State of Internet TV in Thailand 2008

วันนี้มีสหายส่งลิงก์ของ Poor TV มาให้ดู เปิดๆ ไปพบว่าเป็นรายการทีวีออนไลน์ของเด็กรัฐศาสตร์จุฬา (ในลิงก์ไปยังไฟล์ต้นฉบับเป็น home ของ อ. พิชญ์เฉยเลย จอมบงการนี่เอง) ดูไปแป๊บๆ ก็สนุกดี พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า เดี๋ยวนี้รายการทีวีออนไลน์ในไทยเริ่มเยอะแล้ว

ผมเคยผ่านตาหน้ารวมรายชื่อเว็บทีวีออนไลน์ในไทย แต่จำ URL ไม่ได้แล้ว (ใครรู้ช่วยมาแปะไว้ด้วย) ถ้าจำไม่ผิดมีประมาณ 10 กว่ารายการ เมื่อรวมกับรายการใหม่ๆ ที่งอกขึ้นมา และรายการย่อยๆ ในเครือใหญ่ก็น่าจะเกิน 30 ได้ ถือว่าไม่น้อย น่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้อะไรได้หลายอย่าง

แวดวงทีวีออนไลน์ในไทยยังเล็กและใหม่มากๆ ส่วนตัวคิดว่ายังไม่มีรายการไหนประสบความสำเร็จในวงกว้าง ยังอยู่ในช่วงลองผิดลองถูก ทดสอบความอดทนกันต่อไป ถือโอกาสมาบันทึกความเห็นตัวเองไว้หน่อยว่า ทีวีออนไลน์ไทยปี 2008 มีสถานะประมาณไหน และจะก้าวต่อไปอย่างไร

Disclaimer: ผมเขียนในฐานะคนดูล้วนๆ เพราะไม่เคยทำรายการทีวีออนไลน์ (เคยไปออก DuoCore 1 ตอน) และพิจารณาความสามารถตัวเองแล้วคิดว่าไม่เหมาะกับการทำทีวีออนไลน์ในอนาคตเช่นกัน ผมลองมาถามว่ารายการทีวีออนไลน์ประมาณ 30 ช่องนี้ ผมดูเยอะน้อยแค่ไหน คำตอบที่ได้คือ "แทบไม่ดูเลย" ยกเว้น Practical Utopia ดูทุกตอนเพราะเป็นทีมงานเดียวกัน กับ Chupitch TV และ DuoCore เป็นรายสะดวกเท่านั้น

ทำไมถึงไม่ดู

  • โหลดช้า - อันนี้สำคัญมาก อยู่เมืองไทยอาจไม่รู้สึกนักแต่อยู่เมืองนอกเรียกว่าช้านรก ต้องสั่งโหลด FLV ให้ครบแล้วมาดูทีหลัง (ความอยากก็หายไปหมดแล้ว) ทางแก้อื่นๆ ได้แก่โหลดเป็น MP4 (บางรายการไม่มี) หรือถ้ารู้จักคนทำก็ต้องบอกให้อัพขึ้น Google Video ถึงจะยอมดู (เช่น กรณีของ อ. พิชญ์)
  • รายการยาวเกินไป - รายการยอดนิยมบางรายยาวถึง 40 นาทีต่อตอน ซึ่งผมไม่มีสมาธิขนาดนั้น (แถมกดข้ามจุดที่ไม่สนใจไม่ได้ถ้าดูเป็น FLV) พอเจอรายการที่ไม่น่าสนใจบ่อยเข้า ก็พลอยให้ขี้เกียจดูไปโดยปริยาย
  • วิธีการดูยุ่งยาก - เนื่องจากว่าผมไม่มีอุปกรณ์พกพาใดๆ ที่มันดูหนังได้สะดวก จึงต้องดูผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่งก็มีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ต้องเปิดคอม (รอบูตนาน) ต้องพกหูฟัง (ปกติไม่พก) โหลด FLV เก็บไว้แล้วมันกินแรมเบราว์เซอร์ (ใน Firefox 3 ดีขึ้นแล้ว) ไปจนถึงดู FLV มันกิน CPU (บางทีรันงานอื่นอยู่) ถ้าเทียบกับรายการทีวีปกติ เปิดปุ๊บติดปั๊บ ไม่กินแบนด์วิธ ไม่ต้องรอโหลด จอใหญ่กว่า เสียงดีกว่า ยังห่างไกล
  • รายการไม่น่าสนใจ - ถ้าบางรายการไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจ หรือวิธีนำเสนอไม่น่าสนใจ หรือไม่ต่างอะไรกับรายการทีวีปกติ หรือดูไปแล้วไม่ได้อะไร ก็ไม่รู้จะดูทำไม

จะเห็นว่าปัญหาสามารถแยกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือด้านเทคนิคกับเนื้อหา

ด้านเทคนิคอาจแก้ได้ง่ายหน่อย เช่นว่าผมอาจปรับกระบวนการโหลดและดูให้ดีขึ้น โดยไปซื้อ iPhone 3G มาซะ แล้วโหลดรายการที่สนใจทาง iTunes มาลง iPhone โดยอัตโนมัติ (แต่ก็มีปัญหาว่าหลายรายการไม่ทำ Podcast มีแต่ FLV หรือไม่ก็เป็นพลเมืองชั้นสอง คือ FLV ขึ้นก่อน MP4 มาทีหลัง อันนี้เป็นปัญหาของทางรายการเอง) หรือในอนาคตอาจมีวิธีแปลง FLV โดยใช้ feed จาก YouTube หรือ Google Video มาเป็น MP4 โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงพวก Joost, Vuze ฯลฯ

ส่วนด้านเนื้อหาเป็นเรื่องใหญ่กว่ามาก และเป็นโจทย์ที่เจ้าของรายการหรือทีมงานต้องไปนั่งขบคิด ลองผิดถูกว่าแบบใดจึงจะเหมาะสม แต่เกณฑ์ขั้นต่ำที่ผมอยากได้จากทุกรายการคือ

  • ความยาวพอประมาณ​ ไม่ควรเกิน 20 นาที ให้มากสุด 30 พอ
  • ไตเติลสั้นๆ เพราะมันซ้ำกันทุกตอน
  • กระชับตรงประเด็น มีน้ำน้อยๆ หน่อย เพราะบางทีเราอยากฟังเรื่องจุดสำคัญบางส่วน แต่ต้องรอพิธีกรเล่นมุกกันเองไปก่อน 10 นาทีกว่าจะได้ดู
  • มีคำอธิบายประกอบว่าตอนนี้มีอะไร เรียงเป็นลำดับตามเนื้อหา
  • มีภาพประกอบตามความเหมาะสม บางรายการมานั่งคุยกันอย่างเดียว แบบนั้นทำเป็น podcast ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ภาพเลย
  • ทันเหตุการณ์ รายการทีวีออนไลน์ออกฉายเมื่อไรก็ได้ไม่ต้องรอสล็อตเวลาว่างเหมือนทีวีธรรมดา ควรใช้จุดแข็งนี้ให้เกิดประโยชน์ (ซึ่งแลกมาด้วยแรงของคนตัดต่อและทีมงาน)

ส่วนเรื่อง "ความน่าสนใจ" เป็นหัวข้อเจาะจงที่ต้องแยกมาพูด การทำรายการให้น่าสนใจมีหลายแนวทาง วิธีคลาสสิคอันหนึ่งคือหาพิธีกรน่ารักๆ นั้นยังใช้ได้อยู่เสมอ (ผมเห็น FukDuk ก็ใช้กลยุทธ์นี้ได้ผลทีเดียว เมืองนอกก็ใช้กันเยอะ)

ส่วนวิธีแบบอื่นๆ ถ้ายกเคสเมืองนอกที่น่าสนใจคงเป็น Diggnation ที่เป็นรายการคุยข่าวธรรมดา แต่ใช้วิธีสร้าง meme จากวัฒนธรรมร่วมของกลุ่มคนดู geek (เช่น ใช้คำพูดหยาบคายแบบที่พูดกันจริง มีการวิจารณ์เบียร์) ทำให้ Diggnation เป็นมากกว่ารายการทีวี แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือแฟชั่นของกลุ่มคนดูด้วย

อีกประเด็นที่ทำให้ Diggnation ประสบความสำเร็จคือ ให้ประสบการณ์ที่หาจากทีวีปกติไม่ได้ และประสบการณ์นั้นเป็นที่ต้องการของตลาด (ตอนผมไปดู Diggnation ถ่ายสดที่ FOWA คาดว่า Alex น่าจะพูดคำว่า fuck มากกว่าพันครั้ง) ตรงนี้เราสามารถยกกรณีของ live cast ของทั้งพันธมิตร/ASTV หรือ นปก./PTV มาเทียบได้ การปราศัยของทั้งสองม็อบมีฐานคนดูหรือฟังอย่างชัดเจนจับต้องได้ แต่ไม่สามารถออกอากาศวิธีปกติได้ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เมื่อฉายผ่านเคเบิลหรืออินเทอร์เน็ตจึงมีคนดูเยอะมาก ต่างจากรายการทั่วๆ ไปแบบทีวีออนไลน์ปัจจุบัน แต่ยังไม่สามารถสร้างจุดขายของตัวเองได้มากนัก

สรุปว่าปัญหาของรายการทีวีออนไลน์ในปัจจุบันมี 2 อย่างคือเทคนิคกับเนื้อหา แต่ในอนาคตทีวีออนไลน์ยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอีกหลายอย่าง เช่น

  • ปัญหาลิขสิทธิ์ - ออย DuoCore เล่าให้ฟังว่า DuoCore เวอร์ชันใน YouTube โดนระบบตรวจจับลิขสิทธิ์คลิปของ YouTube (เช่น คลิปรายงานอีเวนต์ต่างๆ ของเมืองนอกที่เอามารวมไว้) ปัญหานี้คงขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งส่วนของวิดีโอและเพลงประกอบ
  • เงินทุน - ปัญหาคลาสสิคของคนทำเว็บไม่ว่าเป็นข้อความหรือวิดีโอ สปอนเซอร์โดยเฉพาะในไทยยังให้ความสนใจน้อย และการออกถ่ายทำใช้ทุนสูง (ดูของ FukDuk ก็ได้) ในระยะยาว คนทำเล่นสนุกๆ จะยืนระยะได้แค่ไหน?
  • การรุกเข้ามาของทีวีแบบเดิม - รายการทีวีปกติเองก็เริ่มรุกเข้ามาในอินเทอร์เน็ตแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนสุดๆ คือ แบไต๋ไฮเทค ซึ่งเป็นโปรดักชันระดับฉายเคเบิลทีวี แต่มีอัพโหลดให้ดูในอินเทอร์เน็ตด้วย ถึงแม้พื้นที่เก็บข้อมูลและแบนด์วิธในอินเทอร์เน็ตจะฟรีและไม่จำกัด แต่เวลาของคนดูมีจำกัด

ปัญหาของรายการทีวีออนไลน์ที่ยกมามีมากมาย ต้องค่อยๆ แก้กันทีละเปลาะไป ในฐานะคนดูก็ขอให้กำลังใจผู้ผลิตรายการว่าอย่ายอมแพ้ สู้ต่อไปครับ

ส่วนสู้ยังไง ผมลองคิดไอเดียมานำเสนอดังนี้

  • ปัจจุบันรูปแบบรายการส่วนมากมักเป็นนั่งคุยสนทนาในหัวข้อต่างๆ หรือพาเที่ยวนอกสถานที่ เนื่องจากว่าเป็นรูปแบบรายการที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด เป็นไปได้ไหมว่าเราจะสร้างรายการบันเทิงที่เป็นเรื่องแต่ง (เช่น ละครทีวีออนไลน์ หรือการ์ตูน) ในราคาต่ำเช่นกัน ที่คิดออกทางนึงคือเอาละครเวทีนักศึกษา มาตัดเป็นตอนๆ ตามองค์ แล้วมาฉายหลังละครเล่นเสร็จ (ราคาถูกเพราะแชร์ต้นทุนการผลิตไปกับการขายบัตรละครอยู่แล้ว)
  • รายการที่ไม่อิงตามเวลา เช่น สารคดีหรือพาเที่ยว อาจนำมารวมเป็นแผ่นขายได้ (ต้องทำแพกเกจดีๆ หน่อย) หรือถ้าคอนเนคชั่นดีมากๆ อาจไปถึงระดับฉายตาม kiosk, ทีวีข้างป้ายรถเมล์, MTV อะไรประมาณนั้น
  • ผมคิดว่าวิธีวัดความน่าสนใจที่ดีและเป็นธรรมชาติมากอันหนึ่งของรายการทีวี คือจำนวนคน seed ใน Bittorrent ถ้าสามารถสร้างรายการให้ชุมชนบิตในประเทศไทยร่วม seed กันได้เยอะๆ อนาคตน่าจะไกล
  • การสร้าง star เป็นเรื่องสำคัญ ท่ามกลางรายการจำนวนมากมาย ปัจจัยหนึ่งที่คนดูใช้เลือกว่าจะดูรายการไหน ขึ้นกับพิธีกรว่าดังและโดดเด่น (มี star factor) แค่ไหน ผมมีคนรู้จักหลายคนเลิกดู DuoCore หลังจากน้องมะเหมี่ยวไม่จัด (จริงๆ นะ) นอกจากบุคคลิกหรือหน้าตาของผู้จัดแล้ว การขยันออกงานจำพวก BarCamp บ่อยๆ หาเส้นสายต่อเชื่อมไปยังหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารให้มาสัมภาษณ์ น่าจะช่วยได้บ้างตามสมควร พูดง่ายๆ ว่าคิดจะทำรายการทีวีต้องขยันโปรโมทตัวเองด้วย

Comments

โห เขียนได้ตรงตามความต้องการมากครับ
อ่านผ่านๆครั้งแรก นึกว่าเป็น Stats ของ Internet บ้านเรา ไม่เห็นคำว่า TV
มาอ่านอีกทีเป็น Internet TV ที่ผมเองกำลังสนใจ

อยากจะมีรายการ Internet TV รายการที่เสนอข่าวสาร
(เหมือนกับรายการทั่วๆไป) แต่ลูกเล่นก็คือเราไปตามอีเวนท์
ถ่ายๆมา (เหมือนกับบางรายการอีก) ยัดทีเด็ดคือ ถ้าเอาตัวเรา
ที่เป็นกลุ่มเด็กๆ ก็อาจจะเสนอเรื่องราวที่ผู้ใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้
เช่นบางกิจกรรม หรือการแข่งขัน เด็กก็สามารถเข้าถึงได้ดีกว่าผู้ใหญ่

มันเป็นแนวทางจริงๆครับ อยากถามเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในการทำ
Internet TV อยากรู้มากกว่านี้ น่าจะมีคนไปพูดใน Barcamp นะ

เห็น @nytonkla จะพูดเรื่อง
How to make cool video podcast and get income.
ใน Barcamp จะรอถามนี่ล่ะ

ผมมีคนรู้จักหลายคนเลิกดู DuoCore หลังจากน้องมะเหมี่ยวไม่จัด (จริงๆ นะ)

มันเป็น FACT ฮ่ะๆ

โดนเยอะเลย :p

พิธีกรสาวๆหายากอ่ะ เดี๋ยวจัดได้จะจัดให้นะ

ปล. duocore ดูบน iphone ได้แล้วนะ อิอิ

ประกาศกลางรายการ duocore เลย 555 หาสาวสวยมากความสามารถมาเป็นพิธีกรใหม่ รับรองเดี๋ยวมาเอง

Add new comment