The New Microsoft and Future of Internet

วันก่อนอ่านบล็อกของผู้ยิ่งใหญ่ 2 คนในโลก Web 2.0 คือ Tim O'Reilly (คนแจ้งเกิดคำว่า Web 2.0) และ Michael Arrington แห่ง TechCrunch (คนที่หากินกับคำว่า Web 2.0 ได้มากที่สุดในความคิดผม) เขียนบล็อกโต้กันเรื่อง Yahoo-Microsoft-Google และอนาคตของอินเทอร์เน็ต

อ่านแล้วอยากเขียนเรื่องนี้ลง Blognone แต่คิดไปคิดมารู้สึกว่าตัวเองยังตกผลึกทางความคิดไม่พอ ครั้นจะ dismiss เรื่องนี้ไปก็เสียดาย เขียนแบบย่อความอย่างเดียวลงบล็อกแทนละกัน เผื่อว่าอนาคตคิดออกแล้วจะได้กลับมาอ่านความคิดตัวเองอีกรอบ เรื่องเริ่มจาก MicroHoo: corporate penis envy? ของ O'Reilly ซึ่งพูดเรื่องไมโครซอฟท์ไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งกับกูเกิลเรื่อง search เสียที สาเหตุเป็นเพราะว่า mantra ขององค์กรมันไม่ใช้เรื่อง search

mantra (O'Reilly ใช้คำว่า Big Hairy Audacious Goal) ของไมโครซอฟท์คือ "a computer on every desk and in every home." (that runs Microsoft OS) ซึ่งถ้าพิจารณาจากจำนวนคอมพิวเตอร์ที่ลงวินโดวส์ในปัจจุบัน ถือว่าไมโครซอฟท์ทำสำเร็จอย่างงดงาม

ปัญหาคือไมโครซอฟท์ยุคหลัง กำลังดำเนินรอยตาม mantra "Organize all the world's information" ของกูเกิล ซึ่งกูเกิลเริ่มก่อนมานาน และถือว่าจับจองที่มั่นนี้ได้อย่างมั่นคงแล้ว ไมโครซอฟท์แข่งยังไงให้ตายก็ไม่ชนะ

ส่วนยาฮูก็คล้ายกัน mantra ของยาฮูคือ "#1 media company on the net" ซึ่งปัจจุบันก็ทำได้แล้ว แต่ในตลาด information organizing ก็เป็นรองกูเกิลด้วยสาเหตุเดียวกัน

คำแนะนำของ O'Reilly คือยาฮู outsource เรื่อง search ออกไปให้กูเกิลแบบที่กำลังจะทำอยู่น่ะถูกแล้ว หันไปโฟกัสในสิ่งที่ควรทำ และยาฮูทำได้ดีดีกว่า

ส่วนคำแนะนำต่อไมโครซอฟท์ก็เช่นเดียวกัน คือยอมเรื่อง search ให้กูเกิลไปซะเถอะ และหันไปค้นหาเป้าหมายใหม่ท่ีควรทำดีกว่า เพียงแต่เป้าหมายใหม่ของไมโครซอฟท์ควรจะเป็นอะไรนั้น O'Reilly อ้างบทความ What is Web 2.0 ของเขาเอง ว่าแพลตฟอร์ม Web 2.0 จริงๆ ในความหมายของเขานั้นยังไม่เกิด และใบ้ว่าไมโครซอฟท์ควรทำ Internet Operating System ซึ่งน่าจะเป็นแพลตฟอร์มเปิด มีลักษณะเชื่อมโยงกันหลวมๆ (small pieces loosely joined) เหมือนกับ Unix มากกว่าวินโดวส์

(O'Reilly ยังพูดถึงแอปเปิลว่ากำลังทำอะไรคล้ายๆ กันแบบนี้อยู่ เพียงแต่ไม่น่าจะไปรอดในระยะยาว ถ้าแอปเปิลยังยึดกับแพลตฟอร์มปิดดังเช่นปัจจุบัน)

Michael Arrington เขียนโต้ O'Reilly ในบางประเด็น The Importance Of A Competitive Search Market โดย Arrington บอกว่าสงคราม search ยังไม่จบลงอย่างที่ O'Reilly บอกไว้ และจริงๆ แล้วมันเพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ ยังมี search ประเภทอื่นๆ ที่กูเกิลยังทำไม่ได้ดี ปัจจุบันนี้ web search ทำได้แค่ค้นเอกสาร "ที่น่าจะเกี่ยวข้อง" มาให้เรา การตัดสินใจเลือกข้อมูลยังเป็นภาระของเราอยู่ (ซึ่งจริงๆ เราต้องการระบบอัตโนมัติทั้งหมด)

Arrington บอกว่า ถ้าไมโครซอฟท์ยอมแพ้ (ตามข้อเสนอของ O'Reilly) จะทำให้เกิดภาวะผูกขาด ซึ่งปัจจุบันกูเกิลก็เริ่มออกอาการ evil ให้เห็นบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งรายได้ในโฆษณาออนไลน์

O'Reilly มาเขียนตอบ Arrington อีกรอบใน Why search competition isn't the point ซึ่งเขาบอกว่าเห็นด้วยกับ Arrington เรื่องการแข่งขัน แต่ search เป็นเพียงซับเซ็ตหนึ่งของ Web 2.0 (หรือ Internet Operating System ในอนาคต) เท่านั้น ถึงแม้ปัจจุบันมันจะเป็นชิ้นที่สำคัญที่สุดก็ตาม

O'Reilly เชื่อว่าถึงตอนนี้หรืออนาคตอันใกล้ กูเกิลจะผูกขาดตลาด search แต่ภาวะผูกขาดจะอยู่ได้ไม่นาน เหมือนกับที่ยุคทองของไมโครซอฟท์ยังไงก็มีวันสิ้นสุด (แอพพลิเคชันใน Web 2.0 มีแนวโน้มจะผูกขาดอยู่แล้ว เพราะ network effect) ถ้ามีเทคโนโลยีที่เป็น disruptive innovation เกิดขึ้นมา การผูกขาดจะเปลี่ยนแปลงไปเอง

สุดท้าย O'Reilly ยกตัวอย่าง EC2 และ S3 ของ Amazon ว่า การคิดต่างแบบนี้ทำให้ Amazon เป็นผู้นำในตลาดนี้ ในขณะที่ A9 ซึ่งเป็นการเดินตามรอยเท้ากูเกิล ไม่ช่วยให้ Amazon ไปถึงไหน (ตัวอย่างอื่นๆ คือ Facebook และ Twitter) และเขาหวังว่าไมโครซอฟท์กับผู้เล่นรายอื่นๆ จะสร้าง disruptive innovation ไม่ใช่ incremental innovation

Comments

สรุปคือ ถ้าอยากเป็นจ้าวตลาด ก็ต้องบุกเบิกตลาดใหม่เอง

ดีค่ะที่ย่อมา เพราะขี้เกียจอ่านจับประเด็นเอง

เหมี่ยวเห็นด้วยกับ O'Reilly โดยเฉพาะเรื่อง Internet Operating System ถูกใจเป็นพิเศษ เพราะเคยปิ๊งไอเดียแบบเดียวกันตอนนั่งกินแมคโดนัลด์

ในความคิดของเหมี่ยว กูเกิ้ลได้เริ่มทำ Internet Operating System แล้ว ซึ่งก็คือ Google App Engine แต่ยังมีหลายจุดสำคัญซึ่งทำให้มันยังไม่เป็น Internet Operating System อย่างเต็มรูปแบบ เช่น restricted application environment และ closed source

อย่างไรก็ตาม เหมี่ยวคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และต่อไป ถ้า Google App Engine ยังอยู่ มันจะต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจนกลายเป็น Internet Operating System อย่างแน่นอน เพื่อดึงให้ทุกคนเข้ามาใช้ engine ของมัน ถึงแม้กูเกิ้ลจะไม่ต้องการจะเปิดในตอนนี้ก็ตาม

Add new comment