Cloverfield

ทั้งหมดที่ดูสามเรื่อง Cloverfield เจ๋งสุด

  • ตัดต่อออกมาให้เหมือนโฮมวิดีโอได้เนียนดีมาก (จริงๆ ใช้กล้องถ่ายหนังปกติ)
  • บางคนอาจอ้วกกับมุมกล้องแบบนี้ แต่ผมผ่าน Blair Witch Project กับเกม FPS สารพัดมาแล้ว แค่นี้สบายมาก เทคนิคคืออย่ามองตามกล้อง ให้มองเลยไป (เหมือนดูภาพ 3 มิติ)
  • บทมันไม่ค่อยน่าเชื่อถือในหลายจุด เช่น พระเอกเห็นน้องตายไปต่อหน้าไม่มีเศร้าเลย แต่พอจะไปช่วยแฟนกลับดิ้นรนจะเป็นจะตาย หรือว่าแฟนพระเอกโดนเหล็กจิ้มดูใกล้ตายแล้วตอนแรก หลังจากนั้นกลับวิ่งปร๋อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • หลายฉากก็ดูยัดเยียดเกินไปหน่อย แบบว่าเจอสัตว์ประหลาดมากเกินมนุษย์ธรรมดา เดินวนไปทางไหนก็เจอหมด ส่วนฉากวิ่งลอดใต้เท้าสัตว์ประหลาดลงสถานีรถไฟใต้ดิน มันเวอร์ไปนิด คนจริงเจอสถานการณ์เดียวกันคงไม่มีใครวิ่งฝ่าไปแบบนั้น
  • แต่ในภาพรวมแล้วมันกลับดูสนุก มีอะไรน่าตื่นเต้นอยู่ตลอด ช่วยลุ้นมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร
  • ตอนใกล้จบมีความรู้สึกว่ามันจะจบหลายรอบแต่ว่าไม่จบเสียที ส่วนฉากสุดท้ายที่ย้อนฟุตเตจในอดีตให้ดู ผมดูไม่ทันว่ามีอะไรตกลงมาในทะเล (เนื่องจากจอเล็กมาก) มาอ่านเจอใน Wiki แล้วหาคลิปใน YouTube ดูประกอบ
  • ดูจบแล้วไม่รู้ว่าชื่อ Cloverfield หมายถึงอะไร มาดูใน Wiki ถึงรู้ว่าเป็นโค้ดเนมของสัตว์ประหลาด
  • แต่สัตว์ประหลาดไม่เท่เลยเหอะ ถ้าเปลี่ยนตัวประหลาดเป็น Godzilla เวอร์ชันฮอลลีวู้ด ใช้ชื่อเรื่องว่า Godzilla คงกลายเป็นหนังสัตว์ประหลาดคลาสสิคไปแล้ว
  • นางเอกเรื่องนี้สวยมาก หน้าคล้ายๆ Liv Tyler

ให้คะแนน 4/5 ดาว

คนอื่นเขียนถึง: pittaya, pradt

Keyword: 

Comments

เรื่องนี้ใช้ viral marketing แต่พองาม ตัวบริษัท Tagruato ดูน่าสงสัยดี

มันมีหลายๆอย่างที่ปนๆมากับหนังเรื่องอื่นของ J.J. ด้วย อย่าง Alias กับ Lost รวมไปถึงรายละเอียดแปลกๆที่โผล่มาในหนัง (Alias เคยกินน้ำ Slusho! ของ Tagruato, มันมีตรา Dharma จาก Lost โผล่มาตอนต้นเรื่อง, วิดีโอก็มาจาก DARPA ของอเมริกา, ฯลฯ)

เรื่องนี้สุดท้ายก็มีไว้ดูเอามันส์ แล้วก็รอให้อีตา J.J. มันทำภาคสองออกมาเฉลย

กล้องที่มันใช้ถ่ายหนังจริงๆ นี่รู้สึกจะติดอุปกรณ์พิเศษ ทำให้มันสั่นๆเหมือนถ่ายจาก Handycam ด้วยนะ

ชอบเหมือนกันครับ แต่ไม่ได้ชอบมากขนาดประทับใจสุดๆ เหมือน The Mist
ชอบตรงการนำเสนอที่แปลกดี นอกนั้นก็อย่างที่ว่า มันมีอะไรขัดๆ นิดๆหน่อยๆ