกลาง-สูง” ซะเป็นส่วนใหญ่ ถา้มีอีลิทอ่านก็ช่วยสปอนเซอร์ผมหน่อยเถิด สาธุ
ผมคิดว่าบทความนี้ breakthrough มาก (ซึ่งสหายของผมก็เห็นตรงกัน) รออ่านตอนต่อด้วยใจจดจ่อ
มี subclass อย่างที่คิดไว้เลย
น่าสนใจดีค่ะ มาปูเสื่อรออ่านตอนต่อไป
ตัวเองคงเป็นชนชั้นกลางระดับกลาง เพราะไม่มีเงินซื้อไอโฟน ไม่โหวตเอเอฟ ไม่มีเงินเที่ยวเมืองนอก
พยายามยกระดับตัวเองอยู่ แต่ก็คงไม่ใช้เงินไปกับเรื่องพวกนั้นอยู่ดี
แต่เห็นเพื่อนหลายคนก็เป็นระดับ คนชั้นกลางระดับสูง และทำอย่างที่ว่ามา